5 ห้องสมุดสุดเจ๋งจากทั่วโลก แหล่งรวมพลังขุมทรัพย์ทางความคิด

ห้องสมุดถือเป็นศูนย์กลางของมหาวิทยาลัยทุกหนทุกแห่ง ตัวอาคารที่โดดเด่นเหล่านี้สามารถบอกเล่าประสบการณ์ของนักศึกษาจากรุ่นสู่รุ่น และเมื่อเวลาผ่านเลยไปห้องสมุดเหล่านี้ก็เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย โดยไม่ได้มีเพียงตำราหนาเตอะอย่างเดียว แต่ยังมาพร้อมกับสื่อดิจิทัล และเทคโนโลยีที่จัดสรรมาเพื่อให้ผู้เรียนสามารถก้าวตามกระแสโลกได้อย่างทันการณ์

เช่นเดียวกับห้องสมุดในมหาวิทยาลัยเหล่านี้ที่เป็นแหล่งรวมพลังขุมทรัพย์ทางความคิดได้อย่างน่าทึ่ง

 

1. ห้องสมุดของ Musashino Art University ประเทศญี่ปุ่น

ห้องสมุดแห่งนี้รวบรวมหนังสือไว้ประมาณ 310,000 เล่ม วารสารทางวิชาการ และบทความพิเศษอีก 5,000 เล่ม

นอกจากนี้ ยังมีวารสารเฉพาะด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวกับศิลปะและการออกแบบอีกเพียบ นับได้ว่าเป็นที่ตั้งของห้องสมุดที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในบรรดาห้องสมุดของญี่ปุ่น ในสาขาที่เกี่ยวกับศิลปะและการออกแบบ

.

.

 

2. Beinecke Rare Book & Manuscript Library

เป็นส่วนหนึ่งของห้องสมุดมหาวิทยาลัยเยล Beinecke Rare Book & Manuscript Library ถือเป็นหนึ่งในอาคารที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่เป็นแหล่งรวมตัวของหนังสือหายากและเอกสารต้นฉบับ หอกลางของห้องสมุดเป็นพื้นที่ของหนังสือกว่า 180,000 เล่ม ในขณะที่ห้องหนังสือใต้ดินมีหนังสือมากกว่าล้านเล่ม

.

 

3. Thomas Fisher Rare Book Library

ห้องสมุดนี้เป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยโทรอนโต ในประเทศแคนาดา เป็นแหล่งของหนังสือหายาก ของสะสม รวมทั้งหนังสือต้นฉบับ และหนังสือที่ยอดเยี่ยมอีกมากมาย ซึ่งนับตั้งแต่ก่อตั้งขึ้นในปี 1973 ห้องสมุดแห่งนี้มีหนังสือประมาณ 740,000 เล่ม

.

 

4. Tama Art University Library

ห้องสมุดมหาวิทยาลัยในฮาจิโอจิ ประเทศญี่ปุ่น ได้รับการออกแบบโดย Ito Toyo ซึ่งเป็นหนึ่งในสถาปนิกชั้นนำของประเทศ นอกจากโดดเด่นด้านสถาปัตยกรรมแล้ว ยังเป็นที่ตั้งของหนังสือภาษาญี่ปุ่นประมาณ 77,000 เล่ม หนังสือต่างประเทศ 47,000 เล่ม และวารสารอีกกว่า 1,500 เล่ม ครอบคลุมสาขาวิชาเฉพาะ เช่น ศิลปะ การออกแบบและสถาปัตยกรรม รวมทั้งหนังสืออ้างอิงที่จำเป็นสำหรับการเรียนในมหาวิทยาลัย ไปจนถึงสื่อการวิจัยเฉพาะทาง เป็นต้น

.

 

5. University of Coimbra General Library

ห้องสมุดมหาวิทยาลัยในกูอิงบรา ประเทศโปรตุเกส เป็นห้องสมุดมหาวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุด และเป็นห้องสมุดที่ร่ำรวยที่สุดในโลกของภาษาโปรตุเกสแบ่งออกเป็นสองอาคาร คือ The Baroque Library ซึ่งสร้างขึ้นในปี 1782 และอาคารหลักที่เปิดใช้เมื่อปี 1962

ห้องสมุดแห่งนี้เป็นแหล่งรวมตัวของขุมทรัพย์มากมายไม่ว่าเป็นต้นฉบับ แผนที่ วารสาร และหนังสือ รวมทั้งหนังสือที่มีคุณค่า นอกจากนี้ยังติดอันดับเป็นหนึ่งในห้องสมุดที่สวยที่สุดในโลกด้วย

.

 

เรียกได้ว่าห้องสมุดเหล่านี้เป็นเหมือนสวรรค์บนดินของหนอนหนังสือผู้รักการอ่าน และนักศึกษาที่ต้องการค้นหาข้อมูลเชิงลึกแบบเฉพาะทาง

 

ที่มา: studyinternational

ร่วมแสดงความคิดเห็นกันจ้า...

SHARE

ทุนการศึกษาอื่นๆที่น่าสนใจ