10 สิ่งที่อาจารย์มหาลัยอเมริกา “เกลียด” มากที่สุด เรียนรู้แล้วอย่าเผลอไปทำล่ะ

การศึกษาเป็นพื้นฐานในการหล่อหลอมเยาวชนให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ในแบบที่ควรจะเป็น นั่นก็ใช่ว่าทุกคนจะมีนิสัยหรือสามัญสำนึกที่คล้ายคลึงกันได้ แต่สิ่งที่สามารถปรับเปลี่ยนได้คือทำตนให้เป็นที่ยอมรับหรือกลมกลืนในสังคมนั้นๆ

กับการเป็นนักเรียนก็เช่นกัน มีหลายสิ่งที่วัยนี้จำต้องปรับและปรุงแต่งพฤติกรรมให้เข้ากับเพื่อนฝูงหรือครูบาอาจารย์

และสำหรับใครที่วางแผนในชีวิตว่าอยากไปเรียนต่อในอเมริกาสักครั้งหนึ่ง วันนี้เรามี 10 สิ่งที่ไม่ควรทำซึ่งเป็นเรื่องที่อาจารย์ในมหาวิทยาลัยอเมริกาไม่ค่อยปลื้มเท่าไหร่นัก ลองมาอ่านและนำไปปรับใช้กันค่ะ

 

 

1. อย่าเขียนจดหมายที่ดูไม่เป็นมืออาชีพ

นั่นเป็นเพราะว่าครูผู้สอนไม่ใช่เพื่อนที่เราจะใช้ภาษาแบบกันเองได้ ซึ่งนักศึกษาต้องแสดงให้เห็นว่าสิ่งไหนถูกต้องเหมาะสมและสิ่งไหนที่ไม่ควรเขียน เปรียบเปรยเหมือนกับว่าเราก็ไม่ใส่ชุดนอนไปสมัครงานนั่นเอง

 

2. อย่าถามอาจารย์ผู้สอนถึงสิ่งสำคัญที่คุณพลาดในระหว่างที่คุณขาดเรียน

แน่นอนว่าเราต้องกังวลแน่ๆ หากวันไหนที่ขาดเรียนไป ซึ่งสิ่งที่ควรทำคือการอ่านตำรา หรือขอจดเลคเชอร์จากเพื่อนร่วมชั้น แต่หากว่าคุณดันไม่มีเพื่อนคบหรือไม่อยากคบใคร ก็ขอให้อาจารย์ช่วยส่งอีเมลล์เพื่อช่วยให้คุณมีคู่หูที่สามารถแลกเปลี่ยนเลคเชอร์ได้

 

 

3. อย่าเพิ่งรีบเก็บของเมื่อหมดชั่วโมงแล้ว

เชื่อว่านักเรียนหลายคนเฝ้ารอเวลาที่คาบเรียนใกล้หมดลงและเตรียมเก็บกระเป๋าไว้รอท่า แต่สำหรับอเมริกาอย่าทำเชียวนะ ให้รอหมดชั่วโมงเรียนสัก 10 วินาทีก่อนแล้วค่อยเริ่มเก็บของ

 

4. อย่าถามคำถามเกี่ยวกับการอ่านหรืองานที่มอบหมาย จนกว่าคุณจะตรวจสอบสาระสำคัญของบทเรียนให้ดีเสียก่อน

อันที่จริงๆ มันเป็นเรื่องที่ง่ายดายหากจะส่งอีเมลล์ถามคำถามกับผู้สอนในสิ่งที่เราสงสัย แต่อย่าลืมว่าอาจารย์หนึ่งคนต่อนักศึกษากว่าหนึ่งโหลหรืออาจจะร้อยกว่าคน ดังนั้นให้ลองพยายามค้นหาคำตอบด้วยตัวเองก่อนที่จะยิงคำถามออกไป

 

 

5. อย่าโมโหโกรธาหากได้รับข้อเสนอแนะกลับมา

ในงานที่ส่งไปหากมีปากสีแดงขีดเขียนจากอาจารย์กลับมา นั่นเป็นเรื่องที่ดีแทนที่จะเราจะรู้สึกแย่เสียอีกนะ เพราะนั่นถือเป็นสัญญาณว่าผู้สอนใส่ใจผู้เรียนแค่ไหน อยากให้นักศึกษาเก่งขึ้นซึ่งนั่นมีแต่จะนำผลดีมาสู่ตนเอง

 

6. อย่าเรียนหนักเพื่อหวังเปลี่ยนเกรด

อย่าไปคาดหวังที่จะเปลี่ยนใจอาจารย์ในการให้เกรด แต่ควรใช้เวลาไปกับการติวหนังสืออย่างขมักเขม่นหรือคิดหาวิธีที่จะทำอย่างไรให้ผลการเรียนดีขึ้น พยายามให้มากสำหรับการสอบครั้งหน้า อ่านและอ่านเท่านั้น หรือยกมือถามในชั้นเรียน ซึ่งมันเป็นผลดีกับเราเองในระยะยาว

 

 

7. อย่ามัวเสียเวลาไปกับการจัดรูปแบบกระดาษ

นักศึกษาคงไม่คิดว่าอาจารย์จะสังเกตเห็นหากทำให้ตัวหนังสือใหญ่ขึ้นเล็กน้อยหรือทำขอบกว้างอีกสักหน่อย คุณคิดผิดแล้วล่ะเพราะอาจารย์ต่างใช้เวลาเป็นพันๆ ชั่วโมงในการจดจ้องอยู่กับหน้าจอเอกสาร จนมีสายตาปราดเปรียวดุจพญาอินทรี ดังนั้นทำตามที่ได้รับกำหนดมาเถอะ อย่าโกงเลย

 

8. อย่าใส่คำแนะนำและข้อสรุปของคุณด้วยคำผิด

ในบทสรุปของงาน ควรใช้คำอย่างมืออาชีพและดูฉลาด เช่น “หวังว่าสักวันจะไม่มีสงครามอีก” ซึ่งก็ถูกที่ใครๆ ต่างคิดเช่นนี้ แต่ควรจะเปลี่ยนเป็นการแสดงความคิดเห็นถึงวิธีการที่จะทำให้สิ่งนั้นไม่เกิดขึ้นดีกว่า เพราะการปิดท้ายจบแบบง่ายๆ หรือกล่าวถึงความหวังมันไม่เหมาะกับงานวิชาการ

 

 

9. อย่าตีความข้อเท็จจริงแบบไม่ถูกต้อง และแสดงความคิดเห็นเป็นข้อเท็จจริง

เป็นความผิดพลาดที่พบได้ทั่วไป ซึ่งที่ผ่านมามันน่าผิดหวังทั้งสำหรับอาจารย์และนักศึกษา ชีวิตจะง่ายขึ้นถ้าเราเรียนรู้ถึงความแตกต่าง

 

10. อย่าเฉยเมยเกินไปในการเรียน

นักเรียนที่นั่งหลังห้องหรือนั่งหลังค่อมซึ่งมันดูเหมือนว่าพวกเขาเบื่อหน่ายเต็มทน จงอย่าเป็นคนประเภทนั้น ควรแสดงถึงความสนใจและเผยถึงด้านดีๆ ของตัวเรา แต่หากเราไม่มีก็เพียงแค่แสร้งทำก็ได้นะ ชีวิตจะได้ง่ายขึ้น

 

ที่มา businessinsider.com

ร่วมแสดงความคิดเห็นกันจ้า...

SHARE

ทุนการศึกษาอื่นๆที่น่าสนใจ