7 สาระน่ารู้วันวาเลนไทน์แสนสนุก ราวกับว่าวันนี้ไม่ใช่วันแห่งความรัก?!

สุขสันต์วันแห่งความรักค่ะ! 🤟💙 เชื่อว่าหลายคนคงเตรียมดอกไม้ ของขวัญ ช็อคโกแลตเพื่อมอบให้คนรักในโอกาสสุดพิเศษของวันแห่งความรัก

แต่ใครจะรู้บ้างว่าก่อนจะเป็นธรรมเนียมที่เราพบเจอในปัจจุบันนั้นมันเกิดมาจากอะไรบ้าง? วันนี้เราเลยนำสาระน่ารู้เกี่ยวกับวันวาเลนไทน์ทั้ง 7 ข้อมาฝากสำหรับทุกคนที่สนใจ ไปดูกันเลยค่ะ :)

 

 

#1 กลางเดือนกุมภาพันธ์เคยเป็นเทศกาล ‘เฆี่ยนขอลูก’ ของชาวโรมัน

ทำไมจึงมีการเฉลิมฉลองในวันที่ 14 กุมภาพันธ์? เพราะวันนี้ถูกจัดให้เป็นวันระลึกถึง St. Valentine นักบุญคาทอลิกซึ่งถูกประหารชีวิตโดยจักรพรรดิแห่งโรมัน Claudius II ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์

ระหว่างวันที่ 13-15 กุมภาพันธ์ ก็มีประเพณีชื่อว่า Lupercalia ที่ชาวโรมันได้เฉลิมฉลองด้วยการสังเวยแพะ แกะ สุนัข และเขี่ยนตีผู้หญิงด้วยหนังสัตว์เหล่านั้น เพราเชื่อว่ามันทำให้พวกเธอสืบพันธุ์และมีลูกได้ ผู้หญิงหลายๆ คนถึงกับต่อแถวเพื่อรอเฆี่ยนตี

อย่างไรก็ตามในศตวรรษที่ 15 Pope Gelasius ก็ได้ประกาศอย่างเป็นทางการให้วันที่ 14 กุมภาพันธ์เป็นวันวาเลนไทน์ และทำให้เทศกาลนี้เกิดขึ้นลดน้อยลงไปในที่สุด

 

 

#2 รูปสัญลักษณ์หัวใจนั้นแท้จริงแล้วเกิดจากพืช

อย่างที่รู้กันว่าหัวใจของคนเราไม่ได้มีรูปร่างเหมือนหัวใจรูปอิโมติคอนต่างๆ ที่ถูกสร้างขึ้น  แต่ใครล่ะจะรู้บ้างว่าแท้จริงแล้วรูปร่างหัวใจที่กลายเป็นสัญลักษณ์แบบทุกวันนี้นั้นเกิดจากอะไร?

ความเป็นไปได้อย่างหนึ่งก็คือมันมีลักษณะคล้ายกับซิลิเนียม (silphium) จากพืชที่สูญพันธุ์ไปแล้วในปัจจุบัน ที่ครั้งหนึ่งเคยพบที่ Cyrene ทวีปแอฟริกา มันถูกใช้เป็นสีผสมอาหาร, ยาแก้ไอ และที่สำคัญที่สุดคือยาคุมกำเนิด

 

#3 Cupid เป็นเทพเจ้าแห่งความรักของกรีก

ก่อนที่เขาจะถูกเรียกว่า Cupid ชาวกรีกเรียกสิ่งนี้ว่า Eros ซึ่งถูกมองว่าเป็นสัญลักษณ์ทางเพศ เนื่องจากเขาสามารถขอความรักทั้งจากมนุษย์และเทพได้อย่างง่ายดายสุดๆ เพราะมีรูปร่างหน้าตาดี

