มารู้จัก CEO พันล้าน ผู้ก่อตั้งแอพโซเชียลยอดฮิต Instagram กันเถอะ !!

 

 

Instagram อาจจะเป็นเรื่องใหม่สำหรับใครหลายๆคนนะคะ ซึ่งแอพพลิเคชั่นนี้ก็มีมาสักพักหนึ่งแล้ว แต่คนไทยส่วนใหญ่จะเล่น Facebook กันมากกว่า ก็เลยจะรู้จักแต่ Mark Zuckerburg แต่อินสตาแกรมจะแตกต่างจากเฟสบุ๊คตรงที่ อินสตาแกรมจะเน้นไปที่การแชร์แบบรูปภาพมากกว่า เราจะตั้งสเตตัสดราม่าพร่ำเพ้อเป็นตัวอักษรก็ต้องใส่ภาพปลากรอบ เอ้ย ประกอบเข้าไปด้วย อิอิ มาดูกันเลยค่ะว่าหนุ่มน้อยคนนี้มีประวัติเป็นไงมาไงกัน

 

Instagram-HWDI-Inc-Mag-3-1725x810_27226

 

 

เควิน ซิสตรอม บัณฑิตหนุ่มจากสแตนฟอร์ด เปิดตัวอินสตาแกรม แอพพลิเคชั่นฟรีสำหรับสมาร์ทโฟนในแอ๊ปเปิ้ลสโตร์เมื่อ 6 ตุลาคม 2553 หลังจากนั้นไม่กี่ชั่วโมง มีคนจากทั่วโลกกว่า 10,000 คนเข้ามาเป็นสมาชิกอินสตาแกรมเพื่อตกแต่งและแชร์ภาพถ่าย ตอนนั้นเขาคิดว่า เขาคงนับจำนวนสมาชิกผิด แต่เมื่อจำนวนยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เขาบอกกับตัวเองว่า นั่นเป็นช่วงวันที่ดีที่สุดในชีวิตของเขา แต่ตอนนี้เขาคงเปลี่ยนใจแล้ว เพราะช่วงชีวิตที่ดีที่สุดเพิ่งมาถึง และเริ่มต้นเมื่อต้นเดือนนี้เอง เมื่อเฟซบุ๊คประกาศเซ็นสัญญามูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 3 หมื่นล้านบาท เพื่อซื้ออินสตาแกรมที่เขาและไมค์ กริเกอร์ ซีอีโออีกคนหนึ่งร่วมกันพัฒนาขึ้นมา

 

kevin-systrom-e1412006318274-1940x1091

 

การซื้อขายครั้งนี้จะทำให้ทั้งสองกลายเป็นเศรษฐีพันล้านในชั่วข้ามวัน เพราะซิสตรอมจะได้ส่วนแบ่งประมาณ 400 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนกริเกอร์จะได้แบ่งหุ้นประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์และเงินประมาณ 100 ล้านเหรียญเลยทีเดียว เรื่องนี้น่าสนใจเพราะความสำเร็จระดับพันล้านนี้เกิดขึ้นหลังจากเปิดตัวอินสตาแกรมได้เพียง 18 เดือนเท่านั้น

 

มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก ประธานกรรมการบริหารของ เฟซบุ๊ค แถลงว่า เขามุ่งหวังมาตลอดที่จะช่วยให้สาวกเฟซบุ๊คได้ประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการแบ่งปันภาพถ่ายร่วมกับเพื่อนฝูง และคนในครอบครัว การได้ร่วมงานกับอินสตาแกรม?ถือเป็นโอกาสดีที่จะช่วยให้นโยบายของเฟซบุ๊คในเรื่องนี้มีความสมบูรณ์แบบที่สุด

 

