11 วิธีรับมือความเครียด ฉบับปฏิบัติง่ายในชีวิตประจำวัน ทำได้ชีวิตดีขึ้นแน่ๆ

ความเครียดคือหนึ่งในสิ่งที่น่ารังเกียจและไม่มีใครอยากจะรับเข้ามาในสมองหรือจิตใจ แต่ใครเล่าที่จะหนีพ้นความเครียด ซึ่งความเครียดเหล่านี้เองก็อาจจะเกิดจาก การทำงาน ผู้คนรอบข้าง หรือจิตใจเราเองก็ได้ แล้วเมื่อมันเกิดความเครียดขึ้นมาในใจ เพื่อนๆทำยังไงกันบ้าง

วันนี้เรามี 11 วิธีง่ายๆในการรับมือกับความเครียดที่เกิดขึ้นในใจ บอกเลยว่าไม่ยากเกินไปที่จะทำ ลองดูว่ามีวิธีอะไรกันบ้างครับ

 

Film Title: A Serious Man

 

1. เข้าสู่โลกกว้างแห่งเหล่าหนังสือ

เมื่อรู้สึกเครียด จงหยิบหนังสือเล่มโปรดแล้วทิ้งโลกความจริงและความเครียดไว้ข้างหลัง หนังสือดีๆสามารถช่วยให้จิตใจและความเป็นอยู่ดีขึ้นได้ และเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพในการผ่อนคลายเอาชนะความเครียด อีกทั้งการอ่านยังทำให้หลับสบายขึ้นด้วย การหลงไปอยู่ในโลกแห่งหนังสือก่อนนอนจะทำให้จิตใจสงบและเตรียร่างกายสู่ราตรีที่มีความสุข

หนังสือยังช่วยบรรเทาความเศร้าอีกด้วย ถ้าคุณรู้สึกไม่สบายใจจากงานหรือเรื่องในบ้าน ลองหยิบหนังสือและเอนตัวบนเก้าอี้นุ่มๆแล้วเข้าสู้โลกแห่งเวทย์มนตร์ ลองอ่านเกี่ยวกับจักรวรรดิโรมัน ตำนานเทพกรีก เรื่องราวของดินแดนอันไกลโพ้นหรือดินแดนมหัศจรรย์ ความคลาสสิคที่จะช่วยยกจิตวิญญาณของเราและลืมต้นตอความเครียดของเราได้

 

2. ท่องเที่ยว

ด้วยโลกสมัยที่หมุนไวขึ้น ทำให้ยากขึ้นที่เราจะหยุดพัก การใช้เวลาเล็กน้อยไกลจากบ้านจะช่วยบำบัดและสร้างความสงบให้กับจิตใจได้การท่องเที่ยวบางที่ที่ไม่เคยไปมาก่อน พบเจอวัฒนธรรมใหม่ๆ ค้นพบดินแดนใหม่ๆ ไปเห็นสิ่งโบราณครั้งแรก ชิมอาหารที่ไม่เคย เจอผู้คนที่ไม่รู้จัก ออกจากพื้นที่คอมฟอร์ทโซน

ยังไงก็ตาม ถ้าคุณมีสถานที่โปรด ที่รู้สึกสนุกและอยากกลับไปอีกครั้ง แล้วทำไมไม่กลับไปล่ะ? ให้คุ้นเคยกับสถานที่ที่พาความสงบและช่วยให้เราผ่อนคลาย หลังจากคุณชาร์จแบตจนเต็มในวันหยุด คุณก็จะไม่ต้องเคร่งเครียดตลอดทั้งวันแล้วชีวิตก็จะสนุกขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย

 

3. ตั้งแคมป์

ถ้าคุณไม่อยู่ในสถานะที่จะไปเที่ยวที่ไหนไกลๆได้ ลองหาที่ใกล้ๆบ้านดู ที่ๆคุณจะตั้งแคมป์แล้วเปิดใจให้สัมผัสกับธรรมชาติได้ ให้ป่าเขาโอบเขา ก่อกองไฟ ตั้งเตาบาร์บีคิว เพลิดเพลินกับสีสันของโลกธรรมชาติ เปิดโลกแสงสีแห่งเทคโนโลยีและดิจิตอลไว้ข้างหลัง ยังไงมันก็ยังอยู่ตอนที่คุณกลับบ้านไป

