เกร็ดความรู้น่าสนใจกับ Sky Burial พิธีศพของชาวธิเบต ที่ชำแหละเนื้อผู้ตายให้แร้งกิน!!!

สำหรับวันนี้เราก็มีเกร็ดความรู้ดีๆ จากรอบโลกมาฝากเพื่อนๆ กันอีกแล้ว แต่วันนี้อาจจะสยองหน่อย เพื่อนๆ คนไหนที่ยังไม่ได้ทานข้าวมาหรือใจไม่ถึงโปรดอย่าเปิดดูนะจ๊ะ

 

เพราะเป็นพิธีศพของชาวธิเบต ที่เรียกว่า Sky Burial หรือการฝังศพบนท้องฟ้า เป็นพิธีศพสำหรับสามัญชนทั่วไป ยกเว้นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี สตรีตั้งครรภ์ คนที่ตายจากโรคติดต่อหรืออุบัติเหตุ ถือเป็นพิธีกรรมทางศาสนาที่สำคัญมากในทิเบต ชาวทิเบตทุกคนในชุมชนจะได้รับเชิญให้ไปเป็นเกียรติในการทำพิธีนี้โดยทั่วกัน

 

พิธีจะจัดขึ้นก่อนตะวันรุ่ง โดยมีพระลสมะดูแลและคอยชำแหละศพให้นกแร้งกิน เป็นเวลา 3 วัน ชาวทิเบตเชื่อว่า เมื่อวิญญาณออกจากร่าง ศพก็คือเปลือกที่ว่างเปล่า ควรให้เป็นทานแก่นกแร้ง ที่มีมากมายในแถบนั้นตามความเชื่อทิเบต นกแร้งเป็น “ผู้ร่ายรำบนท้องฟ้า” มีฐานะเทียบเท่าเทพบุตรและเทพธิดา ซึ่งเทพทั้งหลายเหล่านี้จะนำวิญญาณผู้ตายไปสู่สวรรค์

 

นกแร้ง

1

นอกจากนี้ยังถือว่าเป็นการทำกุศล ครั้งสุดท้ายของผู้ตาย โดยได้ให้ทานร่างกายเป็นอาหาร ทำให้นกแร้งไม่ต้องไปจับสัตว์เล็กๆกินอิกหลายมื้อ จึงได้ช่วยชีวิตสัตว์เล็กๆไว้ได้หลายชีวิต…

 

เส้นทางสู่สถานที่

2

ในพุทธประวัติ มีเรื่องเล่าว่า พระพุทธเจ้าทรงเคยเฉือนเนื้อตนเองให้เป็นทานแก่พญาเหยี่ยว เพื่อช่วยชีวิตนกพิราบเช่นเดียวกัน พิธีนี้อาจทำให้คนที่ไม่คุ้นเคยรู้สึกสะอิดสะเอียนกันสักหน่อย

 

ผู้คนที่มาเข้าร่วม

3

แต่ถ้ามองถึงแก่นของมันแล้ว Sky Burial เข้าถึงปรัชญาการให้ทานและการปล่อยวาง ขั้นสูงสุด ไม่สร้างมลพิษทางอากาศ ไม่ต้องตัดไม้มาทำเชื้อเพลิง ดีกับระบบนิเวศ เพราะคืนร่างกายกลับคืนสู่ธรรมชาติ ให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อาหารแก่สัตว์กินซาก ดังนั้น จึงอาจเรียกได้ว่าเป็น…..พิธีศพ ที่ดีที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้!!!

 

เหล่าศพ

4

 

จุดไฟเพื่อเป็นสัญญาณเรียกนกแร้ง

5

.

6

.

7

 

ศพที่ห่อมา

8

 

นำมาชำแหละ

9

.

10

.

11

 

ได้เวลาอาหาร

12

.

13

.

14

 

นั่งสังเกตการณ์

15

.

16

 

ส่วนที่แร้งไม้สามารถกินได้

17

 

เก็บรวบรวม

18

 

ทุบๆ แหวกๆ ชำแหละต่อ

19

.

20

 

21

.

22

 

สมองของมนุษย์

23

.

24

 

มาต่อสำหรับจานสอง

25

.

26

 

อิ่มหมีพีมันกันเลยทีเดียว27

 

พิธีอาจจะดูสยองกันไปสักหน่อย แต่มันคือพิธีกรรม ประเพณีของคนแถบนี้ เค้าเลยไม่รู้สึกเหมือนเรานั่นเอง จะว่าไปคิดตามหลักเหตุผลทางศาสนาและวิทยาศาสตร์แล้ว เป็นพิธีศพที่ ดีมากๆ เลยล่ะ ว่ามั้ย ^^

ที่มา: Postjung

ร่วมแสดงความคิดเห็นกันจ้า...

SHARE

ทุนการศึกษาอื่นๆที่น่าสนใจ