เก่งภาษาอังกฤษไม่ยากเลย…พบกับ 11 เทคนิคฝึกภาษาอังกฤษให้ได้ผลดีทันใจ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาว ScholarShip.in.th สำหรับวันนี้เราก้มีเรื่องราวดีๆ เกี่ยกวับเทคนิคการฝึกภภาษาอังกฤษ มาฝากเพื่อนๆ อีกแล้วครับผม ว่าแล้วเรามาชมกันได้เลย

สำหรับการเรียนการสอนภาษาอังกฤษนั้น เราคุ้นเคยกันมาเป็นอย่างดี บ้างก็เริ่มเรียนกันตั้งแต่อนุบาล บ้างเริ่มเรียนตั้งแต่ประถม หรือมัธยม ซึ่งไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีนั้น บางคนถึงกับต้องสงสัยกันขึ้นมาว่า ทำไมภาษาอังกฤษของเราถึงยังไม่ดีขึ้นกันซักที

 

วันนี้เราเลยขอนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับ 11 เทคนิคสำหรับการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ เพื่อการพัฒนาอย่างเห็นผลได้ชัดมาฝากกันจ้า ลองมาชมกันได้เลย

 

Eduessentials_All_Ten-Study-Skills-All-Students-Should-Know-715x330

 

เทคนิคที่ 1 ตั้งเป้าหมายในการเรียนรู้

สำหรัญมากนะครับสำหรับการตั้งเป้าหมาย ในอดีตมีการทดลองในบรรดา ศิษย์เก่ารุ่นหนึ่งของ Harvard มีเพียงร้อยละ 3 ที่ตั้งเป้าหมายอย่างชัดเจนและมีกำหนดเวลา เมื่อเวลาผ่านไปปรากฏว่า ศิษย์เก่ากลุ่มนี้มีทรัพย์สินรวมกันแล้วถึง 4 เท่าของศิษย์เก่าร้อยละ 97 ที่เหลือรวมกัน
– เป้าหมายที่ตั้งต้อง
– มีรายละเอียดชัดเจน + มีกำหนดเวลาแน่นอน
– สำหรับเรื่องที่ใช้เวลานาน เราควรตั้งเป้าหมายหลายระยะ

 

 

เทคนิคที่ 2 เปิดเพลงและสร้างสิ่งแวดล้อมรอบตัวเป็นภาษาอังกฤษ

คนที่เก่งอังกฤษหลายคน เรียนรู้ด้วยวิธีเปิดเพลงภาษาอังกฤษทิ้งไว้ตลอด ทำไมถึงได้ผล? นั่นก็ะเพราะว่าสมอง คนเราสามารถเรียนรู้ได้แม้กระทั่งเวลาเราไม่ใส่ใจ(แต่เมื่อใส่ใจ ย่อมเรียนรู้ได้มากกว่า) เรื่องบางอย่าง ต้องใช้วิธีซึม จะช่วยได้มาก เช่น เรื่องสำเนียง จังหวะการพูด

พยายามทำสิ่งแวดล้อมรอบตัวให้เป็นภาษาอังกฤษให้มากที่สุด เหมือนคน ที่ไปอยู่เมืองนอกเก่งภาษาอังกฤษขึ้นมาก เพราะซึมซับภาษาอังกฤษรอบตัวตลอดเวลา เราอยู่เมืองไทย ก็สร้างสิ่งแวดล้อมให้ใกล้เคียงกับเมืองนอกได้นะครับ

 

 

 

เทคนิคที่ 3 ใช้ Post-It Notes ติดรอบบ้าน

เราควรเริ่มจากการเขียนแบบง่ายๆ ก่อน แล้วค่อยใส่คำศัพท์ วลี และอารมณ์ความรู้สึกที่ซับซ้อนขึ้นตามลำดับ

 

 

เทคนิคที่ 4 ดูหนังภาษาอังกฤษหลายรอบ ในรูปแบบที่แตกต่างกัน

ซึ่งถ้าเรามีพื้นฐานภาษาอังกฤษบ้างแล้ว การดูหนังเป็นวิธีการเรียนรู้ที่ได้ผลดีที่สุดวิธีหนึ่ง(แต่ต้องทำให้ถูก หลายวิธี! ไม่งั้นจะได้ผลน้อย) การดูหนังจะได้เห็นการใช้ภาษาในบริบทจริง มีทั้งภาพและเสียงประกอบ ช่วยสร้างอารมณ์ร่วม และทำให้สมองซึมซับภาษาได้อย่างเต็มที่ แต่ถ้าจะให้ดีต้องปิดซับด้วยนะครับ อิอิ

 

 