หนึ่งส่วนที่ดีที่สุดของการอยู่กลางแจ้งก็คือ เสียงของธรรมชาติ เสียงร้องของเหล่าปักษา เสียงไอระเหยจากพื้นดิน เสียงย่างก้าวเหล่าสัตว์ย่ำใบไม้ จะช่วยให้เราผ่อนคลายและเชื่อมโยงกับธรรมชาติ ก้าวออกจากบริเวณแคมป์ไปสู่หมู่ไม้ หรือสายธารที่อยู่ใกล้ จะช่วยให้คุณเป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติและสัมผัสกับความสงบสุขจากภายใน

 

a-solo-traveler-take-a-photo-of-herself-on-the-beach-872013-155937_panoramic

 

4. เดินเล่น

เมื่อคุณเต็มไปด้วยอารมณ์ด้านลบต่างๆ การเดินเป็นหนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการเยียวยาสิ่งที่ได้รับ การเดินในทุกๆวันจะพาคุณไปสู่ชีวิตที่สุขภาพดีขึ้น เพราะมันช่วยลดความเครียด ช่วยเยี่ยวยาความเศร้า และพัฒนาสภาวะอารมณ์ ลองก้าวเดินอย่างสบายใจไปบนถนนหรือในสวนสาธารณะดู

ขณะที่เดินอยู่ จงเงยหน้ามองดูโลกใบใหม่ที่คุณไม่เคยตระหนักถึงมันตอนเร่งรีบไปทำงานหรือมัวคุยกับใครอยู่ ใช้เวลาชื่นชมหมู่ตึกหรือระเบียงด้านบนที่ให้เรานึกถึงปราสาทหรูในหนังเรื่องโปรด เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์หรือแกลลอรี่ให้ตกหลุมรักงานศิลปะอันงดงาม ใช้เวลาอยู่กับตนเองและเก็บเกี่ยวทุกช่วยเวลาไว้ คุณจะรู้สึกดีขึ้นกว่าที่เคย

 

5. ฟังเพลงบำบัดอารมณ์

ไม่มีข้อสงสัยเลยว่าการฟังเพลงโปรดของเราจะทำให้อารมณ์ดี ก็เพราะว่าดนตรีนั้นมีผลต่อทั้งส่วนควบคุมอารมณ์และความดันโลหิตของสมอง ดังนั้น เมื่อสมองรับรู้จังหวะช้า ความดันโลหิตก็จะช้า เชื่อกันว่าดนตรีคลาสสิคมีประสิทธิภาพที่สุดในการลดระดับความเครียด แต่ว่าเพลงอื่นก็มีผลแบบเดียวกัน แนวที่คุณชื่นชอบและบรรเทาเราได้มากที่สุด

เปิดเพลงเพราะๆตอนอ่านหนังสือและเพลิดเพลินกับประสบการณ์ใหม่ เร่งความดังขึ้นขณะทำงานบ้านแสนน่าเบื่อ ก็จะทำให้มันสนุกและน่าสนใจขึ้นเยอะ คุณชอบฟังเพลงเดินไปมาระหว่างวัน สร้างเพลย์ลิสต์ไว้ในมือถือ เสียบหูฟัง กดปุ่มเล่น แล้วหนีออกจากนอกโลกกัน

 

