ใกล้สอบแล้วแต่สมองยังว่างมาก! มาดู 7 เทคนิคติวหนังสือยังไงไม่ให้ติด F

การติวหนังสือหรือเรียนพิเศษ เป็นเรื่องที่คนทุกวัยไม่อาจมองข้ามได้ เพราะทุกครั้งหลังจากเลิกเรียนก็ต้องมีการทบทวนในสิ่งที่เรียนมาเพื่อเสริมความเข้าใจให้มากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะช่วงใกล้สอบที่ต้องมีการเตรียมตัวอย่างมาก

และสิ่งสำคัญสำหรับการติวในแต่ละครั้งนั้น ก็ต้องรู้จักการใช้เทคนิคเพื่อช่วยให้การติวมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ดังเช่นเทคนิคต่อไปนี้

 

การติวหนังสือให้มีประสิทธิภาพ

 

1. อย่าเครียดจนเกินไป

การอ่านหนังสือถือเป็นเรื่องดี แต่ควรอ่านแบบพอดี ไม่หักโหมจนเกินไป ไม่ควรเครียด เพราะถ้ายิ่งเครียดการอ่านหนังสือจะยิ่งทำให้ไม่เข้าใจในเนื้อหามากขึ้น ต้องมีเวลาพักผ่อนทั้งสายตาและร่างกายบ้าง อย่างน้อย 20 นาที

ที่สำคัญควรดื่มน้ำให้มาก ทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนให้เพียงพอ หากิจกรรมที่ผ่อนคลายทำบ้าง เช่น การดูหนัง ฟังเพลง นั่งสมาธิ ออกกำลังกายบ้าง เพื่อให้ร่างกายกระปรี้กระเปร่าและมีสมาธิมากขึ้น

 

2. มีการจดบันทึก

เพราะการจดบันทึกจะช่วยให้จำได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการจดโน๊ตในห้องเรียน หรือการจดเพิ่มเติมเมื่อติวนอกห้องเรียน เพราะต้องไล่อ่านข้อมูลต่างๆ ตามที่ได้จดมา

รวมไปถึงหนังสือเรียนหรือแบบฝึกหัดด้วย และที่สำคัญควรทำความเข้าใจกับสิ่งที่อ่านให้มากๆ เพราะจะทำให้เราจดจำได้ง่ายขึ้น

 

3. การใช้สีช่วยได้

มีงานวิจัยออกมามากมายว่าสีต่างๆมีผลต่อการจดจำมากถึง 70% ดังนั้น การไฮไลท์จุดสำคัญต่างๆ ด้วยสีลงบนกระดาษหรือหนังสือที่จดไว้ถือเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะสีต่างๆ เหล่านั้นจะช่วยให้จำและอ่านง่ายมากขึ้น เมื่อถึงเวลาต้องกลับมาทบทวน

 

4. หาความรู้เพิ่มจากที่อื่น

การหาความรู้เพิ่มเติมนอกเวลาเรียนหรือนอกเหนือจากการติวนั้น สามารถหาได้ทั้งจากอาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญ และรุ่นพี่ที่เคยเรียนมาก่อน จะช่วยเพิ่มความรู้ในมุมที่หลากหลาย ให้เราได้รู้จักคิดและรับฟังมากขึ้น

 

5. หลีกเลี่ยงการอ่านในเวลาสั้นๆ

การอ่านหนังสือในเวลาสั้นๆ หรือการเร่งอ่านนั้น ไม่ทำให้เราจำได้มากขึ้นเลย อย่างที่หลายคนชอบอ่านหนังสือก่อนสอบเพียง 1 วัน ซึ่งเวลาแค่นั้นคงไม่เพียงพอต่อการสอบหลายวิชา การเร่งอ่านในช่วงเวลาสั้นๆ ข้อมูลต่างๆ ที่กำลังพยายามจดจำอยู่นั้นจะอยู่ในความจำของคุณเพียงเวลาสั้นๆ เช่นกัน

 

6. เสริมจุดด้อย

เชื่อว่าหลายคนไม่ได้เก่งไปหมดทุกวิชา ต้องมีวิชาที่มีจุดด้อยอยู่บ้าง หากทราบจุดด้อยของตัวเองแล้วต้องหมั่นเพิ่มเติมความรู้จุดนั้นเข้าไปให้มากๆ พยายามอ่านจนเข้าใจ ไฮไลท์จุดสำคัญและหมั่นกลับมาทบทวน