ซิสตรอม วัย 26 ปีแถลงผ่านทางบล็อกของอินสตาแกรมว่า แม้จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของเฟซบุ๊คแล้ว แต่บริษัทจะยังคงให้ผู้ใช้สามารถแบ่งปันรูปภาพไปยังเครือข่ายสังคมออนไลน์อื่นๆ เช่น ทวิตเตอร์ ได้ต่อไป เฟซบุ๊คไม่สามารถหยุดยั้งการพัฒนาอินสตาแกรมได้ “เรายังไม่หายไปไหน เราจะทำงานกับเฟซบุ๊คเพื่อพัฒนาและสร้างเครือข่ายของอินสตาแกรมเราจะเพิ่มลูกเล่นใหม่ๆ ตลอดเวลา เพื่อให้การถ่ายภาพในมือถือเป็นเรื่องง่ายและสร้างสรรค์”

 

19170100-mmmain

 

ดารานักร้องและเซเลบริตี้มากมายจากทั่วโลกที่ใช้และแชร์ผ่านอินสตาแกรม แต่คนที่ทำให้ดังกระฉูดคือ จัสติน บีเบอร์ นักร้องวัยกระเตาะชื่อก้องโลก

เขาเริ่มแชร์รูปตัวเองในอินสตาแกรมเมื่อปีที่แล้ว รูปเขาจำนวนมากก็ถูกแชร์โดยบรรดาแฟนคลับสาวๆ จากทั่วโลก ตอนนี้เขาคือเซเลบที่มียอด follower ในอินสตาแกรมมากเป็นอันดับ 1 หรือเกิน 1 ล้านคนแล้ว

 

an-evening-with-justin-bieber-at-staples-center-on-november-13-2015-in-los-angeles

 

ผู้จัดการของบีเบอร์เคยติดต่อมาที่อินสตาแกรม เพื่อขอส่วนแบ่งค่าโฆษณาโดยอ้างว่า บีเบอร์ทำให้แอพนี้ชื่อเสียง โดยขู่ว่าถ้าไม่ยอม บีเบอร์จะเลิกใช้อินสตาแกรม แต่อินสตาแกรมก็ปฏิเสธข้อเรียกร้องและบีเบอร์ก็ยังคงใช้อินสตาแกรมต่อไป

 

 

46396136_a_458175c

 

ซิสตรอมเล่าว่า ช่วงอาทิตย์แรกๆ หลังจากเปิดตัว เขาและกริเกอร์ยุ่งอยู่กับการป้องกันไม่ให้เซิร์ฟเวอร์ล่ม กริเกอร์ต้องหิ้วโน้ตบุ๊คไปทุกที่ เพื่อว่าถ้าเซิร์ฟเวอร์ล่มจะได้แก้ไขได้ทันที

ซิสตรอมโชคดีมีเพื่อนอยู่ในวงการสื่อ เขาโทรศัพท์ไปบอกพวกเขาเรื่องการเปิดตัวอินสตาแกรมและได้รับการตอบรับอย่างดี เขากล่าวตอนเปิดตัวว่า ไม่ต้องการให้แอพนี้ใช้สำหรับแชร์รูปภาพเท่านั้น แต่เพื่อแชร์ชีวิตของแต่ละคนด้วย

 

เมื่อเปิดตัวใหม่ๆ อินสตาแกรมมีพนักงาน 4 คนเท่านั้น คือ ซิสตรอม กริเกอร์ โปรแกรมเมอร์และผู้เชี่ยวชาญฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ แต่ตอนนี้มีพนักงานเพิ่มเป็น 13 คนและทั้งหมดจะได้รับส่วนแบ่งเป็นหุ้น 10 เปอร์เซ็นต์หรือประมาณ 100 ล้านเหรียญจากการขายอินสตาแกรมให้เฟซบุ๊คด้วย

 

1830143-why-instagrams-kevin-systrom-couldnt-refuse-facebooks-mark-zuckerberg-twice-rotator

 

