7 พฤติกรรมป้องกัน “อาหารแสบร้อนกลางอก” ลองเอาไปทำทุกวัน จะช่วยได้มาก…

อาการแสบร้อนกลางอก หรือ Heartburn เป็นอาการที่เกิดได้บ่อยจากภาวะกรดไหลย้อน (Gastroesophageal Reflux Disease: GERD)

ผู้ป่วยจะมีอาการคือแสบบริเวณตอนล่างของช่องอก มักมีอาการร่วมกับการรู้สึกเปรี้ยว ขม เจ็บในลำคอ และในช่องปาก ซึ่งอาการเหล่านี้เกิดภายหลังกินอาหารในปริมาณมากๆ หรือนอนราบหลังกินอาหารทันที

หากใครที่มีอาการเหล่านี้อยู่ เรามีวิธีดูแลตัวเองมาแนะนำทั้งหมด 7 วิธี ง่ายๆ ดังต่อไปนี้

 

 

1. นอนตะแคงซ้ายให้หัวสูงกว่าลำตัว

ต้องไม่กินอาหารก่อนนอน และต้องนอนในท่าที่ถูกต้องกล่าวคือ ควรนอนตะแคงซ้าย ให้หัวสูงกว่าลำตัวประมาณ 6 นิ้ว วิธีนี้จะช่วยให้กระเพาะอาหารขจัดกรดออกจากหลอดอาหารได้อย่างรวดเร็ว

 

2. ใส่ใจกับอาหารที่กินให้มากขึ้น

หลีกเลี่ยงการกินอาหารฟาสฟู้ด ผลไม้จำพวกส้ม กาแฟ เครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน มะเขือเทศ ช็อคโกแลต กระเทียม หัวหอม และอาหารที่มีรสเผ็ดจัด

 

3. ไม่รีบกินจนเกินไป ควรค่อยๆ เคี้ยวอาหารให้ละเอียด

ควรลดอาหารมื้อใหญ่ปรับเปลี่ยนเป็ยมื้อย่อยแทนเช่นอาหาร 3 มื้อใหญ่ ก็ปรับเป็น 5 มื้อย่อย รวมทั้งต้องเคี้ยวอาหารให้ละเอียด และไม่กินอาหารใกล้เคียงกับเวลานอน ควรเว้นระยะห่างเวลาก่อนนอนประมาณ 2 ชั่วโมง

ลองแบ่งมื้อหลัก 3 มื้อออกเป็น 5-6 มื้อย่อยแทน และเลี่ยงการรับประทานอาหารในเวลาใกล้เคียงกับเวลาเข้านอนอาจช่วยให้อาการดีขึ้น

 

4. ออกกำลังกาย และควบคุมให้ตนเองมีน้ำหนักตามเกณฑ์

คนที่มีอาการแสบร้อนกลางอกจากกรดไหลย้อนควรงดสูบบุหรี่ และหันมาออกกำลังกายให้มากขึ้น แต่อย่าออกกำลังกายหลังจากกินอาหารทันที  รวมทั้งคนที่มีน้ำหนักมากก็ควรออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนัก ซึ่งค่า BMI ที่เหมาะสมควรจะต่ำกว่า 25

 

5. กินอาหาร Super Food (อาหารที่มีแคลอรีต่ำ และมีสารอาหารสูง) ให้มากๆ

Super Food คืออาหารที่เชื่อว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพ ให้สารอาหาร phytochemicals ที่โดดเด่นมาก มีอยู่ในกลุ่มธัญพืชชนิดต่างๆ และผัก ผลไม้บางชนิด นอกจากนี้ยังรวมถึงอาหารกลุ่มที่มีคุณสมบัติในการต้านอนุมูลอิสระ

 

6. ไม่ควรสวมเสื้อผ้าคับแน่นจนเกินไป

การใส่เสื้อผ้าคับแน่นรัดตัวจนเกินไปจะไปกดทับช่วงท้องทำให้กรดเกิดไหลย้อนกลับ ดังนั้นจึงควรเลือกสวมเสื้อผ้าขนาดที่เหมาะสม

 

7. ทำกิจกรรมผ่อนคลายความเครียด

ความเครียดเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการแสบร้อนกลางอก ดังนั้นจึงควรทำกิจกรรมให้ร่างกายผ่อนคลายความเครียดเช่น เล่นโยคะ เรียนเต้น หรือนั่งสมาธิ เป็นต้น

 

ที่มา:  brightside

ร่วมแสดงความคิดเห็นกันจ้า...

ทุนการศึกษาอื่นๆที่น่าสนใจ