เรียนต่อชิลี : ประเทศแถบอเมริกาใต้ที่มั่งคั่งที่สุดและเต็มไปด้วยทักษะด้านการพัฒนามนุษย์

ชื่อของชิลีอาจไม่คุ้นหูสำหรับผู้ที่สนใจไปเรียนต่อต่างประเทศ เพราะแม้ว่าจะเป็นหนึ่งในประเทศที่มีชื่อเสียงด้านสถานที่ท่องเที่ยว แต่น้อยคนนักจะรู้ว่าชิลีเองก็เป็นแหล่งการเรียนที่ยอดเยี่ยม

 

 

การศึกษาในระดับอุดมศึกษาของชิลี:

ชิลีให้ความสำคัญกับการศึกษาทุกระดับ จากการจัดอันดับมหาวิทยาลัยโลก QS ประจำปี 2011 มีมหาวิทยาลัยถึง 5 แห่งในชิลีที่ติดอันดับดีที่สุดในโลก 2 สถาบันที่โดดเด่นคือ Pontifical Catholic University of Chile และ University of Chile

 

 

Pontifical Catholic University of Chile:

สถาบันอันทรงเกียรติแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นในปี 1888 มีโรงเรียนในเครือถึง 18 แห่งและวิทยาเขตอีก 4 แห่งในซานติอาโก

สถาบันแห่งนี้มีสาขาวิชาที่หลากหลายซึ่งเปิดให้เข้าศึกษา เช่น วิทยาศาสตร์สุขภาพ เศรษฐศาสตร์ ศาสนศาสตร์ และศิลปะ

นอกเหนือจากนี้ สถาบันแห่งนี้ยังขึ้นชื่อเรื่องการให้คุณค่ากับนักเรียนที่มาจากประเทศที่หลากหลาย ดังนั้นจึงมีโครงการแลกเปลี่ยนมากมายกับมหาวิทยาลัยมากกว่า 300 แห่งใน 45 ประเทศ

 

 

University of Chile:

ในฐานะที่เป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดของชิลี สถาบันแห่งนี้เป็นแหล่งดึงดูดนักเรียนแลกเปลี่ยนมากมาย ครึ่งหนึ่งของนักเรียนเหล่านั้นมาจากสหรัฐอเมริกา อีก 35% มาจากประเทศแถบยุโรป และอีก 5% มาจากเอเชีย

สถาบันแห่งนี้มีความภาคภูมิใจในการผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพและประสบความสำเร็จอย่างหลากหลาย โดยสิ่งหนึ่งที่พวกเขายึดมั่นคือการสร้างบรรยากาศที่กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และการแสวงหาแนวทางแก้ไขปัญหาระดับชาติและระดับโลกที่สำคัญให้กับนักศึกษา

 

 

กระบวนการรับสมัครนักศึกษาแลกเปลี่ยน:

โดยทั่วไปแล้วผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการแลกเปลี่ยนจะสามารถลงทะเบียนหนึ่งภาคเรียนของปีการศึกษาได้ หลังสำเร็จการเรียนในปีที่สองของสถาบันที่ศึกษาในบ้านเกิด

 

 

ผู้สมัครจะต้องได้รับการแนะนำจากสถาบันของตัวเองก่อน พร้อมทั้งจัดเตรียมเอกสารให้ครบถ้วนตามกำหนดเพื่อสมัครเข้าร่วมโครงการ

นักเรียนที่เดินทางเข้าประเทศจะต้องได้รับวีซ่านักเรียนภายใน 30 วัน โดยหลังจากนั้นต้องไปที่สำนักงานตำรวจสากลเพื่อนำหนังสือเดินทางไปยื่นและกรอกใบสมัคร

 

 

ภาษาที่ใช้ในชิลี:

ภาษาสเปนเป็นสิ่งที่จำเป็นสำหรับการเรียนต่อในชิลี เพราะทุกหลักสูตรที่เปิดสอนนั้นใช้ภาษาสเปนเป็นตัวดำเนินการ

