ฝึกแกรมม่าวันละนิด มาดูหลักการง่ายๆในการใช้ be แต่งประโยคภาษาอังกฤษ

หลายคนคงจะเคยเห็นคำว่า be อยู่ในประโยคภาษาอังกฤษมาบ้าง ซึ่งบางทีก็ชวนสับสนเหมือนกันว่า be มันคืออะไร แล้วใช้ยังไง และคำถามที่น่าจะโดนใจใครหลายๆคนคือ “จะรู้ได้อย่างไรว่าตรงนี้ต้องใช้ be”

 

distance-learning-1

 

 

ก่อนอื่นคงต้องมาทำความรู้จักกับ be ก่อนว่า be คืออะไร? be ก็คือ รูปธรรมดาหรือ base form ของ verb to be (is, am, are) ที่เรารู้จักนั่นแหละค่ะ หลักการใช้ be มีดังนี้ค่ะ

 

** เรามักจะเห็น be อยู่ตามหลัง กริยาช่วยหรือ modal verb (will, would, can, could, may, might, must, should, etc.) เช่น

 

We should be hardworking.
พวกเราควรจะขยัน
He should be a teacher because he can get along well with children.
เขาควรจะเป็นครูเพราะเขาเข้ากับเด็กๆได้ดี

 

 

 

Study-Inspiring-Blogger
** ทำไมหลังกริยาช่วยเหล่านี้ต้องเติม be น่ะเหรอ เหตุผลก็คือ
ปกติกริยาช่วยเหล่านี้ต้องบวกด้วยกริยารูปธรรมดา Modal verb + V (base form) เช่น I should go.

 

แต่ประโยคแรก hardworking เป็น adjective ไม่ใช่ verb ถ้าเราจำกฎของ adjective ได้คือ adjective สามารถตามหลัง verb to be ได้ แล้วบังเอิญว่ามันตามหลัง modal verb เราก็ต้องเลือกใช้ verb to be รูป base form ซึ่งก็คือ be

 

ส่วนประโยคที่สอง a teacher เป็นคำนาม ในประโยคนี้ต้องมี verb to be ในความหมายว่า “เป็น” พอตามหลัง should ซึ่งเป็น modal verb จึงต้องเป็นรูป base form

 

student-studying-533x200

 

สรุปว่าหลังคำว่า be ก็ต้องเป็นนามนั่นเองค่ะ ไม่ยากเลยใช่มั้ยคะกฎแกรมม่าข้อนี้ อย่าลืมติดตามข่าวสารภาษาอังกฤษดีๆได้ที่ scholarship.in.th  ได้ตลอดนะคะ

ที่มา: pasaangkit

ร่วมแสดงความคิดเห็นกันจ้า...

SHARE

ทุนการศึกษาอื่นๆที่น่าสนใจ