20 ภาพถ่ายแบบ “ผิดกฎหมาย” จากสถานที่ท่องเที่ยวทั่วโลก แต่วิวนั้นช่างงดงาม

Vadim Mahora และ Vitali Raskalovym ช่างภาพชาวรัสเชีย ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามหลังจากที่พวกเขาได้เผยแพร่ภาพที่ผิดกฏหมายของมหาพีระมิดแห่งกีซ่า

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทั้งสองได้ท้าทายมฤตยูความสูงอันน่าหวาดเสียวกับสถานที่ท่องเที่ยวอันโด่งดังจากเมืองต่างๆ รอบโลก และได้กลายมาเป็นไฮไลต์ในเว็บไซต์ On the Roofs ของพวกเขา

มาดูภาพถ่ายที่ผิดกฎหมาย ผลงานที่ทั้งสองสร้างขึ้นมาด้วยการท้าทายมฤตยูมาหลายต่อหลายครั้งกันเลย…

 

 

ช่างภาพชาวรัสเซียที่ได้รับความสนใจ จากการถ่ายภาพอย่างผิดกฏหมายของมหาพีระมิดแห่งกีซ่า

 

เพื่อให้ได้ภาพใบนี้มา ทั้งสองได้หลบซ่อนตัวอยู่ห่างจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเป็นเวลาสี่ชั่วโมงหลังจากที่นี่ปิดลง ก่อนที่จะปีนขึ้นไปบนพีระมิด ซึ่งพวกเขาบอกว่าถ้าถูกจับได้จะต้องถูกลงโทษจำคุก 1-3 ปี

 

อันที่จริง หลายต่อหลายปีมานี้ทั้งคู่เคยปีนขึ้นบนหลังคาในเมืองต่างๆ มาแล้ว เช่น เมืองโคโลญ ประเทศเยอรมนี จึงเป็นที่มาของภาพมุมสูงนี้

 

ทั้งสองปลีกหนีจากฝูงชนและมาถึงที่นี่ตอนเย็น จากนั้นก็แอบเข้าไปที่นั่งร้านของโบสถ์ และปีนขึ้นไปด้านบนโดยไม่มีอะไรรองรับนอกจากเสาเหล็ก

 

ความสูงแค่นั้นยังไม่พอ ช่างภาพหนุ่มทั้งสองยังปีนขึ้นไปที่ด้านบนสุดของหอคอยเซี่ยงไฮ้ ซึ่งเป็นตึกระฟ้าที่สูงที่สุดในประเทศจีน ประมาณ 650 เมตร ซึ่งทั้งสองเลือกที่จะปีนขึ้นไปบนรถเครนก่อสร้างแทนที่จะใช้ลิฟต์

20 ชั่วโมงหลังจากที่เสี่ยงอันตรายปีนขึ้นมาบนหอคอยในตอนกลางคืน และรอให้มีแสงสว่างเพื่อให้ได้มาซึ่งภาพตึก Jin Mao และ Shanghai World Financial Center ที่ห่อหุ้มด้วยปุยเมฆสวยงามราวกับภาพที่เกิดจากในฝัน

 

พวกเขายังปีนขึ้นไปบนป้ายโฆษณาเพื่อให้ได้ภาพของท่าเรือเซี่ยงไฮ้ และอาคารตึกระฟ้าในระแวกนั้น

 

พวกเขายังเคยบินขึ้นไปด้านบนของอาสนวิหารชื่อดังของ Antoni Gaudí ในบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน เพื่อจะได้วิวที่น่าทึ่งบันทึกอยู่ในภาพเมืองและสิ่งก่อสร้าง

 

พวกเขาปีนขึ้นไปและใช้นั่งร้านเพื่อให้ได้ความสูง 50 เมตรจากพื้นดิน ซึ่งสามารถบันทึกภาพสุดงดงามของมุมที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน

 

