ประวัติศาสตร์น่ารู้ : 20 ผู้มีชื่อเสียงที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ

นับตั้งแต่ปี 1901 รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพอันทรงเกียรติได้ถูกมอบให้กับบุคคลหรือองค์กรผู้สร้างสันติภาพผ่านการกระทำมาแล้วทั่วโลก

เคยสงสัยไหมว่าในปีที่คุณเกิดมีใครบ้างที่ได้รับรางวัลที่น่าภาคภูมิใจนี้? วันนี้เราจึงอยากจะชวนคุณมาอ่านเกร็ดประวัติศาสตร์สนุกๆ ด้วยการทำความรู้จักกับบุคคลที่ช่วยให้โลกของเราน่าอยู่ขึ้นจากหัวใจที่มีเมตตา

 

ปี 1901: Henry Dunant และ Frédéric Passy

Dunant ได้รับรางวัลนี้จากการก่อตั้งคณะกรรมการระหว่างประเทศของสภากาชาดในปี 1863 ส่วน Passy ได้รับรางวัลจากการก่อตั้งสมาคมสันติภาพแห่งแรกของฝรั่งเศส (SociétéFrançaise pour l’arbitrage entre countries) ในปี 1878

 

ปี 1902: Élie Ducommun และ Charles Albert Gobat

Ducommun ได้รับรางวัลนี้จากการทำงานที่สำนักงานสันติภาพระหว่างประเทศซึ่งเขาทำหน้าที่เป็นเลขาธิการกิตติมศักดิ์

Gobat ได้รับเลือกให้รับรางวัลโนเบล “สำหรับความพยายามของเขาในการนำผู้แทนจากประเทศต่างๆ มารวมตัวกันในการประชุม” นอกจากนี้เขายังรู้จัก Ducommun เป็นอย่างดี – เมื่อเขาจากไป Gobat เข้ารับตำแหน่งเลขาธิการสำนักงานสันติภาพระหว่างประเทศแทน

 

ปี 1903: William Randal Cremer

Cremer ได้รับฉายาว่า “Master of Arbitration” (เจ้าแห่งการไกล่เกลี่ยข้อพิพาท) ซึ่งทำให้เขาได้รับรางวัลผ่านการทำงานกับ International ในฐานะอนุญาโตตุลาการลีก เขาพยายามที่จะแก้ปัญหาความขัดแย้งผ่านการอภิปรายไม่ใช่สงคราม

 

ปี 1905: Bertha von Suttner

Von Suttner เป็นผู้หญิงคนแรกที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ผลงานของเธอคือการทำงานกับสมาคมสันติภาพออสเตรียซึ่งเธอก่อตั้งขึ้นในปี1891 เธอยังได้เขียนนวนิยายต่อต้านสงครามที่มีอิทธิพลมากที่สุดเรื่องหนึ่งคือ “Lay Down Your Arms” ในปี 1889

 

ปี 1906: Theodore Roosevelt

Roosevelt เป็นชาวอเมริกันคนแรกและรัฐบุรุษคนแรกที่ได้รับรางวัลนี้ จากผลงานการเจรจาสนธิสัญญาสันติภาพในสงครามรัสเซีย – ญี่ปุ่นระหว่างปี 1904 – 1905 รวมถึงการแก้ไขข้อพิพาทกับเม็กซิโกโดยใช้อนุญาโตตุลาการ

 

ปี 1907: Ernesto Teodoro Moneta และ Louis Renault

Moneta ก่อตั้งสมาคม Lombard เพื่อสันติภาพและอนุญาโตตุลาการในปี 1887 ซึ่งขยายความเชื่อในการปลดอาวุธ นอกจากนี้เขายังแก้ไขข้อตกลง Il Secolo ซึ่งเรียกร้องความสงบในพื้นที่

Renault เป็นศาสตราจารย์ด้านกฎหมายระหว่างประเทศ เขาเป็นบุคคลสำคัญในขบวนการอนุญาโตตุลาการ ทั้งยังเป็นที่ปรึกษาของรัฐบาลฝรั่งเศสในด้านนโยบายต่างประเทศและกฎหมายระหว่างประเทศ

