แฉแหลก จำแนกเป็นข้อๆ ความแตกต่างระหว่าง TOEFL Vs. IELTS สองการทดสอบทางภาษาสุดหิน!!!

 

ถ้าจะพูดถึงการไปเรียนต่อต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นประเทศอเมริกา อังกฤษ หรือออสเตรเลีย คงมีคำถามเกิดขึ้นว่าต้องสอบวัดระดับภาษาอันไหนดีระหว่างข้อสอบ TOEFL และ IELTS ซึ่งวันนี้เราก็จะมาแยก จำแนกความแตกต่างให้เพื่อนๆ ได้ชมกัน

 

สำหรับข้อสอบ TOEFL และ IELTS นั้น เวลาในการทำข้อสอบคือ 60 นาทีเท่ากัน โดยจะแบ่งออกเป็น 3-4 เรื่องหลัก แต่โดยทั่วไปแล้วจะมี 3 เรื่องหลักๆ ซึ่งแต่ละเรื่องจะมี 13-14 ข้อเหมือนกันจ้า

 

ต่อมาเป็นส่วนของเนื้อหาข้อสอบ หลายคนให้ความเห็นว่าข้อสอบTOEFLจะมีเนื้อหาวิชาการและยากกว่าข้อสอบ IELTS เพราะ TOEFL มี Practical มากกว่าคือมีการนำบทความใน Textbooks หรือเนื้อหาวิชาการ ซึ่งเวลาจะไปเรียนต่อต้องอ่านความรู้จาก Textbooks เหล่านี้มากกว่าจะอ่านบทความจากแหล่งความรู้อื่นๆ เช่น วารสาร วิจัย ดังนั้นการวัดความรู้ของข้อสอบ TOEFL จึงตรงประเด็นและเป็นทักษะที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตจริงและเรื่องการเรียนมากกว่า IELTS จ้า

 

The-TOEFL-ITP-Tests

 

โดยรวมแล้วข้อสอบ TOEFL จะเน้นไปที่ความรู้ความเข้าใจ และการตีความมากกว่า ดังนั้นหน้าที่หลักที่ต้องทำคือการอ่านบทความและตีความเนื้อหาตรงนั้น และนำมาตอบคำถาม ซึ่งแน่นอนว่าการเรียนในรั้วมหาวิทยาลัย ทักษะการสรุปความเป็นสิ่งสำคัญ และสามารถนำไปใช้จริงได้ การวัดความรู้ของผู้สอบก่อนไปเรียนจึงสำคัญและ TOEFL ก็ทำได้ตรงประเด็น หรือโจทย์ที่ถามความหมายคำศัพท์ก็ใช้ได้จริง

 

ขณะที่ข้อสอบการอ่านของ IELTS จะยากกว่ามาก สำหรับคนที่เคยสอบจะรู้ว่าถ้าคุณหา key words เจอ คุณก็จะตอบคำถามนั้นได้ ฉะนั้นในเวลาที่จำกัดการหาประโยคเจอนั้นทำได้ยากมาก รวมถึงการอ่านทั้ง paragraph ทำได้และเจอคำตอบแน่นอน แต่ก็ต้องใช้ทักษะการหา ซึ่งในความเป็นจริงเราเรียนในคลาส อ่านหนังสือสอบ ทักษะการอ่าน และจับใจความสำคัญของเนื้อหาน่าจะสำคัญกว่าทักษะการหาปริศนาอักษรไขว้ ใครตาไวก็จะเจอคำตอบ

 

listen_to_music

 

ส่วนของการฟัง!!!