 

7. สถานที่ที่เหมาะสม

การหาสถานที่ดีๆ เพื่ออ่านหนังสือ ถือเทคนิคที่ไม่ควรละเลย เพราะหากอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสมจะทำให้สมาธิหลุดลอยได้ โดยสถานที่นั้นจะต้องมีแสงสว่างที่เพียงพอ มีความเงียบสงบ หากบ้านเป็นตัวเลือกที่ไม่น่าสนใจ การออกไปอ่านหนังสือนอกบ้าน จะช่วยให้มีสมาธิจดจ่อและช่วยปรับปรุงความจำให้ดีขึ้นได้ อย่างเช่นลองออกไปอ่านหนังสือร้านกาแฟหรือ Co – Working space ใกล้บ้านก็ช่วยได้

อ้างอิงจาก: https://www.japaikin.com/true-coffee-siam-square-soi2/

 

True Space ที่ติวหนังสือแห่งใหม่

ปัจจุบันนี้ไม่ต้องออกไปตะเวนหาร้านกาแฟหรือห้องสมุดเพื่อหาที่ติวหนังสืออีกต่อไป เพราะตอนนี้มีสถานที่ติวหนังสือที่เหมาะกับเรามากๆ อย่างของ True Space ที่ไม่ได้มีแค่สถานที่ติวหนังสือกับเพื่อนๆ อย่างเดียว ยังมีการให้เช่าห้องประชุม มีที่นั่งทำงาน หรือใครที่กำลังจะทำธุรกิจเล็ก ก็มีออฟฟิศเล็กๆ ให้เช่าอีกด้วย

ทั้งนี้ เราสามารถเลือกใช้บริการได้ถึง 5 สาขา ได้แก่ สาขามมส., สยาม, สีลม, ม. หอการค้า รวมไปถึงห้างใหม่อย่าง icon siam

 

True Space สาขาหน้า ม.หอการค้าไทย

 

ติวหนังสือกับเพื่อนๆ ได้ – True Space สาขา Icon Siam

 

พื้นที่เพียงพอสำหรับการประชุม – True Space สาขา ม.หอการค้า

 

หา Inspiration ดีๆ ได้นอกห้องเรียน – True Space สาขา มมส.

 

หลายเหตุผลที่คนเลือกใช้ True Space นอกจากที่กล่าว มาแล้ว ทาง true Space ยังมีอุปกรณ์ที่ครบครัน มีอาหาร เครื่องดื่ม ที่หลากหลาย มีความปลอดภัยสูง เพราะมีล็อคเกอร์เก็บของไว้ให้บริการ ทั้งนี้ยังราคาไม่แพงอีกด้วย

ซึ่งใครที่กำลังมองหาที่นั่งทำงานนอกสถานที่บรรยากาศดีๆ มีอาหารและเครื่องดื่มอร่อยๆ ไว้ให้บริการ อุปกรณ์สำหรับทำงานครบครัน ทั้งปริ้นเตอร์, ไวท์บอร์ด, Wi-fi จะสอนพิเศษ ติวหนังสือ นั่งทำงาน นัดประชุมกับลูกค้า หรือ จัดสัมมนา ขอบอกเลยว่า ต้องแวะมาใช้บริการที่ True Space Co-Working Space ปัจจุบันเปิดให้บริการ 5 สาขา

Co Working Space ม.หอการค้า

Co Working Space เซ็นเตอร์พอยท์ ออฟ สยามสแควร์ ชั้น 4​

Co Working Space สยามสแควร์ ซอย 2

Co Working Space Icon Siam

Co Working Space มมส. มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

 

สนใจไปนั่งทำงาน สอนพิเศษ เช่าห้องประชุม จัดสัมมนา แวะไปดูข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.truespaceth.com

จากข้อมูลที่กล่าวมาข้างต้นนั้นจะเห็นได้ว่าการใช้เทคนิคต่างๆ สามารถช่วยให้เราจดจำได้ดีขึ้น และไม่ทำร้ายตัวเองอีกด้วย ทั้งนี้ การเรียนรู้ต่างๆ ก็ขึ้นอยู่กับความมุ่งมั่นของตัวเอง และสภาพแวดล้อมที่อยู่รอบตัวด้วย

อ้างอิงข้อมูลจาก: thaijobsgov.com และ dek-d.com

ร่วมแสดงความคิดเห็นกันจ้า...

ทุนการศึกษาอื่นๆที่น่าสนใจ