รวบรวม 20 ปราสาทสุดงามที่มีอยู่จริงบนโลกมนุษย์ ที่สวยราวกับหลุดจากโลกเทพนิยาย

ถ้าคุณเคยเห็นสถาปัตยกรรมของยุคกลาง ไม่ว่าที่ไหนก็แล้วแต่ คุณจะต้องรู้สึกว่าเหล่าสถาปนิกในยุคนั้นล้วนแล้วแต่อัจฉริยะ!!

พวกเขาสร้างปราสาทที่ผสมผสานระหว่างความโอ่อ่า เรียบหรู และรูปแบบที่สวยงามชวนตะลึง แม้ว่าบางส่วนจะเสียหายไปตามกาลเวลาและเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ แต่ก็ยังหลงเหลือปราสาทที่มีความงามชวนให้รู้สึกว่าคุณกำลังก้าวไปสู่ปราสาทที่เจ้าหญิงกำลังรอคอยอัศวินในโลกแห่งเทพนิยาย

และนี่คือ 20 ปราสาทที่เป็นมรดกทางศิลปะจากยุคเก่าก่อน ที่ซึ่งเพียงจ้อมองคุณก็รู้สึกเหมือนตัวเองได้กลายเป็นเจ้าหญิงแล้ว

 

ปราสาท Reichsburg Cochem ประเทศเยอรมนี

ปราสาทแห่งนี้มีอายุนับพันปี สร้างขึ้นเพื่อเป็นที่พำนักของกษัตริย์เยอรมัน Konrad ที่สาม มันถูกเผาไหม้โดยชาวฝรั่งเศสในปี 1689 และก่อนที่จะหายไปกับกาลเวลา นักธุรกิจชาวเยอรมันก็ได้ซื้อเอาไว้และบูรณะขึ้นใหม่ในปี 1868

 

ปราสาท Mont Saint-Michel ประเทศฝรั่งเศส

ป้อมปราการอันเงียบสงบของ Mont Saint-Michel ถูกล้อมรอบไปด้วยทะเล ที่นี่เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในฝรั่งเศสนอกเหนือจากกรุงปารีส

ปราสาทถูกสร้างขึ้นในปี 709 และยังคงสภาพสมบูรณ์สวยงามเหมือนครั้งแรกที่ถูกสร้างขึ้น

 

ปราสาท Hochosterwitz ประเทศออสเตรีย

ปราสาท แห่งนี้ สร้างขึ้นในศตวรรษที่สิบเก้า ตัวหอคอยสามารถมองทิวทัศน์ได้ทั้ง 360 องศา ด้วยความสูง 160 เมตรเหนือพื้นโลก และวันไหนที่อากาศดี สามารถมองออกไปได้ไกลถึง 30 กิโลเมตรเลยทีเดียว

 

ปราสาท Bled ประเทศสโลวีเนีย

ปราสาทแห่งนี้ตั้งอยู่บนยอดหน้าผาที่สูงถึง 100 เมตรซึ่งสามารถมองทะลุไปยังทะเลสาบเบลดได้ นอกจากนี้ ที่นี่ยังเคยเป็นถิ่นที่อยู่ของราชวงศ์เซอร์เบีย

 

ปราสาท Hohenzollern ประเทศเยอรมนี

ปราสาทแห่งนี้ตั้งอยู่บนยอดเขา Hohenzollern ที่สูงเหนือระดับน้ำทะเล 2,800 เมตร ในยุครุ่งเรืองมันเป็นถิ่นที่อยู่ของกษัตริย์ปรัสเซียน

 

ปราสาท Castillo de San Servando ประเทศสเปน

ปราสาทแห่งนี้อยู่ในจังหวัดโตเลโดของสเปน มันถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 15 โดยขุนนางท้องถิ่น และเป็นเวลา 100 ปีแล้วที่มันกลายเป็นบ้านของพลทหารซึ่งครอบครองปืนใหญ่ที่มีอานุภาพ

 

ปราสาท Neuschwanstein ประเทศเยอรมนี

ปราสาทอันแสนโรแมนติกนี้ถูกสร้างขึ้นตามคำสั่งของ กษัตริย์ Ludwig ที่สองในบาวาเรียช่วงกลางศตวรรษที่ 19 แม้ในเวลานั้นจะถือว่าเป็นเรื่องฟุ่มเฟือยก็ตาม

ความสวยงามที่แปลกตานี้ ทำให้คาดกันว่ามันอาจจะกลายมาเป็นต้นแบบให้ปราสาท Sleeping Beauty ที่ดิสนีย์แลนด์

 

ปราสาทใน Methoni ประเทศกรีซ

ปราสาทสไตล์เวนิสของ Methoni เป็นศูนย์กลางของการต่อสู้หลายครั้ง รวมถึงเป็นปราการสุดท้ายของชาวยุโรปในการต่อสู้กับพวกเติร์กตั้งแต่การก่อสร้างในศตวรรษที่ 14

 

ปราสาท Hohenschwangau ประเทศเยอรมนี

ป้อมปราการแห่งนี้สร้างขึ้นโดยครอบครัวอัศวินในพื้นที่ Schwangau ประเทศเยอรมนีช่วงศตวรรษที่ 12 เป็นที่พำนักอย่างเป็นทางการของผู้ปกครองจำนวนมาก ได้แก่ กษัตริย์ Ludwigที่สอง ผู้ซึ่งได้พบกับริชาร์ด วากเนอร์ นักแต่งเพลงชื่อดังระดับโลก

 

