กฎ 5 ข้อของ ‘ทักษะการพูดภาษาอังกฤษ’ ที่คุณควรรู้และปฏิบัติตามให้ไว!!

ทักษะอย่างหนึ่งที่ยากสำหรับการเรียนภาษาอังกฤษคือ “ทักษะการพูด” ตอนที่ต้องออกไปพูดหน้าชั้นเรียนก็พอทำได้อยู่หรอก แต่นั่นไม่ใช่การพูดออกมาโดยธรรมชาติเรียกว่าท่องเสียมากกว่า

ซึ่งส่วนมากหลายคนที่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องสื่อสารจริงๆ กลับตะกุกตะกัก ไปไม่เป็นทั้งที่รู้ว่าต้องพูดอย่างไรบ้าง แต่ติดตรงที่ลิ้นไม่เป็นใจเลย

และในวันนี้เรามี กฎ 5 ข้อสำหรับทักษะการพูดที่คุณควรรู้มาฝากกันค่ะ…

 

 

1. อย่าเอาแต่เรียนแกรมม่ามากเกินไป

อาจดูย้อนแย้งสักหน่อย เพราะแน่นอนว่าถ้าต้องการสอบผ่านในวิชาภาษาอังกฤษก็ต้องเป๊ะในเรื่องหลักไวยากรณ์ แต่ถ้าต้องการเชี่ยวชาญชำนาญในภาษาอังกฤษจริงๆ คุณต้องหัดเรียนรู้โดยปราศจากแกรมม่า

ให้จำไว้ว่ามีเพียงเศษเสี้ยวของผู้พูดภาษาอังกฤษที่รู้มากกว่า 20% ของกฎแกรมม่า และนักเรียนที่เรียนภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สองมีจำนวนมากที่ทราบหลักแกรมม่ามากกว่าเจ้าของภาษาเสียอีก

 

2. ศึกษาในเรื่องของวลีด้วย

นักเรียนหลายคนเรียนคำศัพท์และพยายามในการรวมคำหลายคำเข้าด้วยกันเพื่อเป็นประโยค ซึ่งหลายครั้งมักไม่ใช่ประโยคที่เหมาะสม นั่นเพราะว่าพวกเขาเรียนแต่คำศัพท์แต่ไม่ได้รู้ในส่วนของวลี

ถ้าคุณรู้จักศัพท์ 1000 คำคุณอาจจะไม่สามารถพูดประโยคที่ถูกต้องได้ แต่ถ้าคุณรู้จัก 1 วลีก็สามารถสร้างประโยคได้อีกหลายร้อยประโยคเลย

อีกปัญหาหนึ่งในการแปล คือมักจะพยายามรวมกฎไวยากรณ์ที่ได้เรียนรู้มา การแปลและการคิดเกี่ยวกับไวยากรณ์เพื่อสร้างประโยคภาษาอังกฤษเป็นสิ่งไม่ถูกต้องและควรหลีกเลี่ยง

 

3. อ่านและฟังอย่างเดียวคงไม่พอ ต้องฝึกพูดในสิ่งที่ได้ยินด้วย

ส่วนมากในความเป็นจริงโรงเรียนทั่วโลกที่สอนภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง มักเริ่มด้วยการการอ่านก่อนเป็นอันดับแรก ตามด้วยการเขียน การฟัง และการพูด ซึ่งตามหลักความเป็นจริงแล้วทักษะการพูดเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เกิดความชำนาญ พิจารณาดูง่ายๆ เมื่อตอนยังเป็นเด็กเราเรียนรู้ที่จะพูดก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นก็มาที่การอ่าน ตามด้วยการเขียน

ดังนั้นควรฝึกฝนการพูดให้บ่อยที่สุด เมื่อฟังแล้วก็ให้พูดออกเสียงตามไปด้วย จนกระทั่งปากและสมองสามารถทำได้โดยไม่ต้องใช้ความพยายามใดๆ เมื่อเป็นเช่นนี้จะทำให้พูดภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่ว

 

4. พาตัวเองอยู่ในวงล้อมของภาษาอังกฤษ

สังเกตได้ว่าคนบางคนสามารถพูดภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่วทั้งที่ใช้ภาษาแม่เช่นเดียวกับเรา ซึ่งเหตุผลหลักไม่ได้มาจากการที่บุคคลเหล่านั้นเรียนในรั้วโรงเรียนนานาชาติเพียงอย่างเดียว แต่เพราะบรรยากาศและสิ่งแวดล้อมรอบตัวต่างหากที่ทำให้ต้องพูดภาษาอังกฤษอยู่เนืองๆ

เช่นเดียวกับบางคนที่ไปเรียนต่างประเทศแต่กลับไม่รู้ภาษาอังกฤษมากอย่างที่ควรจะเป็น สาเหตุอาจมาจากพบกลุ่มคนที่มาจากประเทศเดียวกันจึงอยู่ด้วยได้และพูดแต่เพียงภาษาแม่เท่านั้น

สิ่งที่เราต้องการสื่อคือไม่ได้หมายความว่าให้ไปเรียนในโรงเรียนนานาชาติหรือต่างประเทศ เพียงแต่พาตัวเองไปอยู่ในวงล้อมของภาษาอังกฤษ ฝึกฝน เรียนรู้ พูดและพูด ซึ่งในปัจจุบันมีแอฟพลิเคชั่นมากมายให้ดาวน์โหลดเพื่อฝึกฝนทักษะภาษาให้เก่งขึ้น เพียงแค่เราขวนขวายเท่านั้น

 

5. ศึกษาเนื้อหาอย่างถูกต้อง

หมายรวมถึงการศึกษาเนื้อหาที่คนส่วนใหญ่มักใช้กัน บางคนเรียนรู้จากเนื้อข่าวแต่ไม่ใช่เรื่องไม่ดีอะไรหรอกนะ แต่เพราะทำให้การสื่อสารดูเป็นทางการมากขึ้น ใช้ศัพท์สำนวนแบบการเมือง ซึ่งในชีวิตจริงไม่ได้ใช้คำเหล่านั้นกันและก็ไม่พูดเป็นพิธีรีตองด้วย

ดังนั้นควรศึกษาเนื้อหาภาษาอังกฤษจากแหล่งที่เชื่อถือได้ มีความถูกต้องและเป็นสิ่งที่คนส่วนใหญ่ยังใช้กัน

 

กฎเพียง 5 ข้อ ง่ายๆ และพื้นฐานมากเลยใช่มั้ยล่ะ?? ใครที่กำลังขะมักเขม่นเรียนอยู่ก็ลองนำไปปรับใช้กันดูนะคะ เพราะบางทีการเรียนจากในตำรารหรือชั้นเรียนอาจไม่เพียงพอ และไม่ได้เร่งให้เก่งในเร็ววันเท่ากับเราฝึกฝนด้วยตัวเอง

 

ที่มา www.talkenglish.com

ร่วมแสดงความคิดเห็นกันจ้า...

ทุนการศึกษาอื่นๆที่น่าสนใจ