ทดลองใช้ชีวิต 7 วันโดยปราศจากน้ำ เพื่อทดสอบว่าหากไม่มีน้ำใช้สะดวก จะเป็นอย่างไร!?

น้ำเป็นส่วนประกอบหลักของชีวิต หากลองมองไปรอบๆ ตัวจะเห็นว่ารสชาติและอะไรหลายๆ อย่างที่สัมผัสอยู่ทุกวันไม่อาจขาดน้ำได้เลย

ไม่ว่าจะเป็นร่างกายมนุษย์หรือสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศอื่นๆ เราต่างใช้น้ำเกือบทุกอย่างในการดำเนินชีวิต

 

แต่กลับไม่ใช่ทุกคนที่สามารถเข้าถึงแหล่งน้ำได้อย่างทันใจ ซึ่งทั่วโลกมีผู้คนกว่า 663 ล้านคนในประเทศกำลังพัฒนาที่ไม่สามารถใช้น้ำได้อย่างทันท่วงที

มีกว่าล้านคนที่ต้องออกเดินทางมากกว่า 6 ชั่วโมงเพื่อหาแหล่งน้ำ ยิ่งไปกว่านั้นงานนี้เป็นงานสำหรับเด็กๆ นั่นจึงหมายความว่าพวกเขาไม่มีเวลาสำหรับการศึกษาหรอก

 

 

ซึ่งไม่ใช่ทุกคนที่หาน้ำกินได้สะดวกสบาย แต่ทุกคนกลับต้องการมัน ดังนั้นนักเขียนหนึ่งจาก Insider จึงตัดสินใจทดลองและหาคำตอบด้วยตัวเอง

หนึ่งสัปดาห์เต็มๆ ที่นักเขียนท่านนี้ท้าทายตัวเองให้ใช้ชีวิตอยู่โดยไม่มีน้ำ ถอยห่างจากน้ำในเท่าที่จะเป็นไปได้ ซึ่งเธอเตรียมการไว้ทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นดื่มน้ำ อาบน้ำ ทำอาหาร ล้างมือ ซักผ้า เป็นต้น

 

 

โดยเริ่มจากการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีน้ำเป็นส่วนประกอบ เช่น ใช้ Dry shampoo เจลทำความสะอาดมือ , Nuun hydration tablets, น้ำผลไม้เพียวๆ

อาหารที่เติมเต็มความชุ่มชื้นเหมือนกันแตงกวา ผักกาดหอม รวมไปถึงหยุดรดน้ำต้นไม้ของตัวเองซึ่งครั้งสุดท้ายก็เมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์เวลา 11.59 น.

 

 

เธอคิดว่าเธอไตร่ตรองทุกอย่างไว้ดีแล้ว แต่กลับผิดถนัด และนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับเธอหลังจากใช้ชีวิตอยู่โดยปราศจากน้ำถึง 7 วัน

ฉันต้องการน้ำมากกว่าที่วางแผนเอาไว้

วันแรกที่เจอจังๆ เลยก็คือเธอต้องการน้ำสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง เธอตื่นขึ้นมาก็ต้องแปรงฟันแต่ลืมไปว่ากิจวัตรนี้ต้องการน้ำเพื่อกลั้วปากเช่นกัน

ทางแก้ก็คือ เทน้ำมะพร้าวลงไปบนแปรงสีนที่บีบยาสีฟันใส่แล้วเรียบร้อย ซึ่งเธอทำเช่นนี้ตลอดทั้งสัปดาห์

 

หลังจากผ่านพ้นมื้อเย็นไปสิ่งที่ต้องทำคือการล้างจาน ซึ่งเธอไม่ทันได้ฉุกคิดจนกระทั่งถึงเวลาที่ต้องทำนั่นแหละ ดังนั้นเธอจึงเช็ดทำความสะอาดด้วยกระดาษชำระอเนกประสงค์ และก่อนทำอาหารจะเคลือบกระทะด้วยน้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันมะกอก

การไม่มีน้ำหมายถึงการปรับโครงสร้างทุกอย่างของชีวิตทางสังคม “ฉันคิดอย่างไร้เดียงสาว่าฉันสามารถออกไปข้างนอกเพื่อดื่มและทานอาหารเย็นตามปกติได้ แต่ฉันก็ผิด ตั้งแต่การล้างจานไปจนถึงเครื่องดื่มหรือการปรุงอาหารต่างเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้”

 

การตัดน้ำออกจากชีวิตมีผลอย่างมาต่ออาหารการกิน

เครื่องดื่มเกือบทุกชนิดที่วางขายในซูเปอร์มาร์เก็ตใช้น้ำเป็นส่วนผสมทั้งสิ้น มีเพียงไม่กี่ที่ที่เธอสามารถหาน้ำมะพร้าวบริสุทธิ์และน้ำผลไม้ที่อุดมไปด้วยปริมาณน้ำตาลสูง

เพื่อดำเนินไปตามความตั้งใจไว้เธอจึงแทบจะไม่ดื่มอะไรเลยนอกจากของมึนเมา ซึ่งหลังจากดื่มเครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลเพียงไม่กี่วันก็ทำให้เธอรู้สึกกระหายมาก

เลวร้ายที่สุดคือตื่นมาตอนกลางคืนด้วยคอแห้ง อาหารที่ช่วยชีวิตตลอดทั้งสัปดาห์ของเธอคือแตงกวา มะเขือเทศ แตงโม ผักกาดหอม ซึ่งเหล่านี้มาพร้อมกับน้ำมากถึง 90 %

 

สภาพดูไม่จืด

ทั้งอาหารการกินและขาดการอาบน้ำเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน สภาพผมก็มันเยิ้ม ลมหายใจและกลิ่นตัวก็เริ่มโชย นอกจากสภาพภายนอกที่ดูแย่แล้วอาการภายในก็ไม่ค่อยดีเช่นกัน ทั้งปวดศีรษะและแก้มพองเล็กๆ

 

สภาพจิตใจ

ส่วนที่ยากที่สุดในสัปดาห์ที่ไม่มีน้ำคือความท้าทายทางจิต ยิ่งบอกตัวเองว่าห้ามทำยิ่งต้องการมันมากขึ้น แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม สุดท้ายแล้วเราก็สามารถยุติเรื่องนี้ได้เพราะมีการกำหนดเวลาสิ้นสุดการทดลอง

จากการทดสอบครั้งนี้ทำให้เธอตระหนักได้หลายสิ่ง เช่น ปิดก็อกน้ำขณะที่กำลังแปรงฟัน การทำเช่นนี้สามารถประหยัดน้ำได้ประมาณ 2.5 แกลลอนต่อนาที

พยายามไม่ใช้เครื่องล้างจานจนกว่าจานจะเยอะ และมีกลยุทธ์ที่มากขึ้นสำหรับการซักผ้า ใช้เวลาอาบน้ำสั้นๆ โดยฝักบัวอเมริกันเฉลี่ยใช้ 17.2 แกลลอนและกินเวลานาน 8.2 นาที

 

 

จะเห็นได้ว่าน้ำเป็นปัจจัยสำคัญอย่างยิ่งต่อการเป็นอยู่ในชีวิต แม้จะเห็นว่าทุกวันนี้เรายังไม่ขาดแคลนเท่าใดนัก แต่การประหยัดจะเป็นวิธีการที่ดีกว่าวัวหายล้อมคอก

 

ที่มา www.thisisinsider.com

ร่วมแสดงความคิดเห็นกันจ้า...

SHARE

ทุนการศึกษาอื่นๆที่น่าสนใจ