กฎเด็ด 7 ข้อ ของการใช้ ‘เครื่องหมายวรรคตอน’ ในภาษาอังกฤษ

อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญของแกรมม่าร์หรือไวยากรณ์ในภาษาอังกฤษที่ขาดไม่ได้เลยคือการเข้าใจการใช้เครื่องหมายวรรคตอน หรือ ‘Punctuation’ ให้ถูกต้อง

วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับดีๆ อย่าง 7 กฎเด็ดที่ควรรู้เกี่ยวกับเครื่องหมายวรรคตอน เพื่อสามารถนำไปใช้ในการเขียนได้อย่างถูกต้องเป๊ะๆ !! จะมีอะไรบ้างนั้นก็เลื่อนลงไปดูกันเลย

 

 

#1 การใช้ตัวอักษรพิมพ์ใหญ่คือสิ่งสำคัญ

จงจำไว้เสมอว่าตัวอักษรพิมพ์ใหญ่จำเป็นต้องใช้เพื่อขึ้นต้นประโยคเสมอ รวมไปถึงชื่อคน, หัวข้อหนังสือ, นิตยสาร, ชื่อภาพยนตร์ หรือสถานที่ที่เฉพาะเจาะจงก็ต้องเริ่มต้นด้วยตัวใหญ่ในแต่ละคำเช่นกัน ดังนี้

Mary went to the library to read her favorite magazine, Writers’ Haven.

– Did you read the new Sherlock Holmes book?

– Let’s board a jet and fly to Italy.

 

 

#2 ทุกประโยคในภาษาอังกฤษต้องมีเครื่องหมายวรรคตอน

ถือเป็นกฎหลักในภาษาอังกฤษที่จำเป็นต้องมีเครื่องหมายวรรคตอนเพื่อแสดงถึงการจบประโยคทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องหมายจุด, อัศเจรีย์ หรือเครื่องหมายคำถาม ตัวอย่างเช่น

– Give me your money.

– I told you to run!

– Can you believe the nerve of that man?

 

 

#3 เครื่องหมายทวิภาคหรือ Colon (:) ใช้เพื่อแยกประโยค

เครื่องหมายนี้ : ถูกใช้เพื่อแยกประโยคยาวๆ ออกจากกัน โดยเฉพาะเมื่อมีสิ่งของ หรือโควทรวทอยู่ในประโยค รวมถึงใช้เพื่อแยกประโยคที่สองที่ขยายความประโยคแรก ตัวอย่างเช่น

– In my duffel bag, I have: t-shirts, blue jeans, hiking boots, and a bar of soap.

– According to Goodreads, Nora Roberts once said: “Magic exists. Who can doubt it, when there are rainbows and wildflowers, the music of the wind and the silence of the stars?”

– She saw everything she needed: a pocketful of sunshine.

 

 

#4 เครื่องหมายอัฒภาค หรือ Semicolon (;) ใช้เพื่อแยกไอเดีย

เครื่องหมาย semicolon มักจะถูกใช้อยู่ก่อนคำแนะนำ เช่นคำว่า “therefore” หรือ “however” ตามกฎทั่วไปมันจะใช้ในประโยคโครงสร้างที่สมบูรณ์ในตัว 2 ประโยค รวมถึงใช้เพื่อแยกรายการสิ่งของต่างๆ ในประโยคที่มีเครื่องหมาย comma (,) อยู่ด้วย เช่น

– I brought my duffel bag; however, I wish I also brought my backpack.

– This is crazy; I’m not going back.

– I’ve visited Santa Fe, NM; Denver, CO; Austin, TX; and New Orleans, LA.

 

 

#5 เครื่องหมายจุลภาค หรือ Comma (,) ใช้สำหรับการพัก

โดยทั่วไปแล้วเครื่องหมาย comma จะใช้เพื่อคั่นหรือเมื่อมีการพักในประโยค รวมถึงใช้เพื่อแยกคำนามซ้อน, แยกคำที่อยู่ในกลุ่มเดียวกัน, คั่นข้างหน้าหรือข้างหลังชื่อ, คั่นตามหลัง Yes หรือ No, คั่นเพื่อแยกข้อความในประโยคคำพูด, คั่นระหว่างปีที่ตามหลังเดือน, คั่นระหว่างถนนกับเมือง หรือคั่นระหว่างเมืองกับประเทศ ตัวอย่างเช่น

– I was scared to leave, despite the fact that I needed to, but I resolved to be brave.

– If you take all my money, then I will make you pay.

– For Christmas, she’d like a new pair of Nikes, a laptop, and a corkboard for all her college memories.

 

 

#6 เครื่องหมายวงเล็บ หรือ Parentheses () เพื่อเพิ่มข้อมูล

เครื่องหมายวงเล็บจะใช้เพื่อข้อมูลที่ไม่ได้สำคัญหรือจำเป็นในประเด็นหลักที่กำลังพูดถึงอยู่ มันจึงต้องอยู่ในวงเล็บเพื่อเป็นข้อมูลเสริมนั่นเอง ตัวอย่างการใช้ดังนี้

– I was scared to leave (despite the fact that I needed to) but I resolved to be brave.

– If you take all my money (whether you mean to or not), I will make you pay.

– For Christmas, she’d like a new pair of Nikes (which she really doesn’t need), a laptop (a MacBook, no less), and a corkboard (for all her college memories).

 

 

#7 เครื่องหมายอะพอสทรอฟี หรือ Apostrophes (‘) แสดงถึงตัวอักษรที่หายไปและแสดงความเป็นเจ้าของ

เครื่องหมายอะพอสทรอฟีใช้เพื่อแทนที่ตัวอักษรที่หายไป, แสดงความเป็นเจ้าของ รวมถึงใช้คู่กับ s เช่น ‘s เพื่อใช้กับคำนามที่เป็นเอกพจน์ ทั้งนี้สำหรับคำนามพหูพจน์จะใช้กับ ‘ เพียงตัวเดียว ดังนี้

– This is the writers’ haven; it’s also Melissa’s favorite place on Earth.

Don’t steal Melissa’s dream.

You’re a grand ol’ flag.

 

 

ทั้ง 7 ข้อนี้สามารถนำและจำไปใช้ได้เลยล่ะ แม้จะเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ และดูไม่สำคัญ แต่เชื่อเถอะว่าหากเข้าใจการใช้ ‘เครื่องหมายวรรคตอน’ ได้ถ่องแท้จะยิ่งเพิ่มทักษะการเขียนภาษาอังกฤษได้เป็นกอง :D

 

ที่มา: grammar

ร่วมแสดงความคิดเห็นกันจ้า...

ทุนการศึกษาอื่นๆที่น่าสนใจ