6. ผ่อนคลายกับการออกกำลัง

การออกกำลังกายไม่ได้หมายความว่าจะต้องเช้ายิมและยกน้ำหนักมากๆ แค่ยืดกล้ามเนื้อง่ายในยามเช้าหรือการเดินก็ช่วยผ่อนคลายความเครียดได้ การเดินไปร้านอาหารที่ใกล้สุดตอนพักกินข้าวก็ไม่เลวนะ กิจกรรมทางร่างกายคือวิธีที่ดีที่สุดให้ร่างกายหลังสารเอ็นโดฟินและส่งผลทางบวกให้แก่อารมณ์  วิ่งจ็อกกิ้งนอกบ้างทำให้เรามีความสุขกว่าออกแรงในโรงยิมหรือในบ้านเพราะอากาศสดชื่นนั้นมีผลมากกว่าต่อสภาวะอารมณ์ การปรับนิสัยดีๆจะช่วยเปลี่ยนแปลงร่างกายได้มากตามกาลเวลา และไม่มีคำว่าสายถ้าจะเริ่มตั้งแต่วันนี้

การฟังเพลงตอนออกกำลังกายก็ช่วยพัฒนาอารมณ์และกระตุ้นให้เราออกกำลังได้หนักขึ้น เมื่อเราเริ่มชินกับการตื่นตัวของร่างกาย คุณก็ลองกิจกรรมอื่นๆ เช่น วิ่ง ปั่นจักรยาน เต้นแอโรบิค หรือว่ายน้ำ ทางไหนก็ได้เพราะทุกทางดีต่อสุขภาพของคุณทั้งนั้น

 

meditating-kids

 

7. ทำสมาธิ

เป็นเวลากว่าพันปีแล้วที่ผู้คนใช้การทำสมาธิด้วยเหตุผลต่างๆ ปัจจุบันถูกใช้หลักๆคือการบรรเทาความเครียดและก็เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพอีกด้วย เมื่อคุณเริ่มทำสมาธิ กระบวนการจะเริ่มลดความดันโลหิตและการสร้างฮอร์โมนความเครียด ยิ่งทำพร้อมกับเพลงสบายๆและน้ำมันธรรมชาติที่ผ่อนคลาย ปล่อยตัวเองให้ไกลโพ้นจากความเครียดแลความกังวล ยิ่งมีสมาธิ ความเครียดก็ยิ่งจางหาย

การทำสมาธิไม่จำเป็นต้องนั่งในท่าเฉพาะและท่าทางที่เจาะจง คุณทำที่ไหรก็ได้ที่เงียบๆและทุกเมื่อที่ต้องการ การทำสมาธิและโยคะจะพัฒนาคุณภาพชีวิตและเชื่อมต่อกับโลกรอบตัวและทำทั้งร่างกายผ่อนคลาย ลองทำดูที่บ้านหรือที่โล่งซักที่ และคุณจะประหลาดใจที่ความเครียดและพลังงานด้านลบถูกปลดปล่อยไปเร็วแค่ไหน

 

8. หางานอดิเรก

คุณจะทำอะไรก็ได้ที่ชอบและหลงใหลให้มันกลายเป็นงานอดิเรก เลือกสิ่งที่คุณสนใจและเริ่มลงมือทำในเวลาว่าง อาจจะเป็นการอ่านหนังสือ หรือการเขียนก็ตาม ถ้าคุณเป็นคนชอบสร้างสรรค์ คุณอาจจะกลายเป็นนักเขียนผู้สร้างรายได้มากมายและเป็นผู้โชคดีที่ได้ทำงานที่ตัวเองรักด้วย

ถ้าคุณชอบการวาดภาพ ก็ลองกางผ้าใบแล้วจับพู่กัน ถ้าการถ่ายภาพเป็นสิ่งที่คุณรัก คุณจะลองและจับภาพช่วงเวลาที่ตราตรึงกับครอบครัวและเพื่อนฝูง และให้มันเป็นความทรงจำที่ยาวนาน เมื่อคุณจับจุดได้แล้วก็ลองลงมือทำดู คุณจะรู้สึกดีขึ้น

 

Two women talking in living room and smiling

 