TOEFL คือการฟัง Lecture จากอาจารย์ มีบทสนทนาเรื่องชีวิตประจำวัน จากนั้นจึงมาทำโจทย์ ซึ่งเป็นการสรุปเนื้อหาจากที่เราฟัง มันจึงเน้นไปที่ทักษะการฟังของผู้สอบที่ต้องใช้จริง ดังนั้นการสรุปความที่ได้ฟังจึงเป็นทักษะที่สำคัญกว่า ในขณะที่ข้อสอบการฟัง IELTS นั้นเน้นให้ฟัง ถ้าสามารถฟังคำนั้นได้ก็ทำข้อสอบได้ มีการตีความบ้างแต่ส่วนใหญ่เน้นฟัง Key words ให้ออก สิ่งสำคัญคือการเห็นโจทย์ก่อน ไม่ได้ช่วยให้ทำข้อสอบได้มากขึ้น แถมโจทย์ที่ให้จะทำให้เราสับสนกับบทสนทนาที่ฟังได้เช่นกัน เพราะเราจะพยายามจดจ่อกับ คำตอบที่มีในโจทย์จนทำให้เสียสมาธิในการฟังไป สุดท้ายทำไม่ได้เพราะโจทย์หลอกให้สับสน

 

เห็นได้ชัดว่าการสอบแบบ IELTS นั้นวัดการฟังคำๆ นึงมากกว่า ซึ่งก็ไม่ได้มีผลอะไรมากในบทสนทนาจริงๆ เพราะเราใช้บริบทหรือประโยคข้างเคียงเข้าช่วยอยู่แล้ว แต่ IELTS มาวัดตรงนี้ ส่วน TOEFL นั้น เขาให้คุณฟังจริงๆ อย่างเดียว ไม่ต้องเสียสมาธิกับโจทย์แล้วสรุปใจความ หรือประเด็นสำคัญแล้วไปตอบคำถาม ซึ่งแน่นอน ไม่มีใครฟังได้ครบทุกคำ-จำได้ทุกประโยค แต่ถ้าคุณสามารถสรุปประเด็นหลักได้คุณก็ได้คะแนนจ้า

 

Business_English_Power_Speaking_English_Course_1

 

ส่วนของการพูด!!!

สำหรับตัวข้อสอบในส่วนของการพูดของ TOEFL นั้นจะแบ่งออกเป็น 6 ข้อด้วยกัน สองข้อแรกจะเป็นเรื่องส่วนตัว สองข้อต่อมาเป็นบทสนทนาโดยให้จับใจความและแสดงความคิดเห็น และสองข้อต่อมาเป็นการฟังเลคเชอร์คือให้ฟังและจับประเด็นสำคัญ สิ่งที่ยากที่สุดของ TOEFL คือเรื่องของเวลาเพราะมีเวลาที่จำกัดมาก กล่าวคือจะมีการบรรยายหรือบทสนทนามาให้ฟัง จากนั้นให้เวลาคิดและมีเวลา 1-1.30 นาทีในการบันทึกเสียง นั่นหมายความว่านอกจากจะต้องฟังให้รู้เรื่องแล้ว ยังต้องคิดคำพูดที่กระชับได้ใจความและถูกต้องตามหลักไวยากรณ์อีกด้วย เพื่อที่จะอัดให้ได้ในเวลา 1 นาที

 

นอกจากนี้จำนวนคำในการสอบ TOEFL จะนับจำนวนคำที่พูดด้วย ซึ่งมีผลต่อคะแนน เช่นหากพูดช้า จำนวนคำที่คิดคะแนนก็น้อยตามไปด้วย และถ้าหากพูดเร็วแล้วกรรมการฟังไม่รู้เรื่อง การพูดเร็วถ้าไม่มั่นใจจริงจะยิ่งทำให้คะแนนที่ได้น้อยกว่าพูดช้าเสียอีก ความยากอยู่ตรงที่เราไม่สามารถคาดการณ์หรือเตรียมตัวอะไรได้เลย

 

ข้อสอบ IELTS แบ่งออกเป็น 3 พาร์ทด้วยกัน คือเรื่องใกล้ตัว เรื่องทั่วไป และเรื่องต่อยอดจากเรื่องทั่วไป สำหรับความเห็นของเราคือ “IELTS” พูดกับคนซึ่งถ้ากรรมการใจดีเวลาเรานึกอะไรไม่ออก เขาก็จะช่วยพูดนำให้เรามีเรื่องคุยต่อ ถึงแม้ในพาร์ท 2 จะให้เราพูดสดคนเดียว 2 นาทีก็ตาม เน้นไปในการบรรยายสิ่งต่างๆ มโนกันหน่อยนะจ๊ะ แต่ก็ยังดูดีกว่าใช่มั้ยล่ะ

 

resume-writing

ส่วนของการเขียน!!