พวกเขาได้ภาพวิวมุมนี้ของหอคอยไปเฟลด้วยการปีนขึ้นไปบนหลังคาอาคารที่อยู่ใกล้ๆ ซึ่งมีนักท่องเที่ยวไม่กี่รายเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงมุมนี้ได้

 

การขึ้นไปบนยอดหอคอยไอเฟลใครก็ทำได้ จึงเพิ่มความระห่ำด้วยการหย่อนขาอย่างที่เห็น และสามารถเก็บภาพวิวของเมืองได้อย่างน่านับถือ

 

พวกเขาปีนไปที่หน้าตึกของมหาวิหารน็อทร์-ดามแห่งปารีส เพื่อให้ได้ภาพระยะใกล้ของรูปปั้น cathedra

 

ทั้งคู่ปีนขึ้นไปยังหน้าตึกของ St. Vitus Cathedral มหาวิหารที่ใหญ่ที่สุดในปราก สาธารณรัฐเซ็ก แต่ถูกตำรวจท้องถิ่นจับแต่ที่น่าตกใจคือพวกเขากลับได้รับการปล่อยตัวออกมา

 

สะพานอะกะชิไคเกียว ที่โอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น เป็นสะพานแขวนที่ยาวที่สุดในโลก และมีเสาที่สูงที่สุด 978 ฟุต ซึ่งทั้งคู่รอจนกระทั่งตอนกลางคืนมาถึงแล้วปีนขึ้นไปด้านบนด้วยตัวเอง และเดินอยู่บนสายเคเบิลเพื่อให้ได้ภาพนี้

 

มหาวิหารซาเคร-เกอร์ ถือเป็นอนุสาวรีย์ที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในกรุงปารีส มีดาดฟ้าสังเกตการณ์ที่สูงกว่า 400 เมตรทำให้สามารถมองเห็นทัศนียภาพอันงดงามของเมืองหลวงได้อย่าง 360 องศา

ทว่าแทนที่ทั้งสองจะให้วิธีเหมือนนักท่องเที่ยวทั่วไป แต่กลับเดินไปรอบๆ หลังคาของโบสถ์แทน

 

จากการปีนขึ้นไปบนหลังคาเหนือน่านน้ำ ทำให้ได้ภาพเมืองสต็อกโฮล์ม ซึ่งเป็นอาคารที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งของสวีเดน เป็นที่ตั้งของสภาเทศบาลเมือง

 

เพื่อให้ได้ภาพมุมนี้ของ Palace of Culture and Science อาคารที่ใหญ่ที่สุดในโปแลนด์ และเป็นที่ตั้งของโรงภาพยนตร์ สระน้ำ พิพิธภัณฑ์ ห้องสมุด โรงละคร และห้องโถงคอนเสิร์ตในกรุงวอร์ซอ ทั้งสองต้องเข้าไปที่อาคารใกล้เคียงที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง และซ่อนตัวจากยามในอู่ก่อสร้างบนหลังคา

 

พวกเขาปีนขึ้นไปที่ศูนย์การเงินนานาชาติผิงอัน ที่เซินเจิ้น ประเทศจีน ซึ่งเป็นหอคอยที่สูงเป็นอันดับสองของโลกรองจากที่ Burj Khalifa ของดูไบ

 

พวกเขาไปยังศูนย์อุตสาหกรรมและอุโมงค์ใต้ดิน อย่างเช่นระบบรถไฟใต้ดินในสตอกโฮล์ม

 

เพราะว่าต้องเสี่ยงอย่างมากเพื่อจะได้ภาพเหล่านี้มา จึงเป็นเหตุที่ช่างภาพชาวรัสเซียทั้งสองไม่แนะนำให้คนอื่นทำตาม

 

ที่มา thisisinsider.com

ร่วมแสดงความคิดเห็นกันจ้า...

SHARE

ทุนการศึกษาอื่นๆที่น่าสนใจ