ตามตำนานเทพเจ้ากรีก Cupid มีลูกธนู 2 หัวที่ด้านหนึ่งทำให้คนตกหลุมรัก และอีกด้านหนึ่งทำให้คนเกลียดกัน และชาวโรมันก็เพิ่มเรื่องราวให้เขาเป็นบุตรชายของ Venus เทพีแห่งความรัก

และในช่วงยุคฟื้นฟูศิลปวิทยานี่เองที่ศิลปินได้วาดภาพ Cupid ให้เป็นเทวดาเด็กเปลือยกายหน้าหวาน และภาพนั้นก็กลายเป็นที่จดจำ และกลายเป็นสัญลักษณ์สื่อถึง Cupid จนถึงปัจจุบัน

 

 

#4 คนในยุคกลางก็ใช้สัญลักษณ์ ‘X’ สื่อถึงการจูบ

ทฤษฎีที่พบบ่อยที่สุดระบุว่าคนในยุคกลางจำนวนมากที่อ่านหนังสือไม่ออกจะลงนามในเอกสารด้วยเครื่องหมาย X ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของพระคริสต์เนื่องจากมีความคล้ายคลึงกับไม้กางเขน จากนั้นพวกเขาจะจูบ X ด้วยความเคารพเพื่อแสดงความศรัทธา

 

 

#5 ‘นกพิราบ’ สัญลักษณ์ของคู่ครองตลอดชีวิต

นกพิราบมีความเกี่ยวข้องกับความรักตั้งแต่ในตำนานเทพเจ้ากรีก เมื่อนกพิราบเป็นนกศักดิ์สิทธิ์ของเทพีแห่งความรักอย่าง Aphrodite เพราะมันรักเดียวใจเดียว

เช่นเดียวกับนกหลายชนิด นกพิราบมักจะอยู่กับคู่เดียวกันตลอดฤดูผสมพันธุ์ และนกพิราบตัวผู้จะเลี้ยงดูและดูแลตัวเมียหลังจากที่ลูกนกพิราบเกิด

 

 

#6 นก ‘Lovebirds’ เป็นนกที่มีอยู่จริง

ในภาษาอังกฤษ ‘Lovebirds’ คำนี้หมายถึง ‘คู่รัก’ แต่รู้หรือไม่ว่านกประเภทนี้มีอยู่จริงๆ นะ?

โดยนก Lovebirds เป็นนกแก้วแอฟริกัน ที่อุทิศตนเองให้เพื่อนและคู่รักอย่างเต็มที่ มันจึงกลายมาเป็นคำเรียกติดปากของกลุ่มคนที่ชอบแสดงพฤติกรรมรักๆ ใคร่ๆ

Geoffrey Chaucer นักเขียนในศตวรรษที่ 14 ยังได้เขียนบทกวีประโยคหนึ่งเชื่อมโยงวันวาเลนไทน์กับนกไว้ว่า “on St. Valentine’s Day … every bird cometh … to choose his mate.”

วันที่ 14 กุมภาพันธ์จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นของฤดูผสมพันธุ์ของนกในฤดูใบไม้ผลิ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างวันด้วยความรักและความโรแมนติก

 

 

#7 การให้ช็อกโกแลตวันวาเลนไทน์คือการตลาดที่ดี

การให้ช็อกโกแลตวันวาเลนไทน์เกิดขึ้นจาก Richard Cadbury เพราะหลังจากที่เขาได้เข้ามาดูแลธุรกิจช็อกโกแลตของครอบครัว เขาก็ค้นพบสูตรใหม่ๆ และได้ออกแบบกล่องสวยๆ และกล่องในวันวาเลนไทน์สุดพิเศษก็เป็นหนึ่งในนั้น เป็นที่เชื่อกันด้วยว่าเขาทำกล่องขนมรูปหัวใจเป็นครั้งแรก แม้ว่าจะไม่ได้จดสิทธิบัตรก็ตาม

 

 

ที่มา: rd

ร่วมแสดงความคิดเห็นกันจ้า...

ทุนการศึกษาอื่นๆที่น่าสนใจ