5 วิธี ปรับตัวเรียนรู้บริษัทและวัฒนธรรมองค์กรด้วยตนเอง

 

 

สวัสดีวันหยุดนะคะเพื่อนๆ วันนี้แอดมินก็นำสาระดีๆมาฝากอีกเช่นเคย วันนี้จะเป็นเรื่องการปรับตัวเรียนรู้วัฒนธรรมขององค์กรที่เราจะเข้าไปทำงานด้วย ว่าเราอยู่ๆไปแล้วจะมีความสุขหรือไม่ บรรยากาศและภาพรวมเป็นอย่างไร มาดู 5 วิธี ปรับตัวเรียนรู้บริษัทและวัฒนธรรมองค์กรด้วยตนเอง กันเลยค่า

 

6

 

1. มองไปรอบๆ

 
รู้ไหมว่าคุณจะเอาชีวิตรอดในบ้านใหม่ได้อย่างไร? ลองสังเกตสิ่งรอบตัวเมื่อต้องไปสัมภาษณ์งานสิคะ มันอาจจะไม่เหมาะสมที่คุณจะถามคำถามบางอย่างตรงๆ แต่อย่าหงุดหงิดไปเลย เพราะคุณก็สามารถเรียนรู้ได้หลายๆ อย่างจากการมองไปรอบๆ นี่นะ

ถ้าคุณแอบได้ยินพนักงานโดนตักเตือนว่า ไม่สามารถจะคุยโทรศัพท์ในออฟฟิศได้นะ ถ้าอยากคุยต้องออกไปที่ระเบียงหรือตรงทางเดิน มันก็แปลว่า ออฟฟิศนี้มีกฎระเบียบที่คุณต้องทำตาม และอาจจะเคร่งนิดๆ ด้วย ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบทำอะไรในสภาพแวดล้อมที่มีกฎเกณฑ์ มีขั้นตอน ที่นี่ก็อาจจะเหมาะกันคุณ

หรือถ้าคุณได้เห็นโต๊ะทำงานของพนักงานที่มีรูปครอบครัว มีตัวการ์ตูน มีนู่นนี่ตกแต่งไว้อยู่ มันก็อาจจะแปลว่า ออฟฟิศนี้สนับสนุนให้พนักงานเป็นตัวของตัวเอง ถ้าคุณชอบบรรยากาศในการทำงานที่สบายๆ เป็นกันเอง คุณก็อาจจะเหมาะกับที่นี่ก็เป็นได้

 

 
2. ต่างฝ่ายต่างเอาใจใส่ซึ่งกันและกันหรือไม่

 
“คุณชอบทำอะไรในเวลาว่าง?” และเมื่อคุณตอบ คุณก็รู้สึกได้ว่าคนถามนั้นไม่ค่อยได้สนใจคำตอบของคุณสักเท่าไหร่ เพราะเขากำลังเตรียมตัวที่จะถามคำถามถัดไปแล้ว ถ้าเขาจะมาเป็นหัวหน้าของคุณ และเขาก็ไม่สนใจในสิ่งที่คุณพูด คุณก็อาจจะต้องเริ่มคิดแล้วนะว่าคุณจะได้มีสิทธิมีเสียงออกความคิดเห็นอะไรมากนักในแผนกนี้ ถึงแม้ว่าคุณจะเข้ามาทำงานตำแหน่งเล็กๆ หรือเป็นตำแหน่งที่พวกเขาคิดว่าไม่สำคัญ มันก็ไม่ดีกับทั้งตัวคุณในด้านของ self-respect และไม่ดีกับหน้าที่การงานของคุณด้วย คำแนะนำของเราก็คือ ให้มองหาคนที่สนใจในตัวคุณจริงๆ ซึ่งถ้าเขาสนใจคุณจริงๆ คุณจะได้มีบทสนทนาดีๆ แทนที่จะเป็นตอบคำถามแบบทื่อๆ ให้จบๆ ไป

 

 

3. ตัวตนของแต่ละคน

 
หลายๆ คนอาจจะเคยเจอผู้สัมภาษณ์ที่อยากจะเอา Captcha ไปให้พิมพ์แล้วก็อยากถามเหลือเกินว่านี่เป็นคนหรือเป็นหุ่นยนต์กันเนี่ย มันมีบทความแล้วก็หนังสือเต็มไปหมดที่พูดถึงความสำคัญของ body language หรือภาษากายที่เราใช้ แต่โชคร้ายที่สิ่งเหล่านั้นจะถูกเอามาวิเคราะห์ผู้สมัครเท่านั้น และถ้าคุณลองสังเกตคนที่สัมภาษณ์คุณบ้าง มันก็มีหลายๆ อย่างที่คุณสามารถเรียนรู้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอนาคตของคุณที่บริษัทนี้ เช่น ถ้าผู้สัมภาษณ์ของคุณบอกว่า เธอให้อิสระกับลูกน้องในทีมทุกคน แต่ท่าทางและน้ำเสียงของเธอมันกลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง ลองสังเกตดูดีๆ นะคะ ว่าผู้สัมภาษณ์หรือหัวหน้าในอนาคตของคุณนั้นดูเป็นคนตึงเครียดกับทุกเรื่องรอบตัวหรือเป็นคนสบายๆ กันแน่

