15 อันดับเมืองคุณภาพชีวิตต่ำที่สุดในโลก รู้ไว้สำหรับคนที่ต้องการหลีกเลี่ยง

ในทุกๆ ปีบริษัท Mercer ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทที่ปรึกษาด้านทรัพยากรบุคคลที่ใหญ่ที่สุดในโลก จะมีการเผยแพร่ Quality of Living Index ซึ่งแสดงถึงเมืองที่มีคุณภาพชีวิตดีที่สุด แต่สำหรับบทความนี้เราจะนำเสนอในส่วนของเมืองที่ได้รับการจัดอันดับให้มีคุณภาพชีวิตที่เลวร้ายที่สุด

กว่า 450 เมืองจากทั่วโลก บริษัท Mercer จะพิจารณาจากตัวชี้วัดเพื่อตัดสินเมืองต่างๆ จากในรายการว่าเมืองไหนมีคุณภาพชีวิตที่ดีและคุณภาพชีวิตต่ำที่สุด

มาดู15 อันดับเมืองคุณภาพชีวิตต่ำที่สุดในโลกที่เปิดเผยออกมาเลยค่ะ…

 

 

15. Ouagadougou ประเทศบูร์กินาฟาโซ

เมืองวากาดูกู เมืองหลวงของประเทศบูร์กินาฟาโซ เป็นเมืองที่ตกอยู่ภายใต้ภัยคุกคามจากอาชญากรรมอย่างต่อเนื่อง และเมื่อต้นปี 2016 โรงแรมชื่อดังได้ถูกลอบวางระเบิดโดยกลุ่มผู้ก่อการร้าย ‘อัลกออิดะฮ์’ ซึ่งมีผู้เสียชีวิตกว่า 29 ราย

 

14.Tripoli ประเทศลิเบีย

ตริโปลีซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศลิเบีย ในปี 2015 ได้ถูกแบ่งแยกโดยกลุ่มผู้นำทางทหารสองกลุ่ม แม้แต่สนามบินหลักก็ได้ถูกทำลายลงในช่วงฤดูร้อนของปีนั้น รวมถึงสถานทูตหลักทั้งหมดก็ปิดตัวลงเช่นกัน

 

13. Niamey ประเทศไนเจอร์

มีทั้งการประท้วง การทุจริตของรัฐบาล และความยากจนของคนในท้องถิ่น เมืองนี้จึงถูกจัดอยู่ในรายการด้วย

 

12. Bamako ประเทศมาลี

เป็นเมืองที่มีอัตราการเติบโตของประชากรเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาความยากจนตามมา

 

11. Nouakchott ประเทศมอริเตเนีย

แต่เดิมนั้นที่นี่เป็นเพียงหมู่บ้านเล็กๆ และไม่มีความสำคัญเท่าใดนัก จนกระทั่งปี 1958 ได้เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วจนเป็นหนึ่งในเมืองที่ใหญ่ที่สุดในซาฮารา แต่อย่างไรก็ตามเพราะปัญหาด้านความหนาแน่น ภัยแล้ง และความยากจนจึงทำให้เมืองนี้มีชุมชนแออัดหรือ ‘สลัม’ ผุดขึ้นมาหลายแห่ง

 

10. Conakry ประเทศกินี

เมืองท่าที่เต็มไปด้วยปัญหาด้านความปลอดภัยส่วนบุคคล ความรุนแรงของอาชญากรรม การประท้วง และการนัดหยุดงานที่สร้างความเสียหายไปทั่วเมืองโคนาครี

 

9. Kinshasa สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก

ปัญหาด้านความขัดแย้งในชาติพันธุ์กระจายอยู่ทั่วเมืองนี้ ซึ่งองค์กรพัฒนาเอกชนต่างพยายามที่จะให้ความช่วยเหลือ บรรเทาทุกข์ด้านอาหารและให้การช่วยเหลือเมืองอื่นๆ ในประเทศด้วย

 

 

8. Brazzaville สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก

การทุจริตของรัฐบาลจนนำไปสู่การชุมนุมประท้วงครั้งใหญ่ ซึ่งทำให้มีประชาชนจำนวนมากถูกตำรวจสังหาร

 

7. Damascus ประเทศซีเรีย

บริษัท Mercer กล่าวถึงเมืองนี้ว่า “มีอัตราการก่อความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการโจมตีจากผู้ก่อการร้ายซึ่งส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของชาวบ้านและชาวต่างชาติ”

 

 

6. N’Djamena ประเทศชาด

เป็นหนึ่งในเมืองจากประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก ซึ่งได้รับความเสียหายจากกลุ่มอิสลามหัวรุนแรง Boko Haram ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีการสร้างระเบิดพลีชีพบ่อยครั้งในเมืองนี้

 

5. Khartoum ประเทศซูดาน

เมืองที่ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศซูดาน และเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญต่อกลุ่ม ISIS

 

4. Port Au Prince ประเทศเฮติ

เป็นเมืองที่เต็มไปด้วยความรุนแรงของอาชญากรรม และอันตรายต่อนักเดินทาง เพราะการข่มขืนและการจี้ปล้นถือเป็นเรื่องธรรมดาของที่นี่ นอกจากนี้สิ่งที่น่ากังวลคืออัตราการใช้ความรุนแรงของศาลเตี้ยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

 

3. Sana’a ประเทศเยเมน

เมืองหลวงขนาดใหญ่ในเประเทศเยเมนแห่งนี้ได้รับความเสียหายจากการโจมตีทางอากาศของซาอุดีอาระเบีย และในเวลาต่อมาได้กลายเป็นสมรภูมิรบในสงครามตัวแทน (proxy war) ระหว่างอิหร่าน และซาอุดิอาระเบีย

 

2. Bangui สาธารณรัฐแอฟริกากลาง

เป็นเมืองหลวงที่เต็มไปด้วยความยากจนอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะประชาชนจำนวนมากต้องพึ่งพาแต่ความช่วยเหลือเพื่อความอยู่รอด ยิ่งไปกว่านั้น ปัญหาการปะทะกันอย่างรุนแรงของสมาชิกพรรคการเมืองก็เกิดขึ้นได้ไม่ว่างเว้นในพื้นที่นี้

 

1. Baghdad ประเทศอิรัก

เป็นเมืองหลวงที่ได้รับความเสียหายจากผลกระทบของสงครามหลายครั้งหลายครา อีกทั้งความรุนแรงก็เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง หนำซ้ำยังต้องเผชิญปัญหาภัยคุกคามจากกลุ่ม ISIS อีกด้วย

ที่มา www.independent.co.uk

ร่วมแสดงความคิดเห็นกันจ้า...

ทุนการศึกษาอื่นๆที่น่าสนใจ