เมื่อ 8 ปีที่แล้ว ซักเคอร์เบิร์กพบซิสตรอมครั้งแรกเมื่อเขาย้ายมาที่ซิลิคอน เวลลี่ย์ใน ซาน ฟรานซิสโก ใกล้มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดที่ซิสตรอมเรียนอยู่ ซักเคอร์เบิร์กซึ่งรู้ว่าซิสตรอมกำลังคิดค้นเรื่องการแชร์รูปภาพ บอกกับเขาว่า ทำไมไม่มาคุยกันที่เฟซบุ๊ค เพราะเขาก็กำลังพัฒนาเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน แต่ซิสตรอมปฏิเสธไปเพราะเขายังต้องการเรียนหนังสือให้จบ เขาเล่าว่า เมื่อมองกลับไปเขาก็คิดว่าเขาอยากเป็นส่วนหนึ่งของการเจริญเติบโตของเฟซบุ๊คเหมือนกัน แต่ก็ไม่ได้เสียใจที่ตัดสินใจปฏิเสธ ทั้งๆ ที่ตอนนี้เฟซบุ๊คโด่งดังถล่มทลาย

 

การเรียนที่สแตนฟอร์ดได้ให้โอกาสผมได้อยู่ท่ามกลางนวัตกรรมใหม่ๆ มากมายและยังได้พบกลุ่มคนที่ฉลาดที่สุด ผมรู้ว่าผมตัดสินใจไม่ผิด

ซิสตรอมให้สัมภาษณ์ว่าเขาและกริเกอร์ไม่เคยรู้จักกันทั้งๆ ที่เรียนมหาวิทยาลัยเดียวกัน กริเกอร์เกิดในบราซิลแต่ย้ายมาแคลิฟอร์เนียเมื่อปี 2549 เพื่อเรียนที่สแตนฟอร์ด พวกเขามารู้จักกันหลังจากจบออกมาแล้วเมื่อซิสตรอมเปิดตัว Burbn แอพพลิเคชั่นที่สามารถตกแต่งและระบุสถานที่ของภาพถ่ายและสามารถแชร์ทั้งรูปภาพและข้อความได้ กริเกอร์เป็นผู้ใช้แอพตัวนี้เป็นคนแรกๆ เขาติดต่อกับซิสตรอมเพื่อบอกว่า เขาคิดอย่างไรกับ Burbn ซึ่งต่อมากลายมาเป็นอินสตาแกรม?แต่ตัดฟังก์ชันแชร์ข้อความออก

ซิสตรอมเป็นซีอีโอที่พูดคุยเก่งกว่าในขณะที่กริเกอร์จะเงียบกว่าทำให้อินสตาแกรมเป็นส่วนผสมระหว่างความเรียบง่ายกับการชอบเข้าสังคม ในระหว่างเรียนมหาวิทยาลัย ซิสตรอมพัฒนาซอฟต์แวร์ที่เกี่ยวกับงานอดิเรก 2 อย่างที่เขาชอบนั่นคือ อาหารและการถ่ายภาพ แต่ต่อมาเขาก็เลือกโฟกัสที่การถ่ายภาพที่เขาชอบมากที่สุด แต่เขาก็ไม่ได้ทิ้งความชอบเรื่องอาหารซะทีเดียว เขายังคงถ่ายภาพการทำอาหาร ไปกินดินเนอร์กับเจมี่ โอลิเวอร์ เชฟชื่อดังแห่งเกาะอังกฤษ เจ้าของสมญานาม the Naked Chef และชื่นชอบการดื่มแชมเปญราคาแสนแพง

 

2-Armand-de-Brignac-2012-sri-panwa-event-phuket-luxury-pool-villa-thailand

 

ข่าวรายงานว่า ทั้งสองคนฉลองการขายอินสตาแกรมอย่างหรูหราด้วยการปาร์ตี้ยันรุ่งที่ซินซิตี้และโบเทโร คลับหรูหรามีระดับเฉพาะเศรษฐีเท่านั้น แชมเปญที่ใช้ฉลองคือ มิดาส ของอาร์มาน เดอ บริญัค (Armand de Brignac) แบรนด์ดังระดับโลกที่บรรจุในขวด 30 ลิตรที่ต้องใช้ 2 คนยก ราคาสี่ล้านห้าแสนบาท ทั้งสองทยอยกันกลับบ้านเมื่อเวลาตีสี่ของวันรุ่งขึ้น

 

source: gracezone

ร่วมแสดงความคิดเห็นกันจ้า...

ทุนการศึกษาอื่นๆที่น่าสนใจ