ถ้าท่าทางของผู้สัมภาษณ์ของคุณดูตึงเครียด มันก็อาจจะหมายความว่า หัวหน้าในอนาคตของคุณชอบที่จะทำสิ่งต่างๆ ด้วยวิธีการของเธอเท่านั้น และถ้าคุณเป็นคนชอบถูกควบคุม ชอบให้คนมาสั่ง ที่นี่ก็อาจจะเหมาะกับคุณ

 

 

cecilia-cassini-style-network-horiz

 

4. Resume vs ผู้สมัครตัวจริง

 
แน่นอนว่า คนแทบทุกคนก็จะมีอะไรมากกว่าข้อมูลที่อยู่ใน resume แต่ผู้สัมภาษณ์หลายๆ คนก็ชื่นชอบที่จะเอา resume มานั่งกางแล้วถามไล่ไปทีละจุด ถึงแม้ว่าข้อมูลเหล่านั้นจะสำคัญ แต่จริงๆ แล้ว สิ่งที่สำคัญกว่าคือคนตรงหน้าหรือเปล่านะ? เราเชื่อว่าหลายๆ ก็คงจะอยากให้คนสัมภาษณ์นั้นวาง resume ลง และถามคำถามที่มันเจาะลึกมากขึ้น

บางครั้ง การที่ผู้สัมภาษณ์ดูแต่ resume ตลอดเวลาก็ทำให้เราคิดนะ ว่าบริษัทนี้ให้ความสำคัญแต่กับความสามารถของเรา ไม่ใช่เราที่เป็นตัวเราจริงๆ พวกเขาไม่ได้อยากรู้ว่าเราเป็นใครมาจากไหน พวกเขาไม่ได้จ้างพนักงาน แต่พวกเขาต้องการใครก็ได้ที่ทำงานได้

 

 

5. คนที่มาสัมภาษณ์คุณเขารักบริษัทของเขาหรือเปล่า

 
“ก่อนที่คุณจะทำข้อสอบ ขอบอกเลยนะว่างานนี้มันไม่สบาย งานมันหนักและบางทีก็ต้องใช้เวลาหลายชั่วโมง ไม่ใช่จะมาทำสนุกๆ เหมือนเล่นเกมนะ” คุณควรจะรู้ตัวตั้งแต่ตอนนั้นแล้วนะ ว่าที่ทำงานนี้ไม่ค่อยจะมีความสุขสักเท่าไหร่ (หรือผู้สัมภาษณ์ของคุณก็ไม่มีความสุขกับงานที่ตัวเองทำ)

พนักงานที่ไม่มีความสุขจะสร้างสภาพแวดล้อมที่ไม่มีความสุขขึ้นมา และในสายตาของคนนอก มันก็วัดกันได้ง่ายๆ เลยล่ะ และในทางกลับกัน ถ้าพนักงานมีความสุข สภาพแวดล้อมในการทำงานก็จะเต็มไปด้วยความสุขเช่นกัน เหมือนคนอินเลิฟน่ะค่ะ ความสุขมันมักจะล้นออกมาทางสายตาเลย จริงมั้ย ดังนั้น ถ้าจะดูว่าคนๆ นี้รักงานที่เขาทำอยู่หรือเปล่า คุณไม่จำเป็นต้องถามเลยค่ะ พวกเขาจะดูมีความสุขและพูดจ้อเกี่ยวกับด้านดีๆ ของงานและบริษัทที่ทำอยู่อย่างแน่นอน

มันไม่ง่ายนักที่จะเจอคนที่รักทั้งบริษัทและงานที่ตัวเองทำอยู่ บางทีพวกเขายังไม่แน่ใจในตัวเองด้วยซ้ำ แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณทำงานอยู่ที่บริษัทนั้นมาสักระยะหนึ่งแล้วยังรู้สึกสบายใจที่จะทำงานที่นั่น มันอาจจะเป็นรักแท้ก็ได้ค่ะ และคุณก็จะรู้ได้เลยว่านั่นแหละคือบริษัทที่ใช่ ดังนั้น ลองสังเกตดูนะคะว่า หัวหน้าในอนาคตที่มาสัมภาษณ์คุณสามารถพูดเกี่ยวกับวัฒนธรรมของบริษัทได้อย่างมีความสุขโดยที่คุณไม่ต้องถาม หรือเขาถอนหายใจแบบเบื่อๆ ก่อนที่จะเริ่มสัมภาษณ์คุณ เพราะไม่มีใครสามารถเสแสร้งมีความสุขได้นานนักหรอกค่ะ

 

 

 

1

 

เพื่อนๆก็ได้เคล็ดลับดีๆไปแล้ว ลองเอาไปสังเกตดูนะคะว่าเราเหมาะกับองค์กรนี้หรือเปล่า บางคนเลือกที่จะทนๆทำไป ซึ่งงานจะอยู่กับเราไปอีกนาน ฉะนั้นไม่ควรพาตัวเองไปอยู่ในที่ที่เราจะไม่มีความสุขเลยนะคะ

source: eduzones

ร่วมแสดงความคิดเห็นกันจ้า...

ทุนการศึกษาอื่นๆที่น่าสนใจ