เทคนิคที่ 5 อ่านหนังสือฝึกอ่าน (Reader) และนิตยสารที่ใช้ภาษาอังกฤษอย่างง่าย

การอ่านหนังสือที่น่าสนใจสำหรับเรา นอกจากจะช่วยเปิดโลกทางความคิดและสร้างความรู้แล้วยังเป็นวิธีพัฒนาภาษาที่ได้ผลยอดเยี่ยม โดยเทคนิค สำคัญ คือ จะต้องเลือกหนังสือที่เหมาะสำหรับระดับของตนเอง เช่น สำหรับนักเรียนประถมต้น ก็ควรเป็นหนังสือนิทานที่มีภาพประกอบมากๆ ตัวหนังสือไม่เยอะจนเกินไป เมื่อเราเก่งขึ้น ก็อ่านหนังสือที่ยากขึ้นตามลำดับครับ

 

โดยแหล่งความรู้ที่เหมาะสมก็คือ นิตยสารภาษาอังกฤษ เช่น Nation Junior และ Student Weekly ซึ่งใช้ภาษาอังกฤษที่ง่ายกว่านิตยสารสำหรับเจ้าของภาษา หรือ นิตยสารอย่าง Future ก็จะมีบทความที่มีทั้งสองภาษา อังกฤษและไทย ให้ดูเปรียบเทียบกัน รับรองครับว่า Reading ของเพื่อนๆ จะคล่องปรื๋อออเลยล่ะ

 

 

เทคนิคที่ 6 ใช้สมุดโน้ตคำศัพท์ และกล้องของมือถือ เพื่อบันทึกคำศัพท์ประจำวัน

นั่นก็เพราะว่ารอบๆ ตัวเรามีภาษาอังกฤษอยู่มากมาย เพียงแต่สังเกต และบันทึกไว้ จะเป็นแหล่งในการเรียนรู้ได้อย่างดี ตัวอย่าง เช่น เสื้อยืดที่ผู้คนใส่กันทั่วไป มีภาษาอังกฤษปะปนอยู่ไม่น้อย บนเสื้อยืด ตัวหนึ่งอาจมีคำว่า “generation” คำว่า generation หมายถึงอะไร? เมื่อเจอคำศัพท์เหล่านี้ เราก็บันทึกไว้ด้วยสมุดโน้ต หรือใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายรูปไว้ แล้วกลับมาหาความหมาย พร้อมทบทวน

 

ซึ่งการเรียนรู้แบบนี้ มีสิ่งแวดล้อมประกอบ นอกจากน่าสนใจแล้ว ยังช่วยให้จดจำได้แม่นยำกว่าด้วยนะครับ แต่ที่สำคัญต้องอย่าลืมหยิบมาหมั่นทบทวนกันบ่อยๆ นะจ๊ะ

 

 

เทคนิคที่ 7 ดู Website ที่สนุกน่าสนใจแล้วเขียน comment

อินเตอร์เน็ตนับเป็นแหล่งเรียนรู้ภาษาที่สำคัญ ถ้าเราใช้เป็น และไปยังเว็บไซต์ส่วนที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก โดยจุดเด่นของอินเตอร์เน็ต คือ เราสามารถเขียนโต้ตอบกับคนทั่วโลกได้โดยใช้ภาษาอังกฤษ ซึ่งอาจมีเนื้อหาบางส่วนของเว็บไซต์เป็นจุดดึงความสนใจร่วมกันอย่างเช่น Facebook หรือ Youtube ก็แสนจะสะดวกว่ามั้ยล่ะ

 

 

เทคนิคที่ 8 ฝึกรูปแบบบทสนทนา (conversational patterns) ที่ใช้เป็นประจำ

ในชีวิตประจำวัน เช่น เมื่อเราซื้อของ จองตั๋วหนัง สอบถามเส้นทาง พยายามนึกว่า ถ้าเราจะต้องพูดเป็นภาษาอังกฤษ จะต้องพูดอย่างไรบ้าง

 

แต่ถ้าเราลองดูแล้วคิดไม่ออก ก็กลับมาหาดูในหนังสือเพื่อดูว่าบทสนทนาในสถานการณ์นั้นๆ เป็นอย่างไร เพราะว่าในแต่ละสถานการณ์ เช่นการซื้อของ การสั่งอาหาร การถามเส้นทางไปสถานที่ต่างๆ จะมีประโยคและคำศัพท์ที่ใช้โต้ตอบหลักๆ ไม่กี่รูปแบบเท่านั้น

 

เมื่อเราใช้รูปแบบดังกล่าวได้อย่างคล่องแคล่วเราก็จะพูดภาษาอังกฤษได้ใน สถานการณ์เหล่านั้น หนังสือประเภทที่มีข้อมูลตรงกับบทสนทนาเหล่านี้ได้แก่ หนังสือ Phrase book (หนังสือรวมวลี) สำหรับนักท่องเที่ยว และ CD รวมบทสนทนาภาษาอังกฤษต่างๆ นั่นเอง

