ตัวเลขนักศึกษาต่างชาติในโครงการ OPT ลดลง อาจส่อถึงโอกาสงานในสหรัฐฯที่น้อยลงตาม

ศูนย์วิจัย Pew Research Center เผยถึงสถานะของบัณฑิตที่จบจากวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา

ตามผลการวิจัย ตัวเลขสถิติที่บันทึกได้ของบัณฑิตต่างชาติ ซึ่งเลือกที่จะอยู่ในสหรัฐฯ เพื่อทำงานในปี 2017 หลังจากเรียนจบ ผ่านโครงการฝึกอบรม OPT (Optional Practical Training) มีอัตราการเติบโตที่ช้าลงอย่างมาก

โครงการ OPT ช่วยให้นักศึกษาของ F-1 สามารถทำงานได้ชั่วคราวในสาขาวิชาสำคัญต่อการศึกษาสูงสุด 12 เดือน

ในปี 2017 จำนวนผู้สำเร็จการศึกษาจากต่างประเทศที่ได้รับใบอนุญาตทำงานภายใต้โครงการดังกล่าว เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 257,100 คนเป็น 276,500 คน

ภายใต้การบริหารของอดีตประธานาธิบดีโอบามา โปรแกรม OPT กลายเป็นที่นิยมแซงหน้าโครงการวีซ่า H-1B ซึ่งเป็นหลักสูตรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศของแรงงานต่างชาติที่มีทักษะสูง

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขล่าสุดอาจทำให้คุณเห็นภาพการชะลอตัวชัดขึ้น โดยเทียบจากอัตราของนักศึกษาที่อยู่ต่อเพื่อหางานทำจำนวนร้อยละ 34 ในปี 2016 เหลือเพียง ร้อยละ 8 ในปี 2017

ด้วยข้อเท็จจริงที่ว่า จำนวนผู้ที่ลงทะเบียนเรียนในหลักสูตรนี้ เติบโตขึ้นโดยประมาณร้อยละ 93 ระหว่างปี 2014 – 2016 อาจทำให้การชะลอตัวนี้ได้รับการแก้ไข

 

ผู้เชี่ยวชาญกล่าวถึงสาเหตุที่เป็นไปได้สองประการนี้ที่ทำให้เกิดสถานการณ์นี้

หนึ่งคือการเปลี่ยนแปลงกฎการเป็นพลเมืองและการตรวจคนเข้าเมืองของสหรัฐอเมริกา ส่งผลต่อผู้เข้าร่วมโครงการ OPT 

นอกจากนี้ การบริหารงานของรัฐบาลทรัมป์ ยังได้ประกาศเจตนารมณ์ที่จะหยุดการขยายตลาดงานในปี 2016 โดยจะอนุญาตให้ศิษย์เก่าระดับสูงของ STEM ในต่างประเทศ ทำงานในสหรัฐฯ ได้นานสูงสุดแค่ 3 ปี

การลดลงของนักศึกษาต่างชาติจากอินเดียและจีน (ซึ่งเป็นประเทศต้นที่ส่งนักศึกษาเข้ามาเรียนในอเมริกาใหญ่ที่สุดสองอันดับแรก) ในโครงการ OPT คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตัวเลขเกิดการเปลี่ยนแปลง (ในขณะเดียวกันฝรั่งเศส เนปาล และไนจีเรียมีการเติบโตเพิ่มขึ้น)

ในขณะที่การชะลอตัวมีความสอดคล้องกันในทุกระดับการศึกษา แนวโน้มดังกล่าวจะสามารถเห็นได้ชัดเจนกว่าในระดับปริญญาโท

 

ตัวเลขเหล่านี้บอกอะไร?

การเปลี่ยนแปลงนโยบายและเพิ่มเงื่อนไขที่เข้มงวด เป็นเหมือนการกั้นประตูที่ทำให้การเข้าถึงตลาดงานในสหรัฐทำได้ลำบากขึ้น นักศึกษาจากหลายประเทศที่เดินทางไปเรียนต่ออาจคาดหวังถึงโอกาสที่จะได้ทำงานหลังเรียนจบ

แต่จากสถานการณ์นี้ ไม่แน่ว่าในอนาคต อาจทำให้นักศึกษากลุ่มนี้ เบนความสนใจและหันไปลงทุนด้านการศึกษาในประเทศแถบยุโรปหรือจีนเเทน

 

ที่มา: masterstudies

ร่วมแสดงความคิดเห็นกันจ้า...

ทุนการศึกษาอื่นๆที่น่าสนใจ