10 พิพิธภัณฑ์สุดแปลกจากทั่วโลก ซึ่งทุกแห่งเก็บรวบรวมวัตถุเกี่ยวกับ “อาหาร”

หากคุณไม่ได้เพียงแต่ชื่นชอบในการลิ้มลองอาหารรสชาติดีเลิศ อาหารท้องถิ่นที่มีกรรมวิธีและรสชาติเฉพาะตัว หรือการตะลอนกินอาหารที่มีชื่อเสียงร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ

หากแต่มีความหลงใหลในประวัติศาสตร์ ความเป็นมา หรือแม้แต่เกร็ดความรู้เกี่ยวกับอาหาร เราขอเชิญชวนให้คุณลองมาสัมผัสกับพิพิธภัณฑ์เหล่านี้

เว็บไซต์ Reader’s Digest ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับพิพิธภัณฑ์สุดแปลก ซึ่งทั้งหมดจะจัดแสดงในเรื่องราวของอาหารทั้งสิ้น ตั้งแต่อุตสาหกรรมปลาเฮอร์ริ่งในไอซ์แลนด์ ไปจนถึงพิพิธภัณฑ์ไส้กรอกในกรุงเบอร์ลิน

เลื่อนลงไปดู แล้วคุณจะพบลายแทงสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ สวรรค์แห่งผู้ที่หลงใหลในอาหาร!!

 

พิพิธภัณฑ์ Dutch Cheese เมือง Alkmaar ประเทศเนเธอร์แลนด์ (พิพิธภัณฑ์ชีสดัทช์)

ที่นี่จะเก็บรวบรวมประวัติชีสและวิธีการทำเนยแข็งเอาไว้ในอาคารที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง Alkmaar ที่มีมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 16

 

พิพิธภัณฑ์ Le Musée Art du Chocolat de Lisle sur Tarn เมือง Lisle-sur-Tarn ประเทศฝรั่งเศส (พิพิธภัณฑ์ช็อกโกแลต)

ผู้ที่หลงใหลในช็อกโกแลตจะต้องรู้สึกรักที่นี่ สถานที่ซึ่งตกแต่งทุกหนแห่งด้วยช็อกโกแลต ทั้งน้ำพุ งานประติมากรรม รูปปั้น หรือแม้กระทั่งเทียน

 

พิพิธภัณฑ์ Cup Noodle เมืองโยโกฮาม่า ประเทศญี่ปุ่น (พิพิธภัณฑ์บะหมี่สำเร็จรูป)

หนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่น่าสนใจของญี่ปุ่น ซึ่งประกอบไปด้วยห้องโถงขนาดใหญ่หลายแห่ง รวมทั้งพื้นที่จำลองโรงเก็บของซึ่งเป็นสถานที่แรกที่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปถูกสร้างขึ้น ภายในมีจุดต่างๆ ที่น่าสนใจให้คุณได้เที่ยวชมและทุกที่ตกแต่งภายใต้ธีมเดียวกันนั้นคือ “ราเม็ง”

 

พิพิธภัณฑ์ Friet Museum เมือง Bruges ประเทศเบลเยียม (พิพิธภัณฑ์มันฝรั่งทอด)

พิพิธภัณฑ์หนึ่งเดียวในโลกที่เก็บรวบรวมเรื่องราวของเฟรนช์ฟรายส์หรือมันฝรั่งทอดเอาไว้ได้อย่างครบถ้วน คุณจะได้พบเกร็ดความรู้เช่น มันฝรั่งปลูกขึ้นครั้งแรกในเปรูเมื่อหนึ่งหมื่นปีที่แล้ว และได้ชมผลงานชิ้นเอกต่างๆ ที่เกี่ยวกับเฟรนช์ฟรายส์

 

พิพิธภัณฑ์ Carpigiani Gelato Museum เมือง Carpigiani ประเทศอิตาลี (พิพิธภัณฑ์ไอศกรีมเจลลาโต้)

ภายในสถานที่แห่งนี้ครั้งหนึ่งเคยเป็นโรงงานที่ Carpigiani ผู้ผลิตเครื่องทำไอศกรีมตัวแรกของโลกใช้ทำงาน คุณจะได้พบกับต้นกำเนิดไอศกรีมอิตาเลียนแบบจุใจ พร้อมศาสตร์แห่งเจลาตินที่หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว

