8 ข้อผิดพลาดในชีวิตประจำวันที่คุณควรเลี่ยง เพื่อให้สามารถตื่นเช้าได้อย่างสดชื่นแจ่มใส

เราทุกคนคงคุ้นเคยกับอาการอ่อนเพลียในตอนเช้าแม้ว่าจะนอนไปไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมงก็ยังรู้สึกไม่สดชื่น แถมเหนื่อยล้าเอาซะดื้อๆ ซึ่งโดยส่วนมากเรามักโทษว่าเป็นเพราะชีวิตที่ทั้งเร่งรีบและความเครียดจากการทำงาน แต่บางครั้งสาเหตุที่แท้จริงอาจจะมาจากพฤติกรรมหลังตื่นนอนที่ทำให้คุณไม่สามารถรีเฟรชตัวเองได้เต็มที่

ลองมาเช็คดูว่า 8 พฤติกรรมใดต่อไปนี้ที่คุณทำอยู่ เพราะมันอาจเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้คุณเหนื่อยล้าแม้ในเช้าที่สดใสได้

 

1. ไม่มีตารางชีวิต

ชีวิตของคนเราเดินไปตามจังหวะของ Circadian หรือที่เรียกกันว่า นาฬิกาชีวิต ซึ่งเป็นตัวกำหนดว่าเมื่อไหร่จะง่วง และเมื่อไหร่จะถึงเวลาตื่นนอน

การใช้ชีวิตแบบตามใจ ตื่นหรือนอนแบบไม่เป็นเวลา จะทำให้นาฬิกาชีวิตรวนจนส่งผลต่อร่างกาย ทำให้ไม่สามารถกำหนดเวลาที่จะง่วงนอน หรือตื่นตัวแบบเต็มที่ได้

เป็นที่มาของการนอนหลับไม่เต็มอิ่ม ดังนั้น ลองเปลี่ยนตารางชีวิตให้เข้านอนและตื่นในเวลาเดิมทุกเช้าจะช่วยให้ระบบนาฬิกาชีวิตกลับมาสมดุลได้เหมือนเดิม

 

2.นอนตื่นสายในวันหยุด

ถ้าคุณนอนหลับเพียงวันละ 5-6 ชั่วโมงในวันธรรมดา แต่พอถึงวันหยุดกลับนอนยาวเท่าที่ต้องการ นั่นถือเป็นการทำร้ายร่างกายทางอ้อมนะ

เพราะอย่างที่บอกว่าร่างกายมนุษย์มีนาฬิกาชีวิต การเปลี่ยนจำนวนชั่วโมงที่นอนแบบนี้ก็จะทำให้นาฬิกาชีวิตรวนได้เหมือนกัน

นอกจากความผิดปกติของการนอนหลับแล้วยังมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในการเป็นโรคอ้วน โรคเบาหวาน หรือโรคหัวใจและหลอดเลือดอีกด้วย เพื่อลดความเสี่ยง พยายามนอนให้จำนวนชั่วโมงเท่ากันในทุกวันน่าจะดีกว่านะ

 

3.กดเลื่อนนาฬิกาปลุก

หลายคนชอบตั้งนาฬิกาปลุกในตอนเช้าก่อนจะขอนอนต่อโดยการกดปุ่มเลื่อนเวลาปลุกออกไป ซึ่งที่จริงแล้ว เวลานอนอีก 15 นาทีหลังจากนั้นจะไม่ทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นหรอก กลับกันจะทำให้ง่วงยิ่งกว่าเดิมด้วยซ้ำ

เพราะหากว่าคุณกดเลื่อนแล้วเผลอหลับลึก การถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้งจะทำให้ร่างกายรู้สึกเหน็ดเหนื่อยมากกว่าสดชื่น จึงเป็นการดีที่สุดที่จะตั้งนาฬิกาปลุกเวลาเดิมทุกวันและไม่เลื่อนมันอีก เพื่อให้ร่างกายคุ้นชินกับเวลาตื่นนอน

 

4.การมีแสงสว่างที่มากเกินไปในห้องนอน

หากว่าดวงตาของมนุษย์ เจอเข้ากับแสงใดก็ตาม ร่างกายจะระงับการผลิตฮอร์โมนเมสโทเนียที่กระตุ้นการนอนหลับซึ่งอาจนำไปสู่โรคนอนไม่หลับก็ได้

ซึ่งแสงที่ว่านี้ รวมไปถึงแสงจากธรรมชาติและแสงสังเคราะห์ ดังนั้นจึงควรปิดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดในห้องนอนของคุณ เพื่อให้ความมืดนำคุณไปสู่ฝันดีและเช้าวันใหม่ที่สดใส

 

5.ละเลยมื้อเช้า

อาหารเช้าเป็นตัวช่วยชั้นดีในการกระตุ้นให้นาฬิกาชีวิตเริ่มเดินได้อย่างเต็มที่ หากคุณปฏิเสธมื้อเช้าและปล่อยให้ท้องว่างหลังจากที่ตื่นนอนนานๆ จะทำให้ร่างกายของคุณจะเพิ่มระดับฮอร์โมน cortisol ที่จะกระตุ้นความเครียดให้เพิ่มสูงขึ้น

 

6.ทานขนมหวานก่อนนอน

การทามื้อดึกไม่เพียงแต่ส่งผลร้ายกับร่างกายเท่านั้นแต่ยังส่งผลถึงการนอนหลับด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทานขนมหรืออาหารที่มีน้ำตาลสูงซึ่งจะเพิ่มระดับฮอร์โมนคอร์ติซอลที่เป็นตัวรับมือกับความเครียดในร่างกายของคุณ และต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า5 ชั่วโมงเพื่อให้ระดับฮอร์โมนส์กลับมาเป็นปกติ

ดังนั้นหากทนหิวในมื้อดึกไม่ไหวจริงๆ แนะนำให้ทานโยเกิร์ตหรืออาหารที่มีไขมันและน้ำตาลต่ำจะดีกว่า เพื่อสุขภาพและร่างกายที่ดี

 

7.การไม่เก็บกวาดห้องนอน

ห้องนอนที่รกรุงรังเป็นสิ่งหนึ่งที่คอยย้ำว่างานของคุณยังไม่เสร็จสิ้น มีงานวิจัยที่ระบุว่า ห้องนอนที่เป็นระเบียบและเตียงที่ทำด้วยผ้าจากธรรมชาติจะช่วยกระตุ้นให้คุณรู้สึกนอนหลับสบาย และยังช่วยให้ความรู้สึกปลอดโปร่งมากกว่าห้องนอนรกๆอีกด้วย

 

8.อาบน้ำอุ่นก่อนเข้านอน

การแช่น้ำอุ่นถือเป็นการผ่อนคลายร่างกายที่ดีที่จะช่วยให้คุณสบายตัวและหลับได้สนิท แต่ไม่ใช่ก่อนหน้าที่จะเข้านอนในทันที ทั้งนี้เพราะการที่อุณหภูมิในร่างกายลดลงเป็นหนึ่งในสัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาเข้านอนแล้ว ซึ่งการแช่น้ำร้อนก็เป็นตัวกระตุ้นให้สัญญานนี้ทำงาน

เพื่อไม่ให้ร่างกายอ่อนเพลียจนเกินไป ลองเปลี่ยนเวลาในการอาบน้ำอย่างน้อยสัก 2 ชั่วโมงก่อนจะเข้านอนเพื่อให้ร่างกายมีเวลาปรับตัว

 

ที่มา: brightside.me

ร่วมแสดงความคิดเห็นกันจ้า...

SHARE

ทุนการศึกษาอื่นๆที่น่าสนใจ