7 สัญญาณของร่างกาย ที่ไม่ควรนิ่งนอนใจอีกต่อไป หากอยากมีสุขภาพดีแบบยั่งยืน

การหมั่นตรวจร่างกายด้วยตัวเองที่บ้านสามารถช่วยป้องกันโรคที่อาจก่อให้เกิดอันตรายในอนาคตได้ ตัวอย่างเช่น ประมาณ 70% ของผู้ป่วยมะเร็งเต้านมพบว่าตรวจเจอด้วยตัวเองที่บ้าน

ซึ่งปัจจุบันอาการเจ็บไข้ได้ป่วยในมนุษย์น่ากลัวกว่าที่คิด สำหรับใครที่อยากมีสุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์มาดู 7 สัญญาณต่อไปนี้เลย

 

 

1. การเปลี่ยนแปลงของน้ำหนัก

การสังเกตเรื่องน้ำหนักเป็นสิ่งสำคัญ และสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงน้ำหนักอย่างเฉียบพลันมีได้จาก

-ความผิดปกติของต่อมไทรอยด์ ทำให้ไทรอยด์ผลิตฮอร์โมนมากเกินไป หรือน้อยเกินจนไม่เพียงพอ ซึ่งเป็นสาเหตุของน้ำหนักที่เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง

-การนอนหลับไม่เพียงพอเป็นหนึ่งสาเหตุของการเปลี่ยนแปลงน้ำหนัก เพราะร่างกายรับรู้ได้ว่าคุณนอนหลับไม่เพียงพอเนื่องจากความเครียด จึงทำให้เกิดการสะสมไขมัน

-ความผันผวนของน้ำหนักอาจเกิดจากความไม่สมดุลของฮอร์โมน ซึ่งสังเกตได้ชัดเจนก่อนช่วงประจำเดือนจะมา ในกรณีนี้ควรปรึกษาสูตินารีแพทย์

 

2. บวมน้ำ

-ใบหน้าบวม และตาบวมในตอนเช้าอาจบ่งบอกถึงปัญหาเกี่ยวกับไต ในกรณีนี้ควรไปพบผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินปัสสาวะ

-สาเหตุที่สองอาจเป็นเพราะความดันโลหิตสูง และปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ

-หากสังเกตเห็นเส้นเลือดขอดที่ขา อาจเป็นไปได้ว่าอาการบวมน้ำมีส่วนเกี่ยวข้องกับเส้นเลือดโป่ง

 

3. รอยช้ำบนร่างกาย

หากรอยฟกช้ำปรากฏบนร่างกายของคุณบ่อยๆ โดยไม่มีเหตุผล อาจเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าบางสิ่งในร่างกายทำงานไม่ถูกต้อง โดยรอยช้ำสามารถปรากฏขึ้นด้วยเหตุผลที่แตกต่างกัน เช่น การขาดวิตามิน หรือโรคที่เกี่ยวกับเลือด

-ขาดวิตามิน C ตัวอย่างเช่น นำไปสู่ปัญหาเกี่ยวกับระบบการเผาผลาญซึ่งทำให้เกิดรอยช้ำ

-โรคหลอดเลือดอักเสบ เกิดได้ทั้งที่หลอดเลือดแดง หรือหลอดเลือดดำ หรือหลอดเลือดฝอย ทำให้อวัยวะต่างๆ ที่มีหลอดเลือดไปเลี้ยงทำงานผิดปกติ

-การลดลงของเกล็ดเลือด การสลายตัวที่รวดเร็วของเกล็ดเลือดอาจนำไปสู่อาการฟกช้ำ ซึ่งเรียกอาการนี้ว่า เกล็ดเลือดต่ำ หากกรณีนี้เกิดขึ้นกับคุณควรไปพบแพทย์จะดีที่สุด

 

4. สภาพของลิ้น

สีของลิ้นสามารถบ่งบอกถึงโรคที่แตกต่างกัน ซึ่งบางครั้งอาจมีชั้นสีขาวปรากฎอยู่บนลิ้น

-ชั้นสีขาวแสดงว่ามีปัญหาในการย่อยอาหาร

-ปัญหาเกี่ยวกับตับ หรือถุงน้ำดี อาจทำให้ลิ้นเปลี่ยนเป็นสีเหลือง และปกคลุมด้วยชั้นที่หนามาก

-สีเทาอมเหลืองปรากฎบนลิ้นเมื่อมีโรคเรื้อรังเกี่ยวกับลำไส้ หรือเป็นภาวะขาดน้ำ

 

5. สีขาวของดวงตา

สีขาวคือสีปกติ ในขณะที่สีเหลืองหรือแดงเป็นสัญญาณของพยาธิวิทยา หากสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงสีขาวของดวงตาควรไปพบแพทย์ทันที เพื่อให้ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง

-สีขาวของดวงตาสามารถเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ในกรณีที่เกิดความเสียหายที่ตับ

-สีแดงหรือสีเหลืองอาจเกิดจากการติดเชื้อ หรือโรคทางตา

-สีขาวจะเปลี่ยนเป็นแดงหรือเหลือง หลังจากนั่งจ้องอยู่หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน หรือหลังจากการออกกำลังกายอย่างหักโหม

 

6. เล็บ

-หากมีจุดสีเหลือง สีดำ หรือเป็นริ้วลายทางปรากฎบนเล็บ เป็นสัญญาณของโรคเชื้อรา หรือเรียกว่าการติดเชื้อราที่เล็บ หากเกิดอาการเช่นนี้ขึ้นควรไปพบแพทย์ผิวหนัง

-การขาดวิตามิน D, B1, แคลเซียม และธาตุเหล็กสามารถทำให้เล็บของคุณเสียรูปได้

-จุดสีขาวบนเล็บ รอยแตก หรือบุ๋มเล็กๆ เป็นสัญญาณของโรคไขข้ออักเสบ ซึ่งควรไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ

 

7. เหงือก

-โรคเหงือกอักเสบเป็นอาการเมื่อเยื่อเมือกอักเสบบริเวณรอบฟัน ทำให้เลือดออกที่เหงือก และอาจเกิดอาการเจ็บปวดเมื่อรับประทานอาหารที่ร้อนหรือเย็น

-โรคปริทันต์ ความเสียหายของเนื้อเยื่ออาจทำให้เหงือกแยกออกจากฟัน ทำให้เกิดร่องที่สะสมคราบพลัค และเกิดการสะสมของอาหาร

-และโรคปริทันต์ยังทำให้เหงือกค่อยๆ เสื่อมสภาพลง

 

หากอาการเหล่านี้เกิดขึ้นกับคุณ อย่าทำเป็นนิ่งนอนใจไป ควรรีบพบแพทย์เพื่อจะได้ไม่ต้องมานั่งกลัดกลุ้มภายหลัง

ที่มา brightside

ร่วมแสดงความคิดเห็นกันจ้า...

SHARE

ทุนการศึกษาอื่นๆที่น่าสนใจ