How To เทคนิคดีๆ ทำอย่างไร “เปลี่ยนศัตรูเป็นมิตร เปลี่ยนยาพิษเป็นยาบำรุง” !!?

คนที่เดินเข้ามาในชีวิตเรามักมาพร้อมกระจกบ้านเล็กๆ  บานหนึ่งที่ส่องให้เห็นตัวเราเองแวบๆ  อาจเป็นความชอบหรือไม่ชอบบางอย่างในตัวเขา  ความรู้สึกที่เกิดขึ้นนี้คือสิ่งที่คนนั้นกำลังเดินเข้ามาบอกว่า “นี่ล่ะตัวคุณ”  เพียงแต่คนเรามักทุบกระจกบานนี้แตกก่อนที่จะได้เรียนรู้

 

hate02

 

Dr.Hal  และ  Dr.Sidra  Stone  นักจิตวิทยาผู้ค้นคว้าเรื่อง “Voice Dialogue” หรือสุนทรีสนทนา  กล่าวว่า  คนเรามันมีตัวตนที่เราอาจจะเคยหรืออยากเป็น  แต่เราไม่เลือกที่จะเป็น  หรือไม่สามารถเป็นเช่นนั้นได้  เมื่อคุณสมบัติเช่นนี้ไปตกอยู่กับใครสักคนที่โคจรมาก็จะเกิดการเขย่าหัวใจกันให้สั่นไหว

 

เราอาจรับไม่ได้  รังเกียจ  เกิดความรู้สึกขัดแย้งกับคนนั้น  เพราะสิ่งที่เขามีคือสิ่งที่เราขาด  หรือไม่แน่  อาจเป็นสิ่งที่เราอยากมี  แต่ไม่อาจมีได้  เช่น  คุณนายระเบียบได้รับการเลี้ยงดูโดยครอบครัวที่เข้มงวด  แม้จะไม่แฮ็ปปี้กับความตึงเครียดที่ต้องเป๊ะทุกอย่าง  แต่เธอก็ไม่กล้าจะเป็นคนเหลวไหลในสายตาของพ่อแม่เมื่อมีคุณชายระเบียบผ่านเข้ามา  เธอจึงรับไม่ได้  ซึ่งจริงๆแล้วบางครั้งเธอก็อยากผ่อนคลายไร้ระเบียบบ้าง  แต่ไม่กล้าฉีกนอกกรอบเดิมๆ

 

hate03

 

 

คุณอาจลองค้นคว้าหามุมที่ไม่เคยมอง  โดยหาที่นั่งสบายๆเตรียมกระดาษปากกา  แบ่งกระดาษเป็น 4 ช่อง  ช่องที่ 1 ลองลิสต์นิสัยเสียที่คุณรับไม่ได้  ช่องที่ 2 ลองจดว่า  นิสัยอะไรที่คุณอยากให้เป็น  ช่องที่ 3 ลองพิจารณาดูข้อดีของนิสัยขอเสียนั้น  ช่องที่ 4 หาข้อเสียของการมีนิสัยในช่องที่ 2 (นิสัยที่คุณอยากให้เป็น)  มากเกินไป

 

การที่เราไม่ชอบใครสักคนกลับมีมุมที่เราไม่เคยมอง  แต่สะท้อนบางสิ่งที่เราขาดไปได้เหมือนกัน  เมื่อใจเราเปิดกว้างพอที่จะรับใครในขั้วตรงข้ามเข้ามานั่งในใจแล้ว  ลองค้นหาและทำความเข้าใจดูว่าเขาต้องการอะไร  เขาเองก็มีความต้องการไม่ต่างจากที่เรามีและคงต้องการได้รับการตอบสนองด้วย

 

บนเส้นทางแห่งความขัดแย้ง  เราสามารถ “สื่อสารอย่างสันติ”  เริ่มจากการฟังอย่างลึกซึ่งโดยปราศจากการวิพากษ์วิจารณ์พยายามทำความเข้าใจความต้องการทั้งของเราและเขาแล้วสื่อสารออกมา  มี 4 ขั้นตอน  ดังนี้

1. สังเกต แล้วบอกเล่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนั้น

2. บอกความรู้สึก  ของตัวคุณเองอย่างจริงใจตรงไปตรงมา

3. บอกความต้องการ  ตรงประเด็นว่าคุณอยากให้เขาทำอะไร

4. ร้องขอ  เรียกร้องให้เกิดการลงมือทำอย่างเป็นรูปธรรมเช่น  คุณไม่พอใจที่เพื่อนร่วมงานมักจะลืมบอกกำหนดการนัดประชุมกับลูกค้า  ทำให้คุณรู้ล่วงหน้าไม่นาน

 

คำพูดที่ไม่ก่อให้เกิดสันติ :

“ทำไมคุณไม่ยอมบอกผมล่วงหน้าสักทีคุณขี้ลืมอย่างนี้ทำผมเสียหายแค่ไหนเคยรู้บ้างไหม  ผมเตรียมตัวไม่ทัน  ลูกค้าด่าผมตายเลย”

 

สื่อสารอย่างสันติ :

“ผมสังเกตว่าในการประชุมกับลูกค้าสองสามครั้งหลังนี้  คุณมักจะลืมบางผมล่วงหน้า (สังเกต) ผมรู้สึกอึกอัดมากเลยที่ต้องเตรียมตัวกะทันหัน (ความรู้สึก)  ผมอยากให้คุณให้ความสำคัญกับเรื่องนี้สักหน่อยนะครับ (ต้องการ)  คราวหน้ากรุณาบอกผมล่วงหน้าสักสองสามวันด้วยนะครับ (ร้องขอ)”

 

 

narcissistic-personality-disorder

 

ในกฎแห่งความเปลี่ยนแปลง  ไม่มีมิตรแท้และสัตรูถาวรเมื่ออคติผ่านพ้นไป  ในใจคุณเปิดกว้างขึ้น  คุณอภัยได้แม้คนที่ไม่น่าอภัย  คบได้แม้คนที่ไม่น่าคบ  โลกคุณจะเบาสบายขึ้นเมื่อมีมิตรมาแทนที่ศัตรู  และแม้แต่ศัตรูที่เคยเป็นยาพิษก็กลายเป็นครูผู้ชี้แนะให้คุณเห็นตัวเอง  นี่คือยาบำรุงที่เป็นภูมิคุ้มกันในที่แท้จริง

 

source: krabork

ร่วมแสดงความคิดเห็นกันจ้า...

SHARE

ทุนการศึกษาอื่นๆที่น่าสนใจ