 

ปี 1908: Klas Pontus Arnoldson และ Fredrik Bajer

Arnoldson ได้รับรางวัลโนเบลจากความพยายามที่จะไกล่เกลี่ยข้อพิพาทระหว่างนอร์เวย์และสวีเดน เขายังได้ก่อตั้งสันนิบาตสันติภาพและอนุญาโตตุลาการสวีเดน

Bajer ก่อตั้งกลุ่ม Interparliamentary ของเดนมาร์กในปี 1891 ทั้งยังเป็นผู้ที่พยายามผลักดันเรื่องสันติภาพตลอดชีวิตของเขา เขายังได้รับการยกย่องจากการวางรากฐานสำหรับสำนักงานสันติภาพสากล

 

ปี 1920: Léon Bourgeois

อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศและอดีตประธานรัฐสภาฝรั่งเศส Bourgeois เป็นบุคคลสำคัญในการพัฒนาสันนิบาตแห่งชาติ

 

ปี 1926: Aristide Briand และ Gustav Stresemann

Briand เป็นศาสตราจารย์และผู้ก่อตั้ง League for Human Rights ส่วน Stresmann เป็นอดีตนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีต่างประเทศ พวกเขาทั้งคู่ได้รับรางวัลจากผลงานใน Locarno Pact ซึ่งช่วยลดความตึงเครียดระหว่างฝรั่งเศสและเยอรมนีหลังสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง

 

ปี 1929: Frank B. Kellogg

รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ Kellogg ได้รับรางวัลจากการมีส่วนร่วมในการเริ่มต้นสนธิสัญญาเคลล็อกก์ – ไบรอันท์ในปี 1928 ซึ่งเป็นข้อตกลงระหว่างประเทศที่รัฐเป็นผู้ลงนามในสัญญาว่าจะไม่ใช้สงคราม

 

ปี 1952: Albert Schweitzer

นักเขียนและแพทย์ Schweitzer ได้รับรางวัลจากการก่อตั้ง Lambaréné โรงพยาบาลมิชชันนารีใน เมือง Gambon (ประเทศในภาคกลางของแอฟริกา) กับภรรยาของเขา

 

ปี 1958: Georges Pire

Pire เป็นนักบวชชาวโดมินิกันที่ได้รับรางวัลจากการทำงานกับผู้ลี้ภัยในยุโรป ตลอดทศวรรษที่ 1950 เขาตั้งหมู่บ้านเล็กๆ สำหรับผู้ลี้ภัยชาวยุโรปและก่อตั้งองค์กรในปี 1950 ที่ดำเนินโครงการพัฒนาในส่วนอื่นๆ ของโลก

 

ปี 1964: Martin Luther King, Jr.

King, Jr. ได้รับรางวัลนี้จากการทำงานมาทั้งชีวิตเพื่อสิทธิพลเมืองและความยุติธรรมทางสังคม รวมถึงการรณรงค์ต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติโดยสันติ หนึ่งปีหลังจากการปราศัย “”I Have A Dream” ของเขา ในปี 1963 ท่ามกลางผู้ประทวงกว่า 250,000 คนนอกอนุสรณ์สถานลินคอล์นในวอชิงตัน ดี.ซี. ประธานาธิบดีจอห์นสันได้อนุมัติผ่านร่างกฎหมายห้ามการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติทั้งหมด

 

ปี 1974: Seán MacBride และ Eisaku Sato

MacBride เป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้ง Amnesty International และยังดำรงตำแหน่งประธานสำนักงานสันติภาพระหว่างประเทศในปี 1974 รวมถึงเป็นผู้ช่วยเลขาธิการสหประชาชาติ