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าคุณจะไม่ได้มีความเชี่ยวชาญด้านภาษาสเปนก่อนสมัครเข้าเรียน แต่หลายมหาวิทยาลัยก็มีหลักสูตรเร่งรัดด้านภาษาให้นักศึกษาต่างชาติลงทะเบียนก่อนเข้าเรียนในสาขาที่เลือก

 

 

ค่าใช้จ่ายในการเรียนต่อในชิลี:

ค่าเล่าเรียนในซานติอาโกอาจแตกต่างกันไปตามแต่สถาบันและหลักสูตรที่เลือก

ปกติแล้วค่าเรียนต่อภาคการศึกษาจะอยู่ที่ 5,000 ดอลลาร์ฯ (ประมาณ 159,000 บาท) โดยจะมีค่าธรรมเนียม 1,000 ดอลลาร์ฯ ต่อ 10 หน่วยกิต (ประมาณ 31,800 บาท) และมีค่าธรรมเนียมการจัดการประมาณ 300 ดอลลาร์ฯ (ประมาณ 9,500 บาท)

 

 

สำหรับค่าที่พักจะอยู่ที่ประมาณ 3,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 95,400 บาท) ค่าอาหารอยู่ที่ 3,000 ดอลลาร์ฯ (ประมาณ 95,400 บาท) และค่าเดินทางรอบเมืองอีกประมาณ 1,500 ดอลลาร์ฯ (ประมาณ 47,700 บาท)

นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีก โดยรวมแล้วหากคุณต้องการอยู่ในชิลีประมาณ 6 เดือนต้องมีงบประมาณอยู่ที่ 13,500 ดอลลาร์ฯ (ประมาณ 430,000 บาท)

 

 

การขอวีซ่านักเรียน:

นักเรียนต่างชาติที่ต้องการศึกษาในชิลีมากกว่า 90 วันต้องขอวีซ่านักเรียน (Visa de Estudiante) น้อยกว่านั้นสามารถเข้ามาด้วยวีซ่านักท่องเที่ยวได้

นักศึกษาต่างชาติที่ต้องการวีซ่านักเรียนจะต้องสมัครที่สถานทูตชิลี / สถานกงสุลชิลีในประเทศของพวกเขา หรือเข้าไปดูข้อมูลได้ ที่นี่

 

 

ในการสมัครวีซ่านักเรียนชิลีคุณจะต้องแสดงเอกสารต่อไปนี้ที่สถานทูต / สถานกงสุล:

– จดหมายตอบรับจากสถาบันในชิลี

– หลักฐานทางด้านการเงินที่ครอบคลุมการใช้ชีวิตในชิลี

– หลักฐานการศึกษาและประกันสุขภาพ

หลังจากนั้นจะใช้เวลาประมาณ 2 – 6 สัปดาห์ในการพิจารณาออกวีซ่า

วีซ่านักเรียนมีอายุไม่เกินหนึ่งปีแต่สามารถต่ออายุได้สำหรับนักเรียนในโครงการทุนการศึกษา โดยวีซ่านักเรียนจะมีอายุตลอดระยะเวลาของทุนการศึกษา

 

 

แม้ว่าอาจจะมีค่าใช้จ่ายมากไปสักนิด ทว่าเนื่องจากคุณภาพการศึกษาในชิลีมีสูงมาก ทำให้มั่นใจได้ว่าคุณจะได้รับการฝึกสอนและได้รับความรู้จากสถาบันมาตรฐานโลก

นอกจากนี้ คุณยังสามารถเรียนรู้วัฒนธรรมที่น่าสนใจและสำรวจภูเขาในเทือกเขาแอนดีส ซึ่งจะทำให้มุมมองของคุณที่มีต่อโลกเปลี่ยนไป เชื่อว่าจะเป็นประสบการณ์ที่คุณจะจดจำไปตลอดชีวิต :)

 

ที่มา: masterstudies

ร่วมแสดงความคิดเห็นกันจ้า...

ทุนการศึกษาอื่นๆที่น่าสนใจ