ปรัชญาฮินดูบอกไว้ 7 สิ่งนี้ที่ควรเก็บเป็นความลับ เพื่อสุขภาพจิตในระยะยาว

เมื่อประมาณ 2,000 ปีก่อน เซเนกานักปรัชญาชาวโรมันกล่าวว่า “หากต้องการให้ความลับของคุณอยู่รอดปลอดภัย ก็จงเก็บไว้กับตัวเอง” และต่อไปนี้คือ 7 สิ่งที่ตามหลักปรัญชาฮินดูบอกว่าควรเก็บเป็นความลับจะดีกว่า

 

 

1. อย่าเปิดเผยปัญหาครอบครัว

ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในครอบครัวก็ควรทิ้งให้อยู่ในครอบครัว แม้ว่าการได้พูดคุยแบ่งปันปัญหาภายในจะทำให้คุณรู้สึกโล่งใจ เหมือนได้ยกภูเขาออกจากอกก็ตาม แต่คนอื่นอาจไม่ได้มองปัญหาของคุณตามที่เป็นอยู่ และทำการตัดสินโดยไม่ทราบปัญหาในเชิงลึก

 

2. อย่าคุยโม้โอ้อวดเกี่ยวกับการทำบุญกุศล

การกระทำเช่นนี้คือคุณธรรมที่ดีเยี่ยม แน่นอนว่าโลกเราต้องการคนแบบคุณ แต่สิ่งที่คุณควรทำที่สุดคือมองว่าการกระทำนี้เป็นเสมือนสมบัติล้ำค่า และเก็บรักษาไว้กับตัวเอง

 

3. อย่าเล่าทุกอย่างที่ได้ยินมา

ในบางครั้งอาจได้ยินเรื่องราวที่ไม่พึงประสงค์ สิ่งที่ควรทำคือไม่นำปัญหาเหล่านั้นกลับบ้านไปด้วย การได้ยินข่าวร้ายและเรื่องเชิงลบ อาจส่งผลเสียต่อคุณซึ่งจะทำให้สิ้นเปลืองพลังงานเปล่าๆ

 

4. เก็บความเชื่อไว้กับตัวเอง

ความเชื่อเรื่องจิตวิญญาณเป็นสิ่งหนึ่งที่ต้องเก็บไว้กับตัวเอง เนื่องจากเชื่อกันว่าเป็นของล้ำค่า ซึ่งผู้คนมองเห็นโลกในแบบที่แตกต่างกัน ดังนั้นการเก็บความเห็นเรื่องนี้ไว้กับตัวเองถือเป็นการหลีกเลี่ยงคำถามเรี่องส่วนตัว หรือถูกสอบสวนลึกกว่าเดิม

 

5. โครงการต่างๆ ของตัวเองก็เก็บไว้กับตัว

จำไว้ว่าสิ่งที่คุณวางแผนที่จะทำในอนาคตมันเป็นเรื่องของคุณ และคนใกล้ชิดคุณเท่านั้น ซึ่งแผนการที่คุณวางไว้ในกาลข้างหน้าอาจถูกปั่นป่วนจากบุคคลที่หวังดีประสงค์ร้าย หรืออาจถูกวิพาษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานาจนทำให้คิดล้มเลิก

 

6. อย่าเผยเรื่องส่วนตัว

มีเรื่องเฉพาะเจาะจงที่ควรสงวนไว้กับตัวเราเอง เช่น ปัญหาเรื่องอาหาร หรือการนอนหลับ ซึ่งเป็นประเด็นที่ควรเก็บไว้ เนื่องจากไม่มีนัยสำคัญใดๆ ในการเปิดเผยให้รับรู้

 

7. การกระทำที่กล้าหาญให้เก็บไว้กับตัวเอง

ในกรณีที่คุณกระทำหรือมีทัศนคติที่กล้าหาญก็ไม่จำเป็นต้องเอ่ยเล่าเรื่องให้ทุกคนฟัง เพราะมีทั้งคนที่เห็นดีเห็นงามและยกย่องคุณ ในขณะที่ก็มีเปอร์เซ็นต์กับผลทางลบที่จะย้อนกลับมาเช่นกัน

 

การที่ต้องเก็บบางสิ่งไว้กับตัวเอง เพราะนั่นคือวิธีเดียวที่คุณจะสามารถรักษาสุขภาพจิตในระยะยาวได้ และไม่รู้เลยว่าคนที่เราไว้ใจจะจริงใจกับเราแค่ไหน

ที่มา www.gottadotherightthing.com

ร่วมแสดงความคิดเห็นกันจ้า...

SHARE

ทุนการศึกษาอื่นๆที่น่าสนใจ