12 เทคนิคการอ่านหนังสือดีๆ ที่จะช่วยให้เพื่อนๆ เอาชนะความขี้เกียจและความง่วง!!!

 

เพื่อนๆ คนไหนมีปัญหาในการอ่านหนังสือกันอยู่รึเปล่า…?? แน่นอนล่ะ การอ่านหนังสือไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ใครๆ ก็ต้องอ่านกันเพราะไม่งั้นก็ไม่รู้จะไปเอาคะแนนดีๆ มาจากไหน…

 

วันนี้เราเลยได้นำเคล็ดลับการอ่านหนังสือดีๆ จากทาง Kapook มาฝากเพื่อนๆ กันล่ะ ลองมาดูแล้วนำไปใช้กันดูนะจ๊ะ ว่าจะได้ผลกันรึเปล่า อิอิ

 

facts-figures-reading

คิดถึงภาพความสำเร็จ

การอ่านหนังสือเป็นแหล่งความรู้และจุดเริ่มต้นของอนาคต หากความรู้ความเข้าใจความฝันที่หวังเอาไว้คงไม่วันเป็นจริงได้ ฉะนั้นเมื่อรู้สึกขี้เกียจคิดถึงภาพอนาคตและความสำเร็จของตัวเองเอาไว้ แล้วจะมีกำลังใจในการอ่านหนังสือมากขึ้น อีกทั้งควรท่องเอาไว้ว่าสิ่งเหล่านี้สร้างขึ้นได้ด้วยสมองสองมือของเราเองทั้งนั้น

 

คิดถึงคนรอบข้าง

ถ้าได้คะแนนหรือเกรดไม่ดี ไม่ใช่แค่ตัวเราที่เสียใจเท่านั้น คนรอบ ๆ ตัวโดยเฉพาะพ่อแม่ก็รู้สึกไม่ต่างกัน และอาจจะเสียใจมากกว่าด้วยซ้ำ ดังนั้นในวันที่ขี้เกียจไม่อยากอ่านหนังสือควรคิดถึงรอยยิ้มและความสุขของพ่อแม่เอาไว้ หากไม่อยากให้พวกเขาต้องเสียใจเริ่มอ่านหนังสือตั้งแต่ตอนนี้เลยดีกว่า!!!

 

ติวหนังสือกับเพื่อน ๆ

อ่านหนังสือคนเดียวคงรู้สึกเหงาไม่น้อย อีกทั้งยังอาจเผลอหลับได้ง่าย ๆ ดังนั้นใครที่รู้ว่าตัวเองมีนิสัยแบบนี้ลองชวนเพื่อน ๆ มาติวหนังสือด้วยกันซะเลยดีกว่า เพื่อทำให้บรรยากาศในการอ่านหนังสือน่าสนใจ และทำให้ตัวเองอยากอ่านหนังสือมากขึ้น โดยเฉพาะในเวลาที่เห็นเพื่อน ๆ ก้มหน้าก้มตาอ่านกัน หลังจากที่อ่านเสร็จแล้ว ผลัดกันถามตอบจะช่วยให้จำได้แม่นยำขึ้น

 

ผ่อนคลายก่อนอ่านหนังสือ

สมองที่เหนื่อยล้าและร่างกายที่อ่อนเพลียมีส่วนทำให้รู้สึกขี้เกียจได้เช่นกัน ฉะนั้นก่อนอ่านหนังสือสร้างแรงบันดาลใจให้กับตัวเองด้วยการทำตามใจตัวเองสักวัน อย่างเช่น ออกไปช้อปปิ้ง  เที่ยวกับเพื่อน ทานข้าวกับครอบครัว ซื้อขนมหวานอร่อย ๆ มาทานสักชิ้นสองชิ้น เพื่อให้สมองและร่างกายได้พักผ่อนจากความตึงเครียดทั้งหลาย และเรียกพลังสำหรับการอ่านหนังสือกลับคืนมา

 

 

Reading-2

 

อ่านเรื่องที่สนใจก่อน

สาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิด ความขี้เกียจนั่นเป็นเพราะรู้สึกว่าสิ่งที่เรียนยากและคิดว่าตัวเองทำไม่ได้ ทั้งที่ในความเป็นจริงหากตั้งใจเรียนไม่มีอะไรเกินความสามารถ ดังนั้นลองถามตัวเองก่อนว่าสนใจ และชอบเรื่องใดเป็นพิเศษบ้าง แล้วเริ่มต้นการอ่านจากบทเรียนหรือวิชานั้น เพราะความชอบและความสนใจจะทำให้ทุกอย่างกลายเป็นเรื่องง่ายและทำได้ดี ทั้งนี้เพื่อสร้างกำลังใจและแรงบันดาลใจให้กับตัวเองก่อนจะเปลี่ยนไปอ่าน วิชาที่ไม่ถนัด

 

เขียนตารางเวลาอ่านหนังสือ

ความขี้เกียจจะทำให้ผัดวันประกันพรุ่งและเลื่อนเวลาอ่านหนังสือไปเรื่อย ๆ ดังนั้นเปลี่ยนวิธีเสียใหม่ โดยเขียนตารางเวลาสำหรับอ่านหนังสือในแต่ละวันอย่างน้อย  2 – 3 ชั่วโมง พร้อมกับเวลาพักช่วงละ 5 – 10 นาที เพื่อบังคับตัวเองให้อ่านหนังสือเป็นนิสัย ช่วงแรก ๆ อาจจะต้องอดทนกันเล็กน้อย แต่หากผ่านเวลานี้ไปได้ความขี้เกียจคงไม่กลับมาแล้วล่ะ อีกทั้งยังเป็นการปลูกฝังนิสัยการอ่านหนังสือให้กับตัวเองด้วย