9. เลี้ยงสัตว์เลี้ยง

ถ้าคุณเคยเลี้ยงสัตว์เลี้ยง คงจะรึ้งประโยชน์ของมัน ไม่ใช่แค่เล่นกับมันแล้วสนุก แต่ยังช่วยพัฒนาสุขภาพอารมณ์ จิตใจ และร่างกายอีกด้วย การกอดเจ้าเพื่อนรู้ใจจะช่วยลดระดับความเครียดแล้ว ยังช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจและความดันโลหิตด้วย สัตว์เลี้ยงยังเป็นคนข้างกายให้คุณไกลจากคำว่าเหงา ได้รับความสนุกและมีความสุขจากพวกมัน

สุนัขเป็นสัตว์ที่ช่วยลดความเครียดและความกังวลได้ดีที่สุด และยังเป็นเพื่อนที่ซื่อสัตย์ที่สุดอีกด้วยเพราะมันจะปรับตัวและเข้าใจต่ออารมณ์ความรู้สึกของพวกเรา แต่ถ้าคุณไม่ชอบเลี้ยงเจ้าตูบ ยังมีสัตว์อีกหลายชนิดที่จะกระตุ้นสารเซโรโทนีนและโดพามีนที่ช่วยสงบร่างกายและอารมณ์ของเรา การใส่ใจสัตว์เลี้ยงจะยกระดับจิตวิญญาณและเติมเต็มความสุข และคุณจะได้รับความสุขที่ไม่มีเงื่อนไขจากพวกมัน

 

10. พบปะผู้คน

เพื่อนฝูงและคนที่รักคือสิ่งสำคัญต่อไลฟ์สไตล์ที่มีสุขภาพ เมื่อคุณรู้สึกไม่ไหวและทนต่อไปไม่ได้ ลองโทรหาเพื่อนสนิทหรือคนในครอบครัวดูสิ บทสนทนากับคนใกล้ชิดจะช่วยให้คุณดีขึ้นในทันที

นัดไปนั่งดื่มกัน เดินเล่นในสวน ไปดูหนังด้วยกัน หรือไปแด๊นซ์บนฟลอร์ก็ได้ เพื่อนเป็นสิ่งเยียวยาที่ดีที่สุดที่มีและคุณจะเพลินกับทุกช่วงเวลากับพวกเขาไม่ว่าจะที่ไหนก็ตาม หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดเบอร์เพื่อน คอยดูว่าจะเป็นยังไงเมื่อได้ยินน้ำเสียงคนสนิทที่ปลายสายนั้น

 

11. หัวเราะออกมา

ไม่มีอะไรพาคุณกลับไปบนหนทางเดิมแหมือนกับเสียงหัวเราะวันวาน มันคือยาถอนพิษที่ทรงพลังต่อความเครียดและนำพาความสนุกกลับมาสู่ชีวิต เสียงหัวเราะจะเร่งพลังงาน สร้างระบบภูมิคุ้มกัน และเพราะการลดฮอร์โมนความตึงเครียดและกระตุ้นการปลดปล่อยเอนโดฟิน มันจึงเติมเต็มความสุขให้กับคุณ การหัวเราะนำพาผู้คนมารวมกันและขับไล่ปัญหาความเครียดที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง เสียงหัวเราะและรอยยิ้มแพร่กระจายได้และช่วยให้ชีวิตยืนยาวขึ้น วันนี้อย่าลืมยิ้มให้กับทุกคน และโลกก็จะยิ้มให้คุณ

 

 

เราแต่ละคนก็มีวิธีการจัดการกับความเครียดต่างกันไป และบางครั้งมันก็ดูหนักหนาซะจนเหมือนว่าเรากำลังแบกโลกทั้งใบไว้บนบ่า สิ่งสำคัญคือให้มีสติ หาวิธีให้ตัวเองผ่อนคลายแล้วสนุก เพราะเราทุกคนไม่ได้เกิดมาเพื่อเครียดกันใช่ไหม ยิ้มไว้ครับทุกคน

Source: lifehack

 

ร่วมแสดงความคิดเห็นกันจ้า...

SHARE

ทุนการศึกษาอื่นๆที่น่าสนใจ