มารู้จักกับ “เรือเหาะเยอรมัน” เจ้าผู้ครองการเดินทางสุดหรูบนน่านฟ้า ก่อนการเข้ามาของเครื่องบิน…

เพื่อนๆ คยสงสัยกันบ้างหรือเปล่าว่า ในสัยก่อนนั้นตอนที่เครื่องบินยังไม่บินกันว่อนเต็มท้องฟ้าอย่างนี้ คนสมัยก่อนเค้าเดินทางสัญจรกันทางอากาศกันแบบไหน!?

 

แน่นอนครับว่า บางคนคงจะคิดถึงภาพบอลลูนกระเช้าที่อัดก๊าซเข้าไป ทำให้เบากว่าอากาศ และลอยตัวขึ้นไปบนฟ้าได้ และก็ถูกต้องแล้วล่ะ เพราะว่ายุคสมัยก่อนเครื่องบินครองน่านฟ้านั้น เรือเหาะจากเยอรมนีเป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมสูงมาก แถมยังจัดได้ว่าเป็นการเดินทางสุดหรูที่มีแต่คนรวยๆ สามารถเดินทางแบบนั้นได้เลยทีเดียว

 

ซึ่งไม่เฉพาะการเดินทางใกล้ๆ เท่านั้น เรือเหาะเหล่านี้ยังครองน่านฟ้าอเมริกาเหนือและยุโรปเลยล่ะ หรือแม้กระทั่งการเดินทางจากทวีปอเมริกาถึงยุโรป ก็ยังสามารถทำได้อีกด้วย ลองมาชมภาพของเจ้าเรือเหาะนี้กันดูนะจ๊ะ

 

1

เรือเหาะลำนี้มีชื่อว่า Hindenburg ซึ่งตั้งตามชื่อของอดีตประธานาธิบดีเยอรมัน Marshal Paul von Hindenburg ครับ

 

2

ขนาดน่ะเหรอ…ไม่ต้องพูดถึงหรอกค้าบบบ เพราะมันมีขนาดใหญ่กว่าเครื่องบินขนาดจัมโบ้ปัจจุบันที่เราเห็นกันได้บ่อยๆ กว่า 4 เท่าเลยล่ะ!!

 

3

ในส่วนของความเร็ว ก็ใช้เวลาเดินทางจากนิวยอร์กไปเยอรมันเพียงแค่ 43 ชั่วโมงเท่านั้น  ซึ่งสมัยก่อนเรียกได้ว่าเร็วสุดๆ ไปเลยแม๊กนั่ม…

 

4

ความหรูหราภายในตัวเรือเหาะน่ะเหรอ…!? นี่มันภัตตาคารชัดๆ

 

5

มีจุดชมวิวในห้องอาหารด้วยล่ะ จะสุนทรีย์ไปไหน…

 

6

ห้องอาหารที่ว่ามีขนาดราวๆ 74 ตร.ม. เลยทีเดียว ซึ่งใหญ่กว่าห้องหรูๆ ของโรงแรมบางที่อีกนะ

 

7

ติดๆกันกับห้องอาหารก็เป็นเลาจน์ ที่ใช้อลูมิเนียมน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ แถมมีเปียโนไว้ขับกล่อมผู้โดยสารอีกตะหาก!! best online casino อะไรจะชิวอย่างน้านนนนน

 

8

แผนที่โลกและเส้นทางการบินต่างๆ ที่ถูกตกแต่งอย่างสวยงาม

 

9

ห้องอ่านหนังสือ

 

10

ห้องพักผู้โดยสาร

 

11.1

นอกจากนี้ยังมีบาร์และห้องสูบบุหรี่…ใช่แล้วล่ะครับ ได้ยินไม่ผิดหรอก ห้องสูบบุหรี่บนเรือเหาะซึ่งเต็มไปด้วยก๊าซไฮโดรเจน 7 ตัน!! แหม มันน่าเขกหัวคนที่คิดจะสูบบนนี้กันสักทีนะครับ -*-

 

12

แต่แล้วก็ต้องมาถึงการสิ้นสุดของการเดินทางนี้ครับ  เมื่อเกิดการระเบิดระหว่างพยายามลงจอดที่ Lakehurst ทำให้คนบนเรือเหาะ 35 คน และคนบนพื้น 1 คนเสียชีวิต แต่น่าทึ่งคือมีจากทั้งหมด 97 คนบนเครื่อง มีคนรอดถึง 62 คนเลยล่ะ เรียกได้ว่ามีอัตราการรอดที่สูงกว่าเครื่องบินมากเลยทีเดียว ซึ่งแม้ไม่มีการเปิดเผยสาเหตุที่ชัดแจน แต่เชื่อกันว่าเพราะไฮโดรเจนในเรือเหาะเกิดการติดไฟก็เลยระเบิดขึ้น

 

13
และจากการระเบิดนี้ ทำให้ยุคของเครื่องบินครองน่านฟ้ามาถึงอย่างเป็นทางการ จวบจนกระทั่งทุกวันนี้เลยล่ะครับ ถ้าในปัจจุบันมีเรือเหาะอย่างที่ว่านี้อยู่ ก็คงจะดีไม่น้อยเลยนะครับ อิอิ หรูซะขนาดนั้น ไม่แน่นะครับ ในอนาคตอาจมีคนประดิษฐ์เรือเหาะที่มีความปลดภัยสูงกว่านี้ มาให้บริการสำหรับการเดินทางก็ได้ ใครจะไปรู้ :)

ที่มา: PostJung

ร่วมแสดงความคิดเห็นกันจ้า...

ทุนการศึกษาอื่นๆที่น่าสนใจ