ทำความรู้จัก IELTS ให้ละเอียดอีกสักนิด จะไปเรียนต่อหรือทำงานต้องสอบแบบไหนกัน??

เชื่อว่าหลายคนคงคุ้นหูเป็นอย่างดีกับชื่อเรียกแบบทดสอบภาษาอังกฤษต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น TOEIC, TOEFL หรือ IELTS ซึ่งเป็นการวัดระดับความรู้ภาษาอังกฤษเพื่อใช้ในการทำงาน และเรียนต่อต่างประเทศ แต่วันนี้เราจะพามาทำความรู้จักกับข้อสอบ IELTS

 

 

IELTS ย่อมาจาก International English Language Testing System เป็นการสอบวัดระดับภาษาที่มีทั้งหมดด้วยกัน 4 ทักษะ คือ การฟัง (Listening) การพูด (Speaking) การอ่าน (Reading) การเขียน (Writing)

 

IELTS สอบเพื่อประเมินความสามารถด้านภาษาสำหรับผู้ที่ต้องการไปเรียนต่อ หรือทำงานในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร

โดยการทดสอบนี้แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ

-General Training (GT)

-Academic Module (AC)

ทั้งสองแบบใช้ในจุดประสงค์ที่ต่างกัน อย่าง GT ใช้ในการขอวีซ่าย้ายถิ่นฐานต่างๆ หรือเป็นการสอบวัดระดับเพื่ออบรม หรือสำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาต่อในระดับที่ต่ำกว่าปริญญา ส่วนแบบ AC จะเป็นการวัดระดับทางวิชาการ ใช้ในการสอบเข้าเรียนต่อต่างประเทศ

**โดยความต่างของข้อสอบทั้งสองนี้คือในส่วนของ Reading และ Writing

 

เวลาในการสอบ IELTS

การทดสอบแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ช่วงเช้าเป็นในส่วนของการสอบข้อเขียน ใช้เวลาทั้งสิ้น 2 ชั่วโมงครึ่ง และในช่วงบ่ายเป็นการสอบสัมภาษณ์รายบุคคลใช้เวลาคนละประมาณสิบนาทีกว่าๆ

– Listening 30 นาที

– Writing 60 นาที

– Speaking 11 – 14 นาที

– Reading 60 นาที

ในส่วนของการเขียน (Writing) แบบ AC กำหนดเวลาทำข้อสอบ 60 นาที มีด้วยกัน 2 ส่วน โดยส่วนแรกจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับไดอะแกรม หรือตาราง รวมถึงการจัดลำดับเหตุการณ์ก่อนหลัง ซึ่งเรียกว่าเป็นการวัดระดับความสามารถในการจัดระเบียบข้อมูล และการอธิบายเปรียบเทียบข้อมูลต่างๆ นั่นเอง

การเขียน (Writing) แบบ GT มีสองส่วนเช่นกัน โดยในส่วนแรกมาในลักษณะจดหมายที่มีข้อมูลหรืออธิบายสถานการณ์ต่างๆ ซึ่งในส่วนนี้ใช้วัดความสามารถในการสนทนาโต้ตอบ และส่วนที่สองเป็นการแสดงทัศนคติของผู้สอบ โดยมีหัวข้อมาให้ผู้สอบเขียนแสดงความคิดเห็น เรียกว่าส่วนนี้เอาไว้วัดความสามารถในเรื่องของการวิเคราะห์ข้อมูล การเสนอความคิดเห็น และแนวทางการแก้ปัญหาของผู้สอบนั่นเอง

 

 

ผลของคะแนน IELTS

ผลของคะแนน IELTS มีตั้งแต่ 0 – 9.0 เรียกว่าแบนด์ โดยแบ่งคะแนนแยกเป็นครึ่งแบนด์ เช่น 4.5, 5.5, 6.0 เป็นต้น โดยให้เป็นคะแนนของทั้ง 4 ทักษะ เช่น

-Listening 5.0

-Speaking 6.0

-Reading 5.0

-Writing 6.0

จากนั้นก็จะนำไปคิด Overall หรือคะแนนรวม ที่ 5.5 เป็นต้น โดยผลคะแนนสอบจะออกมาหลังจากการสอบประมาณ 5 วัน ซึ่งสามารถเก็บผลสอบไว้ได้นาน 2 ปี

 

ใครที่มีแพลนอยากไปเรียนต่อต่างประเทศ หรือทำงานหาประสบการณ์ต่างแดน คะแนน IELTS ถือเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง โดยค่าสมัครสอบ IELTS จะอยู่ที่ประมาณ 6,000 บาทขึ้นไป

 

ที่มา: si-englishbkk adviceforyou

ร่วมแสดงความคิดเห็นกันจ้า...

SHARE

ทุนการศึกษาอื่นๆที่น่าสนใจ