TOEFL และ IELTS แบ่งเป็นสองส่วนเหมือนกัน แต่ความยากต่างกันมาก สำหรับ IELTS ในพาร์ทแรกจะเป็นการบรรยายกราฟ รูป ซึ่งถ้าใครฝึกฝนบ่อยๆ มันจะมี Pattern ของมัน ต้องได้ 150 คำในเวลา 20 นาที ส่วน TOEFL พาร์ทแรกเน้นการอ่านและฟังเลคเชอร์ ต้องทำให้ได้อย่างน้อย 150-220 คำในเวลา 20 นาที โดยจำนวนคำมีผลต่อคะแนนด้วย

 

สำหรับพารท์สองโจทย์จะคล้ายๆ กันแต่ข้อสอบ TOEFL ให้เวลาเพียง 30 นาทีสำหรับ 300 คำ ในขณะที่ข้อสอบ IELTS ให้เวลา 40 นาที 250 คำ จะเห็นได้ว่าข้อสอบ TOEFL นั้นยากกว่าอย่างเห็นได้ชัด

 

ส่วนเนื้อหา TOEFL ที่ต้องพิมพ์ 5 paragraph intro body 1, 2, 3 และสรุป โดยจะมีให้เรา agree or disagree และให้เหตุผลประกอบ เช่น ถ้าเรา agree จะต้องมีเหตุผล support ทั้งสามเหตุผลที่ตรงกับเราเขียนไว้ เช่น ถ้า agree ก็ต้องมีเหตุผล ด้าน agree support ทั้ง 3 ข้อ การเขียนเหตุผลด้าน disagree ถ้าเขียนไม่ดีจริงจะทำให้กรรมการมองว่าเนื้อหาเราสับสน

 

ในขณะที่ IELTS พิมพ์แค่ 4 paragraph คือ intro body 1 & 2 และสรุป โดยจะเปิดกว้างกว่า TOEFL มากคือจะให้แสดงไอเดียทั้งสองอย่างระหว่าง agree และ disagree ซึ่งไม่ต้องคิดเหตุผลถึงสามข้อและยังให้เวลาที่มากกว่าโทเฟล คือให้เขียนแค่ข้อดี-ข้อเสีย และความเห็นเราเท่านั้น

 

สิ่งที่ต้องระวังคือการตอบคำถามว่าครบทุกข้อไหม เช่น คุณจะทำอะไร ระหว่าง A & B ให้วิเคราะห์ทั้งข้อดีและข้อเสีย และความเห็นของเรา สรุปต้องตอบคำถามทั้งหมด 5 ข้อ มองในอีกแง่ก็คือไอเอลทำให้เรามีเนื้อหาที่เขียนมากกว่า ^^

level-result-1_2644461b

แค่นี้เพื่อนๆ ก็พอทราบความแตกต่างระหว่างการสอบทั้งสองกันแล้วนะจ๊ะ หวังว่าไกด์ไลน์นี้จะช่วยเพื่อนๆ ให้มีแนวทางที่ดีในการเตรียมตัวสอบ และแน่นอน ใช้ให้ถูกประเภทนะจ๊ะ เพราะแต่ละมหาวิทยาลัยอาจจะใช้ประเภทใดประเภทหนึ่งเท่านั้น อย่าไปสอบมาผิดล่ะ อิอิ

Source: Manager

ทุนการศึกษาอื่นๆที่น่าสนใจ

ร่วมแสดงความคิดเห็นกันจ้า...