7 วิธีเติม “โอเมก้า 3” ให้กับร่างกาย นอกเหนือไปจากการกินปลาหรือ อาหารเสริม!!

“โอเมก้า 3” (Omega 3) คือสารอาหารที่คนรักสุขภาพให้ความสนใจ ความจริงแล้ว มันคือกรดไขมันชนิดหนึ่งที่มีประโยชน์ และมีความสำคัญขนาดที่ว่าร่างกายไม่สามารถขาดได้เลยทีเดียวล่ะ

ตามปกติ โอเมก้า 3 มักจะพบได้ในปลาทะเลน้ำลึก เช่นปลาแซลมอน ปลาแม็คเคอเรล ปลาทูน่า หรือปลาน้ำจืดบางชนิด แต่เนื่องจากราคาวัตถุดิบเหล่านี้ค่อนข้างสูง ทำให้มีการสะกัดเป็นอาหารเสริม แต่ถึงอย่างนั้น ก็อาจมีบางคนไม่ชอบการกินอาหารเหล่านี้

วันนี้ เราจึงมีวิธีง่ายๆ ในการเติมโอเมก้า 3 ให้กับร่างกายด้วยการกินที่ถูกวิธี และวัตถุดิบที่หลากหลาย มาดูกันเลยดีกว่า!!

 

น้ำมันคาโนล่า

น้ำมันคาโนล่ามีปริมาณกรดไขมันโอเมก้า 3 สูงสุดในบรรดาน้ำมันที่ใช้ปรุงอาหาร การใช้น้ำมันคาโนล่าในการทอดหรือผัด จะช่วยให้คุณสามารถเพิ่มโอเมก้า 3 เข้าไปในมื้ออาหารได้

 

น้ำมัน Flaxseed และ Flaxseed

ตามที่ Harvard Medical School Family เผยว่า Flaxseed มีกรดโอเมก้า 3 ชนิดหนึ่งเรียกว่า Alpha-linolenic Acid (ALA) ซึ่งร่างกายของคุณจะแปลงเป็นกรด Eicosapentaenoic acid (EPA) และ Docosahexaenoic acid (DHA) และทั้งสองอย่างนี้พบในปลา ทำให้มันเป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่ดีที่สุดในหารทำอาหาร

 

ข้าวสีดำอเมริกา

ข้าวสีดำเพียงครึ่งชามมีกรดไขมัน Omega-3 ประมาณ 240 มิลลิกรัม นอกจากนี้ยังมีโปรตีนและเส้นใยเกือบสองเท่าของข้าวกล้อง และมีวิตามิน B, แมงกานีส สังกะสี โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส และแมกนีเซียมจำนวนมาก แถมยังมีแคลอรี่ต่ำมากเหมาเป็นทั้งอาหารเพื่อสุขภาพ และอาหารสำหรับช่วงลดน้ำหนัก

 

ไข่

ไข่ที่ดีที่สุดของ Eggland มีโอเมก้า 3 ในปริมาณที่สูง ไข่แต่ละใบมีโอเมก้า 3 ถึง 115 มิลลิกรัม ซึ่งเป็นไขมันที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเป็นสองเท่าของไข่ปกติ

 

ถั่วลันเตา

ถั่วลันเตา ประกอบด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 ประมาณ 300 มก. ทำให้เป็นแหล่งอาหารที่ดีเยี่ยมสำหรับผู้ที่เป็นมังสวิรัติ นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยโปรตีน (11 กรัมต่อครึ่งถ้วย) และเส้นใย (9 กรัมต่อครึ่งถ้วย) จึงเหมาะจะเป็นวัตถุดิบที่นำมาทำของขบเคี้ยว

 

วอลนัท

วอลนัทอุดมไปด้วยโอเมก้า และสารอาหารที่เป็นประโยชน์มากมาย สามารถนำมาปรุงอาหารได้ทั้งในรูปแบบของน้ำมัน และอื่นๆ น้ำมันวอลนัทมีโอเมก้า 3 มากกว่าน้ำมันมะกอกถึง 10 เท่า

 

ผลิตภัณฑ์จากนม

วัว แพะ และแกะ กินหญ้ารวมถึงพันธุ์พืชที่มีสารอาหารโอเมก้า 3 จำนวนมากกว่าสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ทำให้สารอาหารเหล่านั้นถูกส่งผ่านมาทางน้ำนม ซึ่งหากคุณไม่สามารถทานเนื้อปลาได้ ผลิตภัณฑ์จากนมเหล่านี้นับเป็นตัวเลือกที่ดีในการเพิ่มโอเมก้า 3 ให้กับร่างกาย

 

เพื่อสุขภาพที่ดีควรกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ เสริมวิตามิน และสารอาหารอื่นๆ ตามความจำเป็น รวมถึงออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

ที่มา : rd.com

ร่วมแสดงความคิดเห็นกันจ้า...

SHARE

ทุนการศึกษาอื่นๆที่น่าสนใจ