Sato กลายเป็นสัญลักษณ์ของ “ความตั้งใจของญี่ปุ่นเพื่อสันติภาพ” ในฐานะนายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่น Sato ได้ลงนามในสนธิสัญญาการไม่แพร่ขยายอาวุธ ปี 1970 คณะกรรมการโนเบลหวังว่าการมอบรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพให้แก่เขาจะช่วยสนับสนุนพวกเขาในการต่อต้านอาวุธนิวเคลียร์

 

ปี 1989: ดาไลลามะที่ 14 (Tenzin Gyatso)

Gyatso ได้รับรางวัลจากการต่อต้านอย่างสันติต่อการยึดครองทิเบตของจีนรวมถึงแผนการประนีประนอมที่ส่งผลต่อความรับผิดชอบในระดับสากล

 

ปี 1991: Aung San Suu Kyi

นักการเมืองและนักการทูตชาวพม่าที่ทำการต่อต้านอย่างสันติต่อกองกำลังทหารที่ปกครองประเทศบ้านเกิดของเธอเป็นเวลาเกือบ 20 ปีก่อนที่เธอจะได้รับรางวัลโนเบลสำหรับความพยายามในเรื่องนี้ ต่อมาเธอได้รับการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาของรัฐในตำแหน่งที่คล้ายคลึงกับของนายกรัฐมนตรี

 

ปี 1993: Nelson Mandela และ Frederik Willem de Klerk

ในปี 1990 ประธานาธิบดีแห่งแอฟริกาใต้ de Klerk ช่วยปลดปล่อย Nelson Mandela ออกจากคุกจากนั้นพวกเขาก็เจรจายุติการแบ่งแยกสีผิว วางรากฐานสำหรับประชาธิปไตยในแอฟริกาใต้ – ชายสองคนได้รับรางวัลในปี 1993 จากความร่วมมือทางประวัติศาสตร์

 

ปี 2000: Kim Dae-jung

ประธานาธิบดี Dae-jung แห่งเกาหลีใต้ได้พยายามเชื่อมความสัมพันธ์กับเกาหลีเหนือ ด้วยสิ่งที่เขาเรียกว่าเรียกว่า “นโยบายแสงแดด” ซึ่งยุติความตึงเครียดจนอาจไปถึงขั้นของสงครามระหว่างทั้งสองประเทศเป็นเวลาหลายทศวรรษ เขาได้รับรางวัลสำหรับการเผยแพร่คุณค่าของประชาธิปไตย

 

ปี 2009: Barack H. Obama

เพียง 8 เดือนในตำแหน่งประธานาธิบดี ในเวลานั้น Barack Obama ได้รับรางวัลโนเบลสำหรับการสนับสนุนและการเปลี่ยนแปลงที่มีผลต่อการเจรจาต่อรองระหว่างประชาชน รวมถึงการสนับสนุนให้โลกนี้ปลอดนิวเคลียร์

 

2018: Denis Mukwege และ Nadia Murad

Mukwege และ Murad ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพจากการทำงานเพื่อ “ยุติการใช้ความรุนแรงทางเพศเป็นอาวุธในสงครามและความขัดแย้งทางอาวุธ”

Dr. Mukwege เป็นศัลยแพทย์ทางนรีเวชจากคองโกซึ่งได้รับการอ้างถึงในอดีตว่าเป็น “เมืองหลวงแห่งการข่มขืนของโลก” Murad เป็นผู้หญิงชาว Yazidi ที่กลายเป็นกระบอกเสียงของผู้รอดชีวิตจากความรุนแรงทางเพศหลังจากถูกจับกุมในรัฐอิสลาม

 

เกร็ดความรู้เเละเรื่องราวของผู้คนในประวัติศาสตร์เหล่านี้ได้ทำให้เราเห็นถึงพลังอันยิ่งใหญ่ในหัวใจของคนที่ต้องการจะเปลี่ยนโลกใบนี้ให้ดีขึ้น แม้ว่าเส้นทางนั้นจะยากลำบากก็ตาม

 

ที่มา: insider

ร่วมแสดงความคิดเห็นกันจ้า...

ทุนการศึกษาอื่นๆที่น่าสนใจ