5 ข้อดีและ 6 คำแนะนำ สำหรับการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ผ่านทางการฟังเพลง

หากรู้สึกว่าการนั่งเรียนภาษาอังกฤษกับหนังสือไม่ใช่ทาง วันนี้เรามีวิธีใหม่ที่น่าสนใจมาแนะนำให้กับทุกคน ซึ่งเป็นการเรียนรู้จากสิ่งที่คุณทำเป็นประจำในชีวิตประจำวัน

นั่นก็คือการ “เรียนภาษาอังกฤษจากการฟังเพลง” ยังไงล่ะ แค่ฟังก็รู้สึกว่าสนใจแล้วใช่ไหม เดี๋ยวเราจะอธิบายการเรียนรู้แบบนี้ให้ฟังเอง

 

 

ก่อนอื่นต้องอธิบายก่อนว่าการแค่ฟังเพลงเฉยๆ เป็นแค่การรับความบันเทิงเท่านั้น หากต้องการฟังเพลงเพื่อเรียนรู้ เราจำเป็นต้องมีสมาธิและใส่ใจกับมันอย่างมาก รวมถึงมีการคัดเลือกเนื้อหาด้วย

อีกอย่างการเรียนภาษาอังกฤษจากการฟังเพลง ไม่ได้ดีหรือแย่กว่าการเรียนภาษาอังกฤษจากหนังสือ ทั้ง 2 แบบมีข้อดีที่แตกต่างกัน

อย่างเช่นการเรียนจากหนังสือจะได้เรียนรู้หลัก Grammar ที่แน่นกว่า และได้เรียนการเขียนเชิงวิชาการมากกว่า ส่วนการเรียนภาษาอังกฤษจากการฟังเพลงมีขอดีดังนี้

 

 

ข้อดีของการเรียนภาษาอังกฤษจากการฟังเพลง

1. รู้สึกสนุกไปกับการฟังเพลงระหว่างเรียนรู้ ไม่เบื่อง่าย

2. ได้ฝึกทักษะการพูดและฟังภาษาอังกฤษมากขึ้น โดยการฟังการออกเสียงคำต่างๆ และหัดร้องเพลงตาม

3. จำง่ายกว่าการอ่านหนังสือ เนื่องจากเพลงมีทำนองเข้ามาช่วย และศิลปินก็สร้างเพลงมาให้น่าจดจำอยู่แล้ว

4. เรียนรู้เมื่อไหร่ก็ได้ ที่ไหนก็ได้ เพราะปัจจุบันเราสามารถฟังเพลงทางออนไลน์จากมือถือ หรือโหลดเก็บไว้ฟังได้เมื่อไม่มีอินเตอร์เน็ต

5. ได้เรียนรู้วัฒธรรมของประเทศต่างๆ เนื่องจากเพลงมักจะมีแนวคิด และวัฒนธรรมของคนในชาตินั้นๆ ติดมาด้วยเสมอ โดยอยู่ในเนื้อเพลง

 

 

เทคนิคการเรียนภาษาอังกฤษจากการฟังเพลง

1. เลือกเพลงให้เหมาะสมกับการเรียนรู้

เพลงที่เหมาะสำหรับการเรียนรู้ต้องมีคำศัพท์ที่ไม่ยากจนเกินไป มีความเร็วไม่มากนัก และหากให้ดีควรเป็นเพลงเมนสตรีม เนื่องจากเพลงเมนสตรีมนั้นมักจะเข้าถึงคนทั่วไปง่าย นั่นหมายถึงตัวคุณเองด้วย

อย่างไรก็ตามหากคุณไม่ชอบเพลงเมนสตรีม ก็สามารถเลือกเพลงแนวที่ตนเองชอบได้ แบบนั้นจะทำให้คุณเกิดความสนใจในการเรียนรู้มากกว่า

 

2. หาเนื้อร้องของเพลงให้พร้อม

หากคุณไม่เก่งภาษาอังกฤษจริงคงไม่สามารถฟังเนื้อร้องออกทุกคำด้วยตัวเอง ดังนั้นเพื่อการเรียนรู้ที่ง่าย หาเนื้อร้องมาอ่านแล้วฟังเพลงตาม จะทำให้เราเรียนรู้ได้ไวมากยิ่งขึ้น

 

3. ค้นหาคำศัพท์ของคำที่ไม่เข้าใจ และท่องจำ

เวลาที่เจอคำไหนไม่เข้าใจ ให้หาความหมายทันที เราจะได้เรียนรู้คำศัพท์ใหม่และเข้าใจความหมายโดยรวมของเพลงได้ดีขึ้น

แต่ไม่ควรนำเนื้อเพลงทั้งหมดใส่โปรแกรมแปลตั้งแต่แรก เนื่องจากจะทำให้เราไม่เกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรแปลเองเท่าที่ได้และเปิดดูคำศัพท์ที่ไม่เข้าใจเท่านั้น

 

 

4. ร้องเพลงตามไปด้วย

การร้องเพลงเป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยให้คุณจำคำศัพท์ได้ง่ายขึ้น ทั้งยังเป็นการฝึกออกเสียงคำภาษาอังกฤษไปในตัว และก็ไม่ต้องกลัวว่าจะร้องเพลงไม่เพราะ เนื่องจากจุดประสงค์ของมันคือการเรียนรู้ ไม่ใช่การร้องเพลงให้คนอื่นฟัง

 

5. ไม่จำเป็นต้องเรียนรู้จนจบเพลง

เราไม่จำเป็นต้องเรียนรู้เพลงหนึ่งจนจบจึงค่อยเปลี่ยนเพลง เราสามารถเรียนรู้แค่ท่อนใดท่อนหนึ่งที่สนใจ แล้วเปลี่ยนไปยังเพลงอื่นได้เลย นั่นจะทำให้การเรียนรู้จากเพลงไม่น่าเบื่อด้วย

 

6. หาเพลงที่มีคำศัพท์ใหม่อยู่เสมอ

เมื่อเราต้องการเรียนรู้เพลงใหม่ ควรเลือกเพลงที่มีคำศัพท์ใหม่เพิ่มเติม โดยไม่จำเป็นต้องมีมาก หรือยากเกินไป แต่หากเพลงใหม่มีแต่คำศัพท์ที่คุณรู้อยู่แล้ว จะทำให้คุณไม่ได้ความรู้เพิ่มจากเดิม

 

 

เชื่อว่าหลายคนได้ใช้วิธีนี้ในการเรียนภาษาอังกฤษไปแล้วโดยไม่รู้ตัว สำหรับคนที่ยังไม่เคยลองวิธีนี้ แนะนำให้เอาไปลองดู คุณอาจจะติดใจจนเกิดเป็นการเรียนรู้ซ้ำอีกเรื่อยๆ

 

ที่มา: Cambridge English, Fluentu, OTUK

ร่วมแสดงความคิดเห็นกันจ้า...

ทุนการศึกษาอื่นๆที่น่าสนใจ