 

ตัดขาดจากโลกออนไลน์เสียบ้าง

พวกเว็บไซต์โซเชียลเน็ตเวิร์ก อย่างเช่น เฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ รวมไปถึงอุปกรณ์เครื่องมือสื่อสารต่าง ๆ ทั้งโทรศัพท์มือถือ แล็ปท็อป หรือแท็บเล็ตควรลดเวลาในการเล่น หรืองดไปเลย เพราะสิ่งเหล่านี้จะดึงความสนใจของเราไป และทำให้ขี้เกียจอ่านหนังสือมากขึ้น ฉะนั้นเก็บอุปกรณ์เหล่านี้เอาไว้ใช้ หลังจากที่ผ่านพ้นช่วงสอบไปแล้วดีกว่า

 

ตามรอยคนดังไว้เป็นแรงบันดาลใจ

เหล่าไอดอลต่างไม่ว่าจะเป็นศิลปินในประเทศหรือต่างประเทศ หากย้อนกลับไปดูประวัติของพวกเขาจะเห็นว่าที่มาไม่ธรรมดาจริง ๆ เพราะบางคนต้องสู้ชีวิตมาตั้งแต่เด็ก ส่วนบางคนจำเป็นต้องทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย ซึ่งเหนื่อยกว่าคนทั่วไปแต่พวกเขาสามารถทำได้ ฉะนั้นหากชอบใครรักใคร อย่ายึดแค่หน้าตาภายนอกอย่างเดียว เอาความขยันของพวกเขาเหล่านั้น มาสร้างแรงบันดาลใจให้กับตัวเองด้วยดีกว่า

 

boy-and-girl-reading

ปรับเปลี่ยนชีวิตประจำวัน

ไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตในแต่ละวันมีส่วนที่สร้างความขี้เกียจได้เช่นกัน โดยเฉพาะนิสัยกินกับนอนเพียงอย่างเดียว ทั้งสองนิสัยที่กล่าวมานี้นอกจากจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพแล้ว ยังทำให้ขาดความกระปรี้กระเปร่าด้วย ฉะนั้นควรจะเพิ่มกิจกรรมให้ชีวิตน่าสนใจขึ้นบ้างด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และนอนหลับให้เพียงพอ เพื่อกระตุ้นความสดชื่นให้กับร่างกาย และสร้างพลังงานเอาไว้อ่านหนังสือนะจ๊ะ

 

ทำแบบฝึกหัดให้ชำนาญ

หากไม่อยากอ่านหนังสือจริง ๆ เปลี่ยนไปทบทวนด้วยวิธีอื่น ๆ อย่างเช่น การทำแบบฝึกหัด เพราะสารพัดโจทย์ที่หนังสือให้มาทำให้การอ่านหนังสือสนุกสนานยิ่งขึ้น อีกทั้งโจทย์ในแต่ละข้อหยิบมาจากจุดสำคัญของเนื้อหา ดังนั้นการทำแบบฝึกหัดนอกจากจะช่วยให้การอ่านหนังสือน่าสนใจแล้ว ยังเท่ากับได้อ่านบทสรุปไปด้วยในตัว แล้วความขี้เกียจที่สะสมอยู่จะหายไปในทันที

 

ตั้งรางวัลให้กับตัวเอง

สร้างแรงดึงดูดและความน่าสนใจ ด้วยการสร้างเป้าหมายให้กับตัวเองหากอ่านหนังสือได้ครบตามที่กำหนดเอาไว้ อย่างเช่น ซื้อของที่อยากได้ ขนมที่อยากทาน หรือออกไปเที่ยว เป็นรางวัลสำหรับความสำเร็จในขั้นแรกก็ได้นะครับ

 

สร้างบรรยากาศให้ครึกครื้น

การอ่านหนังสือท่ามกลางความเงียบคงวังเวง และน่าเบื่อไม่น้อย ฉะนั้นควรจะเปลี่ยนบรรยากาศด้วยการเพิ่มความสนุกสนานเข้าไป โดยการเปิดเพลงคลอเบา ๆ ในระหว่างที่อ่านหนังสือ หรือเปลี่ยนสถานที่ไปใช้บริการจากร้านกาแฟ หรือห้องสมุดก็ครึกครื้นและน่าสนใจเหมือนกัน อีกทั้งยังมีหนังสืออื่น ๆ ให้ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมด้วยล่ะ

 

ทีนี้พอเรารู้เทคนิคดีๆ เหล่านี้แล้วก็อย่าลืมเอาไปใช้กันนะจ๊ะ ไม่งั้นก็ไม่เกิดผลกันเท่าที่ควรหรอกจ้า อิอิ สุดท้ายนี้ก็ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ ชุดนี้จากทาง Kapook ด้วยนะจ๊ะ

ร่วมแสดงความคิดเห็นกันจ้า...

ทุนการศึกษาอื่นๆที่น่าสนใจ