6 ความลับของระบบการศึกษาตะวันออก ที่สามารถช่วยให้เด็กที่มีพรสวรรค์ และฉลาดได้

ไม่เพียงแต่ระบบการศึกษาจาะฝั่งตะวันตกเท่านั้นที่ได้รับการยอมรับว่ามีประสิทธิภาพ เพราะในหลายประเทศแถบเอเชียเอง ทั้งจีน เกาหลีใต้ หรือญี่ปุ่น ก็ติดอันดับตัวท็อปเวลามีการจัดคะแนนการศึกษาของ PISA

โดยมาก นักเรียนจากแถบตะวันออกมักมีทักษะด้านคณิตศาสตร์ การอ่าน และวิทยาศาสตร์ที่โดดเด่น ที่แม้ส่วนหนึ่งจะมาจากพรสวรรค์ แต่ระบบการศึกษาที่เอื้อต่อการเรียนรู้เองก็มีส่วนที่ทำให้พวกเขาพัฒนาด้วยเช่นกัน

มาดูกันว่า อะไรคือเคล็ดลับในระบบการศึกษาที่ทำให้เด็กๆ ในกลุ่มประเทศเหล่านั้นสามารถพัฒนาไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็ว

 

พวกเขาไมได้คิดว่าการศึกษาคือสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต

ในช่วง 2 ปีแรก อารมณ์เป็นสิ่งสำคัญในการเรียนรู้ และหล่อหลอมเด็ก นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมพวกเขาจึงให้ความสำคัญกับการให้ความรัก และความห่วงใยกับเด็กๆ ซึ่งจะเห็นได้จากการที่พ่อแม่หาเวลาพาลูกออกไปทำกิจกรรมร่วมกัน

นอกจากนี้ ในช่วงวัยนี้ยังเป็นช่วงวัยจดจำ พ่อแม่จึงพยายามที่จะเป็นแบบอย่างที่ดีในเรื่องต่างๆ ให้กับลูกๆ

 

พวกเขาให้ความสำคัญกับประสบการณ์ส่วนบุคคล

แตกต่างจากระบบการศึกษาตะวันตก ในภาคตะวันออก พ่อแม่จะไม่ห้ามหากเด็กทำสิ่งที่อันตรายหรือไม่ดี ผู้ใหญ่เพียงแค่พยายามเปลี่ยนความสนใจไปเป็นอย่างอื่น

เด็กจะได้รับการสอนถึงอันตราย และให้เหตุผลว่าทำไม และบางครั้งก็ให้เด็กๆ ได้ลองเผชิญกับสถานการณ์ต่างๆ เพื่อให้พวกเขาได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง ดังนั้นในอนาคต เด็กเหล่านี้จะมีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้น และจัดการกับปัญหาต่างๆ ได้ดีขึ้น

 

สอนให้รู้ว่าสิ่งที่ตัวเองสนใจ ไม่ได้สำคัญที่สุดเสมอไป

ตัวอย่างเช่น พ่อแม่ของชาวตะวันตกจะพูดว่า “อย่าทำร้ายตัวเอง” แต่ในภาคตะวันออก พวกเขาจะพูดว่า “อย่าทำร้ายคนอื่น”

ก่อนอายุ 3 ขวบ เด็กๆ จะได้รับการสอนให้เคารพผู้อื่น รักสัตว์ เรียนรู้ที่จะสามารถมองหาความจริงเพื่อควบคุมตัวเอง และรักษาธรรมชาติ

พวกเขาจะได้รับการเลี้ยงดูเพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับคนอื่นๆ คำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวม ในประเทศญี่ปุ่น ผู้คนเชื่อว่าแนวทางนี้มีความสำคัญมากสำหรับการพัฒนาสังคม และรัฐบาลที่มีความสามัคคี นี่คือเหตุผลที่เด็กๆ ได้รับการสอนให้เป็นส่วนหนึ่งของทีม

 

เด็กอายุ 2 – 3 ปี จะเล่นกีฬาหลายประเภท และเข้าร่วมชั้นเรียนในบางกิจกรรม

หลังจากที่เด็กได้รับการสอนพื้นฐานของมารยาทที่ดีแล้ว เด็กๆ ช่วงวัย 2 – 3 ขวบมักมีเวลาว่าง จึงเป็นช่วงเวลาที่ดีที่จะได้ร่วมทำกิจกรรมต่างๆ ทั้งเรียนภาษาอังกฤษ, คณิตศาสตร์, การวาดภาพ, การแสดง และการร้องเพลง

ด้วยระบบนี้ เมื่อเด็กๆ อายุ 4 ปี ก็จะสามารถเล่นเครื่องดนตรีได้อย่างน้อยหนึ่งเครื่อง และรู้พื้นฐานทางด้านคณิตศาสตร์รวมถึงไวยากรณ์ และเมื่ออายุ 5 ขวบ เด็กๆ ก็พร้อมที่จะเข้าสู่การไปโรงเรียน

 

เด็กนักเรียนชั้นประถม สามารถเรียนรู้เรื่องต่างๆ ได้ด้วยตนเอง

ยกตัวอย่างเช่น ในญี่ปุ่นและเกาหลี เด็กวัย 6 ขวบสามารถไปโรงเรียนได้เอง โดยไม่ต้องมีผู้ปกครองไปส่ง

เมื่อเด็กๆ เริ่มเรียน พวกเขามักจะสามารถนับ เขียน และอ่านหนังสือง่ายๆ ได้ ในประเทศแถบเอเชีย ผู้คนเชื่อว่าการสอนเด็กให้นับตั้งแต่วัยเด็ก สามารถพัฒนาสมองส่วนหน้า และพัฒนาความสามารถในการสร้างสรรค์ของพวกเขา

 

พวกเขาจะตัดสินใจเลือกเส้นทางชีวิตเมื่อตัวพร้อม และมีเวลาให้ได้คิด

ในช่วงอายุ 12-16 ปี เด็กจะถือว่าเป็นผู้ใหญ่เมื่อครบกำหนด พวกเขาจะตัดสินใจในเรื่องต่างๆ และรับผิดชอบตัวเอง ซึ่งต่างจากในตะวันตก เพราะเด็กๆ ที่นี่ จะไม่รีบเลือกอาชีพถ้ายังไม่พร้อม

นอกจากนี้ เด็กๆ จะสามารถอยู่กับครอบครัวได้นานเท่านที่ต้อง แต่บ่อยครั้งที่เด็กอายุ 14 ปีรู้สึกว่า พวกเขาอยากจะย้ายออกไปจากบ้านเพื่อมีชีวิตที่สามารถดูแลตัวเองได้

 

กฎที่สำคัญที่สุดของระบบการศึกษาตะวันออก คือคำอธิบายเกี่ยวกับการตัดสินใจ ความรัก และการดูแลของผู้ปกครองมีความสำคัญต่อการพัฒนาเด็กที่แข็งแรง ความมีวินัย รวมถึงการเป็นอิสระช่วยให้พวกเขาบรรลุผลที่ดีในด้านการศึกษา และการทำงาน

 

ที่มา:  brightside

ร่วมแสดงความคิดเห็นกันจ้า...

SHARE

ทุนการศึกษาอื่นๆที่น่าสนใจ