สุโค่ย!! จังเจ๋อเด็กหนุ่มวัยกระเตาะแดนมังกรผู้ที่สอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ในอายุเพียง 14 ปี!!

วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปพบและทำความรู้จักกับเด็กอัจฉริยะคนหนึ่งจากแดนมังกร ประเทศจีนครับผม ลองมาฟังเรื่องราวของเค้าคนนี้กันเลย

 

เด็กชายวัย 13 ปี ชาวเมืองเฉาหู มณฑลอันฮุยทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของจีนที่ชื่อว่า “จังเจ๋อ” คนนี้ เป็นเด็กที่มีประวัติการศึกษาที่น่าประหลาดใจมากๆ เลยล่ะ เพราะเขาเข้าเรียนชั้นประถมตั้งแต่อายุเพียง 4 ขวบเท่านั้น!!

 

หลังจากนั้นก็เรียกได้ว่า เรียนแบบข้ามระดับชั้นอยู่หลายครั้งหลายครา เริ่มจากจบชั้น ป.1 ข้ามไปชั้น ป.3 และพอเรียนจบชั้น ป.4 ก็ข้ามไปเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นทันทีเลยทีเดียว

 

1

 

แต่เมื่อเขาจบม.ต้นแล้ว ทางบ้านประสบกับปัญหาความยากจน ทำให้เขาต้องออกจากโรงเรียน ทว่า จางเจ๋อก็มิได้ย่อท้อ เขาเลือกใช้วิธีอ่านหนังสือ และเรียนรู้ด้วยตนเองอยู่ 1ปี ก็สามารถสอบเทียบวุฒิการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายได้ตอนอายุเพียง 11 ปีเท่านั้นเลยล่ะ

 

หลังจากจบการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายแล้วจังเจ๋อก็เริ่มสอบเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัย ตั้งแต่ปี 2554 จนถึงปี 2556 เขาก็สามารถสอบผ่านเกณฑ์ได้สำเร็จ ซึ่งเขาได้บอกว่า คณะที่เขาอยากเรียนก็คือ บริหารธุรกิจ และแน่นอนเขาได้เตรียมการขอตำราและทุนการศึกษาเพื่อแบ่งเบาภาระของครอบครัวแล้วล่ะ

 

หนังสือที่ยืมเพื่อนมา
2

 

 

ภาพจังเจ๋อ…กับผู้เป็นพ่อ

3

 

4

 

แรกเริ่มเดิมทีนั้น จังเจ๋อเป็นหนึ่งในลูกแฝดของครอบครัวที่มีฐานะยากจน เขามีแฝดผู้พี่ชื่อว่า จังเจวี๋ย ที่ตอนนี้เรียนอยู่ระดับชั้น ม.1 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในมณฑลอันฮุย ทั้งนี้ จังจวิน ผู้เป็นบิดาได้แยกทางกับภรรยาไปเมื่อปี พ.ศ.2547 โดยให้พี่คนโตอยู่กับแม่ ส่วนน้องคนเล็กอยู่กับพ่อแทน

 

ด้วยฐานะที่ค่อนข้างที่จะยากจนมาก การดำเนินชีวิตของสองพ่อลูกจึงยากลำบาก ทำให้ค่าใช้จ่ายในการเรียนส่วนต่างๆ ล้วนได้รับการอนุเคราะห์จากทางโรงเรียน แม้แต่ตอนที่จังเจ๋อออกจากโรงเรียน และใช้วิธีอ่านหนังสือ เรียนรู้ด้วยตนเอง ก็ยังต้องหยิบยืมตำราเรียนมาจากเพื่อนเก่าร่วมโรงเรียนเดิมของเขาเลยทีเดียว

 

ถึงแม้เขาจะเป็นเด็กอัจฉริยะ แต่เขาก็ไม่ได้แปลกไปจากเด็กๆ รุ่นราวคราวเดี่ยวกันเลย เป็นเด็กที่ร่าเริง ช่างพูด ช่างคุย โดยในแต่ละวัน หากอ่านหนังสือ ทบทวนบทเรียนด้วยตัวเองเสร็จแล้ว เขาก็มักจะเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต และเตะฟุตบอลกับเพื่อนๆ เหมือนเด็กๆ ในวัยเดียวกันกับเขาอีกด้วยล่ะ

 

5

 

ตอกย้ำให้เห็นถึงคำพูดที่ว่า “ลูกศิษย์ขยัน ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องพึ่งอาจารย์” จริงๆ นะครับ หวังว่าเพื่อนๆ จะนำเรื่องราวของชินหวา หนุ่มน้อยอัจฉริยะวัยกระเตาะนี้ไปเป็นแรงบันดาลใจและแรงผลักดันในการเรียนกันนะจ๊ะ

Source: Manager

ร่วมแสดงความคิดเห็นกันจ้า...

SHARE

ทุนการศึกษาอื่นๆที่น่าสนใจ