นี่คือ 11 การใช้คำแบบผิดไวยากรณ์ แต่เรามักจะทำกันอยู่เป็นประจำ…

พบกับชั่วโมงการเรียนภาษาอังกฤษกับ ScholarShip.in.th กันหน่อยนะครับสำหรับวันนี้ ซึ่งจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับไวยากรณ์ หรือแกรมม่านั่นเองจ้า แต่รับรองไม่มีอะไรปวดหัว เราลองมาชมกันดูนะครับ

 

ทางทีมงานเราก็ได้รวบรวมเอา 11 การใช้ไวยากรณ์แบบผิดความหมายที่เราพบเห็นกันได้บ่อยๆ มาลองสังเกต แก้ไข และใช้ให้ถูกกันนะครับ โดยจะแบทเทิลกันให้ดูเป็นตัวๆ เลยล่ะครับเพื่อให้เกิดการเข้าใจ อิอิ

 

e-Learning Concept. Computer Keyboard

 

1. “Bring” vs. “Take”

เพราะคำว่า “Bring” จะมีความหมายเชิงว่า นำไปสู่ , พาไป ซึ่งแตกต่างกับคำว่า “Take” ที่แปลว่า เอาไป , เอาจากไป เช่น You bring your kids to school in the morning, and you take them home in the afternoon.

 

2. “You’re” vs. “Your”

ใช้ผิดกันง่ายๆ เลยนะครับสองคำนี้ “You’re” เป็นการย่อครับที่จริงคือ You are ส่วน “Your”  เป็นการแสดงความเป็นเจ้าของครับ เช่น You’re a nice person, but your attitude wasn’t great today.

 

3. “Its” vs. “It’s”

คล้ายๆ กันกับข้อข้างบนเลยนะครับ “Its” เป็นการแสดงความเป็นเจ้าของส่วน “it’s” เป็นการย่อของ It is ครับ ตัวอย่างก็คือ See that car? It’s time to change its oil

 

4. “A lot” vs. “Allot” vs. “Alot”

ควาหมายต่างกันเลยครับ ตัวอย่างคือ You might spend a lot(มากมาย) of money. You might allot(คำกริยาแปลว่าเจียด , จ่ายแจก) a certain amount of money to eating out. ส่วนคำว่า “Alot” นั้นไม่มีในภาษาอังกฤษนะจ๊ะ -*- อย่าไปใช้กันเชียว

 

o-CHILD-READING-facebook

 

5. “Lay” vs. “Lie”

อันนี้ในเรื่องการใช้เน้นๆ เลยนะครับ มาดูสองรูปประโยคนี้กัน You lie down, or you lay your body on the bed. คุณนอนลง หรือล้มตัวลงนอนบนเตียง สังเกตนะครับว่า Lay ต้องมีกรรมมารองรับด้วยนะ

 

6. “Borrow” vs. “Lend”

ความแตกต่างคือ ยืม กับการให้ยืมครับ เช่น Barry borrowed money from Lenny, who lended him cash. หมายถึง แบร์รี่ยืมเงินจากเลนนี่ ซึ่งเลนนี่ได้ให้เขายืมเป็นเงินสด

 

7. “Affect” vs. “Effect”

คำนนี้พบกันได้บ่อยๆ เลยนะครับ Affect เป็นกริยา ส่วน Effect เป็นคำนามครับ ตัวอย่างคือ If you’re influential, you affect(V) someone. In other words, you have an effect(N) on them.

 

8. “Principle” vs. “Principal”

ช่างเหมือนกันเหลือเกินจนน่าเข้าใจผิด…“principal” แปลว่าประธาน (หัวหน้า) ส่วน “principle” แปลว่าหลักการหรือความเชื่อนะครับ

 

9. “May” vs. “Might”

“May” ให้ความรู้สึกถึงความไม่แน่นอน ส่วน “Might” ให้ความรู้สึกว่ามีความหวังอยู่เล็กน้อย เช่น You may make a lot of grammar mistakes in the future, but we don’t know for sure. You might avoid them altogether if you heed this advice. ต่างกันตรงที่ Might แอบให้ความหวังนั่นเองครับ

 

oops key

 

10. “Farther” vs. “Further”

“Farther” เป็นคำที่บ่งบอกเกี่ยวกับระยะทางโดยตรง(มีหน่วย) เช่น He ran farther than five miles. ส่วน “Further” เป็นการบอกระยะทางแบบนามธรรมมากกว่าครับ เช่น Not drinking enough water during the race caused further problems than he expected.

 

11. “Disinterested” vs. “Uninterested”

ต่างกันมากเลยนะครับ เพราะว่า Dis นี้อาจจะเป็นรูปปฏิเสธของหลายๆ คำอื่น แต่สำหรับคำนี้ “Disinterested” แปลว่าเสมอภาค ไม่ลำเอียง ไม่ได้แปลว่าไม่สนใจเหมือนที่เราเข้าใจนะครับ ส่วนคำว่า “Uninterested” จะแปลว่าไม่สนใจนะครับ

 

ทีนี้เพื่อนๆ ลองสังเกต จดจำ และนำไปใช้ดูนะครับ รับรองว่าเราจะสามารถใช้ภาษาอังกฤษกันได้แบบถูกต้องโดยไม่อายใครเลยล่ะจ้า :)

ที่มา: LifeHack

ร่วมแสดงความคิดเห็นกันจ้า...

ทุนการศึกษาอื่นๆที่น่าสนใจ