 

พิพิธภัณฑ์ Herring Era Museum เมือง Siglufjörður ประเทศไอซ์แลนด์ (พิพิธภัณฑ์ปลาแฮร์ริ่ง)

ปลาแฮร์รี่งอาจเป็นอาหารที่น่าสนใจน้อยกว่าอาหารชนิดอื่นๆ แต่อุตสาหกรรมปลาแฮร์ริ่งได้เปลี่ยนหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้ให้เป็นเมืองที่เจริญรุ่งเรืองได้ในปัจจุบัน และพิพิธภัณฑ์ปลาแฮร์ริ่จะบอกเล่าเรื่องราวความเป็นมา รวมทั้งเป็นที่บรรจุความทรงจำของชาวเมืองอีกด้วย

 

พิพิธภัณฑ์ Pizza Hut Museum เมือง Kansas ประเทศสหรัฐอเมริกา (พิพิธภัณฑ์พิซซ่า)

ภายในสถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยของที่ระลึกเกี่ยวกับพิซซ่า รวมทั้งพิซซ่าฮัทถาดแรก กระทะที่ใช้ในปี 1958 เมื่อร้านอาหารเปิด สิ่งของหายากอื่นๆ ได้แก่ ตุ๊กตาพิซซ่าฮัทบาร์บี้ เมนูรายการพนักงานจากปี 1950 และป้ายจากร้านอาหารแห่งแรก

 

พิพิธภัณฑ์ Poli Grappa Museum เมือง Bassano del Grappa ประเทศอิตาลี (พิพิธภัณฑ์บรั่นดี)

สายดื่มต้องไม่พลาดกับพิพิธภัณฑ์เล็กๆ ทว่าอัดแน่นไปด้วยห้องจัดแสดงเกี่ยวกับบรั่นดีซึ่งทำจากองุ่นอิตาลีที่มีชื่อเสียง

สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจก็คือคอลเลกชันที่สวยงามของภาพนิ่งในอดีตเพื่อบอกเล่าเรื่องราวการเดินทางก่อนที่บรั่นดีจะกลายเป็นสิ่งที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก

 

พิพิธภัณฑ์ Idaho Potato Museum เมือง Idaho ประเทศสหรัฐอเมริกา (พิพิธภัณฑ์มันฝรั่ง)

ที่นี่เป็นพิพิธภัณฑ์มันฝรั่งที่ใหญ่ที่สุดในโลก พวกเขาเก็บรวบรวมเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บเกี่ยวและอุตสาหกรรมมันฝรั่งตั้งแต่ช่วงทศวรรษที่ 1900 พร้อมทั้งยังมีคาเฟ่ที่มีมันฝรั่งช็อกโกแลตแสนอร่อยให้ลิ้มลอง

 

พิพิธภัณฑ์ The Spam Museum เมือง Austin รัฐมินิสโซต้า ประเทศสหรัฐอเมริกา (พิพิธภัณฑ์อาหารจำพวกเนื้อกระป๋อง)

สแปมอาจไม่ใช่อาหารที่คุณคุ้นเคย มันคือสิ่งที่คล้ายกับพวกเนื้อสัตว์กระป๋องซึ่งเป็นที่นิยมมากในต่างประเทศ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ที่จัดแสดงความเป็นมาและความสำคัญของสแปมตั้งแต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และเส้นทางของสแปมก่อนที่มันจะมีขายมากถึง 15 ชนิดทั่วโลก

 

หากมีโอกาสได้ไปเยือนยังดินแดนเหล่านี้ และเบื่อจะเที่ยวชมสถาปัตยกรรมเดิมๆ ที่ใครๆ ต่างก็ไปกัน ลองเลือกที่หมายเป็นพิพิธภัณฑ์ที่จะทำให้คุณทั้งมีความสุขและได้รับความรู้เหล่านี้ดูสิ

 

ที่มา: rd.com

ร่วมแสดงความคิดเห็นกันจ้า...

SHARE

ทุนการศึกษาอื่นๆที่น่าสนใจ