 

study-7859

 

เทคนิคที่ 9 ขอให้ต่างคนต่างพูดซ้ำ หรืออธิบายให้ชัดเจนขึ้น

เมื่อสนทนากับคนต่างชาติแล้วเราฟังเขาไม่เข้าใจ สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากเขาพูดเร็วเกินไป หรือใช้คำศัพท์ที่เราไม่รู้จักนั่นเอง ซึ่งการขอให้เขาพูดช้าลง ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงใช้วลีหรือประโยคต่อไปนี้

– Slowly , please =ช้าหน่อยได้ไหมคะ/ครับ
– Could you please speak slowly? = กรุณาพูดช้าๆได้ไหมคะ / ครับ
หรือถ้าเราฟังไม่ชัดแล้วต้องการให้เขาพูดซ้ำ ก็เพียงบอกเขาว่า Again , please = อีกครั้งได้ไหมคะ/ครับ Pardon me. = ขอโทษนะคะ/ครับ (มีความหมายแฝงว่า เราต้องการให้เขาพูดซ้ำ)

 

เมื่อเขาใช้คำศัพท์หรือประโยคที่เราไม่เข้าใจ ก็อาจจะขอให้เขาอธิบายได้เช่นกันนะครับ อย่าอายที่จะถามจ้า

 

 

เทคนิคที่ 10 ร้องเพลงภาษาอังกฤษ

การร้องเพลง ภาษาอังกฤษ เป็นกิจกรรมบันเทิงที่ได้ความรู้ด้วย เมื่อเราร้องเพลงภาษาใด เราจะซึมซับจังหวะน้ำเสียงหนักเบา ของภาษาเข้าไปโดยธรรมชาติซึ่งจะเป็นส่วนช่วยเวลาเราพูดภาษานั้นด้วย แต่ถ้าจะให้ดีกว่าการร้องเล่นๆ ลองมาหาความหมายของคำศัพท์ต่างๆ และความหมายชองเพลงด้วยนะครับ จะได้เข้าใจแบบลึกซึ้งทั้งเพลงทั้งภาษาเลยล่ะ ยิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัวเลยล่ะ

 

Studying-for-MCAT

 

เทคนิคที่ 11 ติดตามเป้าหมาย, สร้างแรงจูงใจ

ถ้าเราต้องการประสบความสำเร็จ นอกจากจะวางเป้าหมายที่ชัดเจน(เทคนิคที่1) แล้ว เรายังควรติดตามเป้าหมายอย่างสม่ำเสมอด้วย ตัวอย่างเช่นในเรื่องที่มาริโอ้วางเป้าหมายในการเรียนรู้คำศัพท์ไว้ในคอลัมน์ด้าน ซ้าย และมีการบันทึกผลลัพธ์ที่ได้เรียนรู้จริงๆ ไว้ด้านขวา

 

การทำเช่นนี้ทำให้เราเห็นความก้าวหน้าของตนเอง และเป็นแรงผลักดันให้ฝึกฝน อย่างต่อเนื่องนั่นเอง อีกอย่างหนึ่ง คือ แรงบันดาลใจ “มองหาแรงบันดาลใจสำคัญที่ทำให้เรา อยากเก่งภาษาอังกฤษ”

ซึ่งแรงบันดาลใจนี้อาจเป็น
-การมีดโอกาสไปเรียนต่อหรือใช้ชีวิตเมืองนอก
-การพูดคุยกับเพื่อนชาวต่างชาติได้คล่องแคล่ว
-การอ่านหนังสือต้นฉบับหรือหนังสือต้นฉบับหรือดูหนังสือ Soundtrack ได้เข้าถึงอารมณ์

 

 

โดยเจ้าแรงบันดาลใจคือ ต้นฉบับ (role model) ที่ดีเช่น เราอาจจะอยากเก่งเหมือนดาราหรือพิธีกรคนโปรด หรือพี่ชายหรือพี่สาวคนเก่งหรืออาจารย์ของเรา เป็นต้น อะไรคือแรงบันดาลใจของเราที่ทำให้อยากเก่งภาษาอังกฤษ? เขียนใหญ่ๆ แปะเอาไว้ข้างฝา ให้เห็นทุกวัน เราต้องเป็นอย่างนั้นให้ได้ รับรองครับ สำเร็จแน่ทุกๆ คนเลยล่ะ

Source: Eduzone

ร่วมแสดงความคิดเห็นกันจ้า...

SHARE

ทุนการศึกษาอื่นๆที่น่าสนใจ