21 เรื่องน่ารู้ของการเป็นนักศึกษาแพทย์ ที่ไม่ค่อยระบายให้ใครฟัง และบางอย่างก็ไม่คูลเท่าไหร่

ขึ้นชื่อว่าเรียนแพทย์แน่นอนว่าต้องเป็นหลักสูตรที่มีความน่าสนใจ ทว่าเรียนยาก ได้ความรู้ทั้งจากภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ซึ่งดูจะต่างจากคณะอื่นๆ อยู่ไม่น้อย

แต่ถึงแม้จะเราจะไม่มีโอกาส หรือไม่เคยใฝ่ฝันเข้าไปเรียนแพทยศาสตร์ ทางเราก็มีเรื่องน่ารู้ของชีวิตนักศึกษาแพทย์มาฝากกันค่ะ

 

 

1. นักศึกษาแพทย์ต้องจดจำคำใหม่ๆ มากมาย ที่อัดแน่นราวกับสมองกำลังจะระเบิด ทั้งยังต้องสะกดคำพวกนี้ “choledocholithiasis,” “xerostomia,” หรือ “epistaxis” ที่ยากเกินกว่าใครจะคาดคิด

 

2. การตรวจทางทวารหนักนั้นไม่ได้สนุกและเป็นเรื่องน่าพูดสักเท่าไหร่

 

3. นักศึกษาแพทย์มักจะยั่วแหย่ กวนประสาทกันเอง เพื่อให้มุกของตัวเองขึ้นไปอยู่ในระดับท็อปของชั้น

 

4. ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหน การราวด์วอร์ดก็ยังน่าเบื่ออยู่วันยันค่ำ การตรวจเช็กคนไข้ไม่น่าสนุกเอาซะเลย

 

5. การเรียนกายวิภาคสามารถทำให้หิวได้จริงๆ นะ !?! หิวจนบางทีกินไม่ลง…

 

6. กลุ่มอาการนักศึกษาแพทย์ (Medical Student Syndrome) เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้จริงบางทีอ่านตำราเกี่ยวกับโรคเหล่านั้นมากๆ พลันคิดว่าตัวเองมีอาการพวกนี้ครบสูตรเลย!!

 

7. ก็ไม่สามารถช่วยวินิจฉัยโรคของทุกคนที่อยู่รอบตัวเราได้หรอกนะ

 

8. ที่ปรึกษาส่วนใหญ่คิดว่าตัวเองเจ๋งและเก่งพอตัว

 

9. ซึ่งหมายความว่าพวกเขาปรามาสคิดว่ามีอำนาจเหนือคุณ

 

10. หรือบางทีก็ไม่ได้ใส่ใจว่าคุณมีตัวตนอยู่

 

11. แต่ถึงกระนั้นก็ยังยอมทำตามคำสั่งของเบื้องบนอยู่ดี

 

12. เรามักจะตอบกลับด้วยอาการตื่นตกใจเล็กๆ เมื่อที่ปรึกษาดันถามเกี่ยวกับคำถามที่ไม่อาจตอบได้

 

13. และก็ซวยเราอีกถ้าตอบคำถามไม่ได้ ที่ปรึกษาคงคาดหวังสินะว่าเราจะอ่านหนังสือทั้งระหว่างทางมาโรงพยาบาล ตอนกลับถึงบ้าน ก่อนเข้านอน และในขณะที่หลับลึกก็ยังถอดจิตออกมาท่องตำรา

 

14. และเมื่อใดทีี่ทำได้ หรือคำตอบนั้นถูกต้อง ก็รู้สึกราวกับล่องลอยไปในห้วงนภา

 

15. เป็นผู้ที่ต้องพร้อมให้บริการในทุกครั้งที่เรียกหา รวมถึงตอนกลางคืนก็ไม่ปราณี และเมื่อเปิดซองดูค่าตอบแทนที่ได้มาก็รู้สึกช่างไม่ยุติธรรมเอาซะเลย

 

16. การสอบทำให้เราทุกคนแทบหลอมละลายกลายเป็นลาวา ทั้งประเภทของโรคเยอะเกินไป จำนวนกระดูกก็มากส่วน แถมตัวยาก็มหาศาลจนจำไม่หมด

 

17. ต้องมีอารมณ์ขันเข้าไว้เกี่ยวกับตัวผู้ป่วยแม้จะหนักหนาก็ตามที อย่างน้อยก็ไม่ต้องร้องไห้

 

18. แล้วก็กลายเป็นคนพิเศษสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างและทุกคนไปโดยปริยาย

 

19. บางทีก็น้อยเนื้อต่ำใจอยู่บ้าง ในขณะที่เพื่อนร่วมรุ่นแต่ไม่ได้เรียนแพทย์ ต่างสำเร็จการศึกษา แต่งงาน และมีลูกเต็มบ้าน ในขณะที่ตัวเองนั่งอยู่จับเจ่าอยู่กับตำราแต่เหมือนว่าทุกคนก้าวรุดหน้าไปไกลโขแล้ว

 

20. จนบางครั้งก็รู้สึกอยากดรอปเรียนและไปเป็นเภสัชดีกว่า

 

21. เมื่อมีใครต่อใครถามว่าทำไมถึงเลือกเรียนแทพย์ เราก็จำคำตอบนั้นไม่ได้แล้ว…อืมม?? ก็ไม่รู้สินะ ดูในทีวีแล้วมันเป็นอาชีพที่เท่ห์ดีมั้ง

อ้อ!! เพราะว่าเราอยากช่วยชีวิตเพื่อนมนุษย์น่ะ :)

 

 

ที่มา buzzfeed

ร่วมแสดงความคิดเห็นกันจ้า...

ทุนการศึกษาอื่นๆที่น่าสนใจ