9 ทางเลือกบำบัดอาการ Jet lag จากการบินผ่านโซนเวลา เอาชนะให้อยู่หมัดได้ไม่ยาก

หนึ่งในปัญหาหลักของการเดินทางข้ามโซนเวลาคืออาการ Jet lag หรืออาการเมาเวลา นักประสาทวิทยา Tara Swart เผยว่า

“ร่างกายกำลังพยายามปรับตัวให้เข้ากับช่วงเวลามืดและสว่างภายในสมองของเรา อาการ jet lag ทำให้เกิดการหยุดชะงักภายในกลุ่มของเซลล์ประสาทที่ควบคุมความฝันของการปิดตาหลับอย่างรวดเร็ว

ยากที่จะปรับตัวให้เข้ากับวัฏจักรใหม่และกลายเป็นซิงค์กับเซลล์ประสาทอื่นๆ ในสมองที่เกี่ยวข้องกับการหลับลึก ส่วนอาการอื่นๆ ได้แก่ ความเมื่อยล้า การนอนไม่หลับ และคลื่นไส้”

ต่อไปนี้เป็นวิธีการจัดการกับอาการ Jet lag ลองมาศึกษาแล้วนำไปปรับใช้กันเลยค่ะ…

 

 

1. เมลโทนิน (Melatonin)

การใช้เมลโทนิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่หลั่งออกมาจากต่อมไพเนียล เป็นกลยุทธ์หนึ่งที่สามารถช่วยให้ร่างกายปรับตัวเข้ากับโซนเวลาใหม่ได้

นาฬิกาชีวิตของร่างกายเกี่ยวข้องโดยตรงกับการควบมุมของเมลาโทนิน ระดับเมลาโทนินเพิ่มขึ้นด้วยการเริ่มต้นของความมืดและการลดลงของแสง

ยาเม็ดเมลาโทนินสามารถหาจากร้านขายยาส่วนใหญ่ ซึ่งควรขอคำแนะนำจากแพทย์ก่อนเพื่อตัดสินใจว่าวิธีนี้เหมาะกับคุณหรือไม่

 

2. การอดอาหาร

อาหารมีความสำคัญเท่าๆ กับการปรับตัวของร่างกาย การอดอาหารสามารถช่วยให้นักเดินทางมีความพร้อมและกระตือรือร้น แต่หากใครที่กังวัลเรื่องอดอาหารจะส่งผลต่อร่างกายแนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อน

 

3. พื้นดิน

การเดินบนพื้นดินเป็นวิธีที่ฟังดูดีเลย เช่น การเดินเท้าเปล่าบนดินเพื่อผ่อนคลายไปกับธรรมชาติ

Dude กล่าวว่า “ประโยชน์ที่ค้นพบในงานวิจัยชิ้นนี้แสดงให้เห็นว่า พื้นดินสามารถช่วยรีเซ็ตนาฬิกาชีวภาพได้โดยการควบคุมจังหวะของร่างกายในชีวิตประจำวัน เช่น การหลั่งของคอร์ติซอล”

สิ่งที่คุณต้องทำคือถอดรองเท้าและเดินบนหญ้าหลังจากที่คุณมาถึงจุดหมายปลายทางแล้ว

 

4. วัตสุ (Watsu)

Watsu คือการบำบัดด้วยน้ำ โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากการนวดชิอัตสุ (Shiatsu) ของญี่ปุ่น มักใช้รักษาอาการซึมเศร้า อาการไฟโบรมัยอัลเจีย (Fibromyalgia) หรืออาการปวดกล้ามเนื้อ

โดย Fivelements Hong Kong ที่นี่เป็นการพักผ่อนเพื่อสุขภาพแบบบาหลีที่มีจัดไว้บริการ

 

5. Restricted Environmental Stimulation Therapy

การบำบัดด้วยการกระตุ้นด้วยสิ่งแวดล้อมในที่จำกัด (Restricted Environment Stimulation Therapy หรือ REST) ​​หรือที่รู้จักกันในชื่อว่าถังแยก หรือบำบัดด้วยการลอยอยู่ในน้ำ สามารถปรับเทียบนาฬิกาภายในของคุณใหม่ได้

 

6. ออนเซ็น (บ่อน้ำพุร้อน)

ประเพณีโบราณของแดนปลาดิบมีการใช้ออนเซ็นหรือบ่อน้ำพุร้อน มาตั้งแต่สมัยโบราณเพื่อเพิ่มคุณสมบัติในการรักษาและบำรุงผิวพรรณ

โรงแรม Marriott ที่เพิ่งเปิดใหม่ในญี่ปุ่นทั้ง 5 แห่ง ซึ่งแต่ละที่มีการผสมผสานออนเซ็นและห้องอาบน้ำไว้บริการ

 

7. IV infusions

สำหรับวิธีการนี้มีสงวนไว้สำหรับโรงพยาบาลและศูนย์การแพทย์เท่านั้น การฉีดยาเข้าไปในเส้นเลือกดำนอกเหนือจากการเพิ่มความชุ่มชื้น เพิ่มภูมิคุ้มกันและพลังงานแล้ว การฉีด IV ยังสามารถแก้ปัญหาอาการ jet lag ได้ด้วย

 

8. การรักษาด้วยเสียง

การบำบัดด้วยเสียงเป็นเหมือนกับการนวดหูในระดับเซลล์ การบำบัดด้วยเสียงมีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับความถี่ของพลังงานในร่างกายใหม่โดยการควบคุมพลังคลื่นความถี่วิทยุ

Dude กล่าว “ความถี่ในการสั่นสะเทือนที่ 528 ชั่วโมง แสดงให้เห็นถึงการรักษาดีเอ็นเอของร่างกาย ตลอดจนปรับปรุงอารมณ์การนอนหลับและสุขภาพโดยรวม”

 

9. อาบธรรมชาติ (Forest bathing)

คล้ายคลึงกับการสัมผัสพื้นดินในข้อด้านบน การอาบธรรมชาติเป็นวิธีการทำสมาธิแบบโบราณ เกิดขึ้นในปี 1980 ที่ญี่ปุ่นหรือรู้จักกันในชื่อ Shinrin-yoku

โดยมีการศึกษาชี้ให้เห็นว่าต้นไม้มีการปล่อยสารอินทรีย์ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน ลดความดันโลหิต ปรับปรุงการนอนหลับ

“การใช้เวลาไปกับธรรมชาติ ทำให้ผ่อนคลายจะช่วยให้ร่างกายได้รับการซ่อมแซมและฟื้นตัว” Dude กล่าว

 

ที่มา CNN

ร่วมแสดงความคิดเห็นกันจ้า...

SHARE

ทุนการศึกษาอื่นๆที่น่าสนใจ