มาทำความรู้จักชื่อเล่นแปลกๆ ของ 8 เมืองในสหรัฐอเมริกา…จะมีชื่ออะไรกันบ้างนะ!?

รู้หรือไม่ว่าเมืองในประเทศสหรัฐอเมริกานั้นมีชื่อเล่นไว้เรียกแตกต่างกันไป วันนี้เราก็มีชื่อเล่นแปลกๆ ของ 8 เมืองในประเทศนี้มาฝากกัน

แต่ละเมืองจะมีชื่อว่าอย่างไรบ้างนั้น มาเรียนรู้ไปพร้อมๆ กันเถอะ

 

 

1. New York City

New York City (นิวยอร์กซิตี้) มีชื่อเล่นว่า “The Big Apple” ที่มาคือนิวยอร์คเป็นเมืองใหญ่ และสำคัญทางเศรษฐกิจ เหมือนแอปเปิ้ลลูกโตหอมหวานที่ใครๆ ก็อยากได้ นักเขียนชื่อดัง F Scott Fitzgerald ซึ่งไปได้ยินจ๊อกกี้ม้าแข่งในนิวออร์ลีนส์เรียกการแข่งม้าที่นิวยอร์ค ว่าเป็น Big Apple คือรายการใหญ่สุดๆ

เขาชอบคำนี้มากถึงขนาดเขียนประกาศในเรื่อง “Around the Big Apple” ที่เขาเขียนลงหนังสือพิมพ์ในปี 1924 ว่า “There’s only one Big Apple. That’s New York.” มหานครนิวยอร์คจึงได้กลายเป็น “The Big Apple” นับตั้งแต่นั้นมา

นอกจากคำว่า “ฺBig Apple” แล้ว เมืองนี้ยังมีชื่อเล่นอื่นอีกนั่นก็คือ “Gotham”

 

2. Boston

บอสตันเป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุด มั่งคั่งที่สุด และมีวัฒนธรรมที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ ธุรกิจที่สำคัญในบอสตัน ได้แก่ การศึกษา สถานพยาบาล การเงิน และเทคโนโลยี ซึ่ง Boston (บอสตัน) นั้นมีชื่อเล่นว่า “Beantown”

ที่มาของชื่อนี้มาจากในช่วงสมัยอาณานิคม อาหารที่เป็นที่นิยมในเมืองบอสตันคือถั่วอบกับกากน้ำน้ำตาล ชาวเรือ และพ่อค้าจึงขนานนามเมืองนี้ว่าเป็น “Beantown” นั่นเอง

 

3. New Orleans

ชื่อเล่นของเมืองนิวออร์ลีนส์คือ “The Big Easy” มีที่มาจากช่วงยุค 60 ที่ Betty Guillaud นักหนังสือพิมพ์กอสซิปของนิวออร์ลีนส์ที่เปรียบเทียบเมืองนี้ให้เป็น “The Big Easy” ที่ไม่มีแสงสีน่าตื่นเต้นเท่าเมือง “The Big Apple”

 

4. Chicago

เมืองชิคาโกมีชื่อเล่นว่า “The Windy City” ชื่อนี้มาจากบทความ “Cincinnati Enquirer” ที่ตีพิมพ์ในวันที่ 9 พ.ค. ปี 1876 โดยพาดหัวว่า “THAT WINDY CITY” ที่เขียนถึงล้อเลียนนักการเมืองท้องถิ่นเกี่ยวกับการพูดจากลับกลอกไปมา แต่ก็มีบางคนที่เชื่อว่าชื่อเล่นนี้มีที่มาจากการที่เป็นเมืองที่มีลมพัดแรงตลอดเวลา

 

5. Philadelphia

เมืองฟิลาเดลเฟียมีฉายาว่า “The City of Brotherly Love” ที่มามาจากคำภาษากรีกนั่นก็คือ phileo ที่แปลว่า love และ adelphos แปลว่า brother คนที่ตั้งชื่อนี้ก็คือผู้ก่อตั้งเมืองนั่นก็คือ William Penn

 

6. Denver

เมืองเดนเวอร์มีชื่อเสียงจากธรรมชาติท่ามกลางภูเขาที่สวยงาม และแหล่งเล่นสกีที่เป็นที่นิยม เมืองแห่งนี้มีฉายาคือ “The Mile-High City” มาจากการที่เมืองมีความสูง 1 ไมล์จากระดับน้ำทะเลนั่นเอง

 

7.  Miami

ชื่อเล่น “The Magic City” ของเมือง Miami มาจากในสมัยก่อนเมืองนี้เป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยป่ารก จน Julia Tuttle ผู้บุกเบิกต้องการให้ผู้คนเข้าถึงเมืองได้โดยการสร้างรางรถไฟ จึงมีการปรับปรุง และขยายพื้นที่เกิดขึ้น และในที่สุดเมื่อเวลาผ่านไป เมืองนี้ก็มีประชากรเพิ่มขึ้นราวกับมีเวทมนตร์

 

8. Charleston

ฉายาของเมือง Charleston ที่เป็นที่รู้จักคือ “The Holy City” ที่มาของฉายานี้คือ ภายในเมืองมีโบสถ์คริสต์ที่เป็นแลนมาร์กของเหล่ากะลาสีเรือ สามารถสังเกตเห็นได้แต่ไกล ผู้คนจึงในสมญานามว่า The Holy City ในที่สุด

 

ที่มา:  www.rd.com

ร่วมแสดงความคิดเห็นกันจ้า...

SHARE

ทุนการศึกษาอื่นๆที่น่าสนใจ