ปราสาท Château de Chillon ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

ป้อมยุคกลางนี้ชวนให้นึกถึงเรือรบ ด้วยประวัติอันยาวนานและรูปลักษณ์ที่ไม่ธรรมดานี้ ทำให้มันกลายเป็นแรงบันดาลใจสำหรับนักเขียนชื่อดังหลายคน ในศตวรรษที่ 16 มันถูกใช้เป็นที่คุมขังนักโทษโดยจอร์จ ไบรอนในบทกวีชื่อ ‘The Prisoner of Chillon’

 

ปราสาท Eilean Donan ประเทศสกอตแลนด์

ปราสาทแห่งนี้ตั้งอยู่บนเกาะหินใน Loch Duich เป็นสถานที่โรแมนติกที่สุดแห่งหนึ่งในสกอตแลนด์ นอกจากนี้ยังมีชื่อเสียงในด้านน้ำผึ้งที่ทำจากดอกหญ้าและมีตำนานมากมาย ภาพยนตร์หลายเรื่องถ่ายทำที่นี่และยังเปิดให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าชมได้ด้วย

 

ปราสาท Bodiam ประเทศอังกฤษ

ปราสาทนี้ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 14 โดยที่เจ้าของของปราสาทแห่งนี้ แทบทุกคนชื่นชอบทำสงคราม ทำให้เมื่อถูกซื้อโดยลอร์ดเคอร์ซันในปี 1917 สิ่งที่เหลืออยู่ก็คือซากปรักหักพัง โชคดีที่ได้รับการบูรณะและตอนนี้ก็กลับมาสวยงามตามเดิม

 

ป้อม Guaita, ซานมารีโน

ปราสาทแห่งนี้สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 11 บนยอดเขา Monte Titano ที่ผ่านไม่ได้ใกล้กับปราสาทอื่น ๆ อีก 2 แห่งปกป้องรัฐซานมาริโนโบราณ

 

The Swallow’s Nest, แหลมไครเมีย

เดิมที ที่นี่เป็นเพียงแค่บ้านไม้ธรรมดา แต่ตอนนี้ The Swallow’s Nest ได้ถูกแปลงโฉมโดยเศรษฐีน้ำมัน ชาวเยอรมันชื่อ Baron von Steingel ผู้ซึ่งชื่นชอบการหยุดพักผ่อนในแหลมไครเมีย เขาตัดสินใจที่จะสร้างปราสาทโรแมนติกริมฝั่งแม่น้ำไรน์ในยุคกลาง

 

ปราสาท Stalker ประเทศสกอตแลนด์

ปราสาทแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในปี 1320 และเป็นของตระกูล MacDougall Clan นับแต่นั้นมันได้อาศัยอยู่ท่ามกลางสงครามและการปะทะกันซึ่งได้ทิ้งร่องรอยเอาไว้บนตัวปราสาท

ในปี 1965 นายพันเอกดี. อาร์. สจ๊วตได้ซื้อปราสาทหลังนี้พร้อมกับการบูรณะใหม่ด้วยความช่วยเหลือจากครอบครัวและเพื่อนฝูง

 

ปราสาท Bran ประเทศโรมาเนีย

ปราสาท Bran นับว่าเป็นอัญมณีแห่งทรานซิลวาเนีย สถานที่ลึกลับนี้ได้ให้กำเนิดตำนานแดร๊กคูล่าผู้ซึ่งอาจจะอาศัยอยู่ที่นี่ตลอดช่วงชีวิตของเขา

 

ปราสาท Vyborg ประเทศรัสเซีย

ปราสาท Vyborg สร้างโดยชาวสวีเดนในปี 1293 ช่วงของสงครามครูเสดจนถึง Karelia มันยังเป็นของชาวสแกนดิเนเวีย

จนกระทั่งปี 1710 เมื่อกองทัพของกษัตริย์ปีเตอร์ที่หนึ่งแห่งรัสเซียได้ขับไล่ชาวสวีเดนออกไป ตั้งแต่นั้นมาได้ ปราสาทแห่งนี้ก็ทำหน้าที่เป็นคลังสินค้าค่ายทหารและเรือนจำ ซึ่งในปัจจุบันได้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ไปแล้ว

 

ปราสาท The Rock of Cashel ประเทศไอร์แลนด์

หลายร้อยปีก่อนการรุกรานของนอร์แมน ที่นี่คือที่พำนักของกษัตริย์แห่งไอร์แลนด์ ในศตวรรษที่ 5 เซนต์แพรทริกใช้ที่นี่เป็นที่อาศัยและสอนศาสนา

กำแพงของปราสาทคือพยานในเหตุการณ์การปราบปรามในสงครามกลางเมืองอังกฤษของทหาร Oliver Cromwell ซึ่งได้กลายเป็นสัญลักษณ์ความโหดร้ายของทหารอังกฤษในสมัยนั้นและความกล้าหาญของชาวไอริช

 

ปราสาท Kilchurn ประเทศสกอตแลนด์

ซากปรักหักพังที่ทั้งสวยงามและน่าขนลุกไปพร้อๆกันนี้ ตั้งอยู่บนฝั่งของ Lock Awe ซึ่งแตกต่างจากปราสาทอื่นๆ ที่มีอีกมากมายในสกอตแลนด์ ในปี 1769 ปราสาทแห่งนี้ได้ถูกฟ้าผ่าและถูกทิ้งให้อยู่อย่างสงบนับแต่นั้นมา

 

ปราสาท Lichtenstein ประเทศเยอรมนี

สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 12 ปราสาทแห่งนี้ถูกทำลายหลายครั้ง ได้รับการบูรณะอย่างสมบูรณ์ในปี 1884 และในศตวรรษที่ 20 ได้ถูกใช้เป็นฉากในภาพยนตร์หลายเรื่อง

ที่มา : brightside.me

ร่วมแสดงความคิดเห็นกันจ้า...

SHARE

ทุนการศึกษาอื่นๆที่น่าสนใจ