เคล็ดลับการอ่านหนังสืออย่างไร ให้ได้ประสิทธิภาพดีที่สุด และที่สำคัญ ไม่ “ง่วง”!

เพื่อนๆ เคยประสบปัญหากันบ้างรึเปล่าล่ะที่ว่า ทำไมเราอ่านหนังสือตั้งเยอะแยะ ตั้งมากมาย แต่ทำไมผลที่ออกมามันไม่ดีเหมือนที่เราคิดซะที คะแนนได้น้อยจนน่าใจหายไปซะอีก

 

วันนี้เราก็มีเคล็ดลับการอ่านหนังสือดีๆ ของพี่ นัทยาเพ็ชรวัฒนา ผู้จัดรายการวิทยุจุฬาฯ มาฝากกันล่ะจ้า รับรองถ้าเพื่อนๆ นำไปใช้กันล่ะก็รับรองว่าต้องได้ผลดีแน่ๆ เชื่อผม ผมเรียนมา อิอิ

 

Reading

 

1. อ่านให้ลึก

ข้อนี้นับว่าเป็นหัวใจของการอ่านเลยล่ะ เพราะว่าการอ่านของเด็ก ๆ มักจะอ่านเยอะ อ่านกว้าง แต่ไม่ลึก ทำให้ไม่เข้าใจถึงแก่นของเรื่องที่อ่านได้อย่างชัดเจน ดังนั้นควรปรับเปลี่ยนวิธีการอ่านโดยการทำความเข้าใจกับแก่นของเรื่องที่ อ่าน มากกว่าที่จะอ่านในปริมาณที่มากและรู้เพียงผิวเผินนะจ๊ะ

 

2. เปลี่ยนหนังสือน่าเบื่อให้เป็นสิ่งที่เร้าใจกว่า

การอ่านหนังสือในแบบเดิมทำให้เกิดอาการเบื่อง่าย การเปลี่ยนบทเรียนตัวอักษรในหนังสือให้กลายเป็นสื่อใหม่ ๆ เช่น เป็นหนังสือเสียง ด้วยการอัดเสียงของตัวเองหรือเพื่อนเป็นข้อความตามบทเรียน หรือการทำเป็นแผนที่ความจำ (Mind Map)จะทำให้เรารู้สึกดีกับการอ่านมากขึ้น และไม่เบื่อกันง่ายๆ นะจ๊ะ

 

3. หลีกเลี่ยงเทคโนโลยีทุกชนิด

ย้ำเลยนะจ๊ะ ว่าทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ โทรทัศน์วิทยุ และโดยเฉพาะพวกโทรศัพท์มือถือ นั่งแชทกับเพื่อนๆ ล้วนเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงในระหว่างการอ่านหนังสือทั้งนั้นเลยล่ะ ซึ่งความจริงคือเมื่อเราทำหลาย ๆ สิ่งพร้อมกัน สมาธิที่ควรมีให้กับการอ่านจะถูกแบ่งไปทำอย่างอื่นด้วย ทำให้เราเข้าใจสิ่งที่อ่านได้น้อยลงนั่นเอง

 

4. อย่ายุ่งกับ “คาง” เด็ดขาด

เนื่องจากประสาทสัมผัสบริเวณคางหากมีการ กดทับ สัมผัส หรือนวด เป็นเวลานาน ๆ จะทำให้ร่างกายรู้สึกง่วงได้นั่นเอง เหมือนกับพวกนักมวยที่โดนหมัดน็อคอัปเปอร็คัทกันได้อย่างง่ายๆ นั่นเอง หลีกเลี่ยงสิ่งที่จะทำให้เราหลับง่ายๆ ไว้นะจ๊ะ

 

reading5

 

5. ปรับแสงให้เหมาะสม

จากการวิจัยพบว่า ความสว่างและมืดของไฟมีผลถึง 75% ต่อ การอ่านหนังสือ ถ้าไฟอยู่ในระดับที่เหมาะสมสายตาจะไม่เกิดอาการล้าได้ง่ายๆ จนไม่สามารถอ่านหนังสือได้นาน มีผลทำให้ง่วง หรือปวดตา เพราะว่าใช้สายตามาก ทำให้เกิดอาการง่วง ปรับแสงให้พอเหมาะจะดีที่สุดนะจ๊ะ ไม่สว่างจ้า ไม่มืดสลัวจนเกินไป

 

6. งดเว้นอุปกรณ์เสริมทั้งหลาย

หมายถึงอุปกรณ์จำพวกขนม นม เนยนั่นแหละจ้า โดยเฉพาะขนมขบเคี้ยวที่มีส่วนประกอบ 70 – 80%และผงชูรส เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะมีการเผาผลาญก่อให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เมื่อเกิดขึ้นมากๆ ก็จะทำให้เกิดอาการง่วงนั่นเอง การหาวนั้นเปรียบเสมือนการนำ ออกซิเจนเข้าไปนั่นเองล่ะจ้า

 

7. เริ่มใช้อุปกรณ์เสริมกันได้แล้ว

กลเม็ดแก้ง่วงที่ถ้าไม่ไหวสุดๆ แล้วแต่อยากอ่านต่อล่ะก็ “เคี้ยวพริก” กันเลยจ้า รับรองตื่นตาตื่นใจ ไม่มีอันตราย ไม่มีผลข้างเคียงแน่นอน เคี้ยวพริกขี้หนู 1 เม็ด น้ำอุ่น 1 ถ้วยรับรองหลับไม่ลงกันเลยล่ะ อิอิ

 

Source: CampusSanook

ร่วมแสดงความคิดเห็นกันจ้า...

SHARE

ทุนการศึกษาอื่นๆที่น่าสนใจ