ทุกสิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับ Prefixes & Suffixes และบททดสอบหลังเรียนฝึกความเข้าใจ!

Prefixes (คำนำหน้า) และ Suffixes (คำต่อท้าย) มีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับการปรับแต่งความหมายของคำ การเติม Prefixes หรือ Suffixes ที่แตกต่างกันก็ให้ความหมายใหม่ได้

แต่คำเหล่านี้มีหลักการใช้อะไรบ้างล่ะ? วันนี้เราจะบอกเกี่ยวกับทุกสิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับ Prefixes & Suffixes กัน ไปดูกันเลย :D

 

 

Prefixes ทั่วไปที่ถูกใช้บ่อย

Prefixes (คำนำหน้า) ส่วนใหญ่ที่ถูกใช้ทั่วไปในภาษาอังกฤษคือ dis-, in- และ un- ซึ่งมักจะสร้างความหมายติดลบให้กับคำนั้นๆ เช่น การใส่ un- เป็นคำนำหน้าของคำว่า kind กลายเป็น unkind จะทำให้ความหมายจาก ‘ใจดี’ เป็น ‘ใจร้าย’

ส่วน re- ก็เป็นคำนำหน้ายอดนิยมที่สร้างความหมายเกี่ยวกับการกระทำซ้ำ เช่น การเพิ่ม re- ในคำว่า build กลายเป็น rebuild หมายความว่า ‘สร้างอีกครั้ง’

คำนำหน้าอื่นๆ ก็สามารถระบุตำแหน่งได้ เช่น sub- อาจหมายถึงใต้หรือด้านล่าง พบได้ในคำทั่วไปเช่น subway หรือ submarine รวมถึงคำนำหน้า supra- หมายถึงด้านบน มักปรากฏในศัพท์ทางการแพทย์ เช่น supraclavicular nerves หมายถึงซึ่งอยู่ด้านบนของเส้นเลือดและกระดูก เป็นต้น

 

กฎการเพิ่ม Prefixes

1. ไม่ควรเปลี่ยนตัวสะกดของคำศัพท์ที่ต้องการใส่ prefixes เข้าไป เช่น disappear (dis+appear), unhappy (un+happy) และ undo (un+do) จะเห็นได้ว่าทุกคำที่ใส่คำนำหน้าเข้าไปต้องสะกดเหมือนเดิม และควรปฏิบัติตามกฎนี้ทุกครั้งแม้ตัวอักษะจะซ้ำกันก็ตาม เช่น misspell (mis+spell), irredeemable (ir+redeemable) และ cooperation (co+operation) เป็นต้น

2. ควรใส่ขีด (-) เมื่อต้องใช้ prefixes คู่กับคำนามเฉพาะ (proper noun) เช่น คำนำหน้าอย่าง self- คู่กับคำนามอย่าง self-esteem หรือคำนำหน้าอย่าง ex- เมื่อหมายถึงอดีตสามีอย่าง ex-husband

3. นอกจากนี้ขีด (-) ยังสามารถป้องกันการอ่านออกเสียงแบบผิดๆ หรือสร้างความสับสนกับคำอื่นๆ เช่น ควรใส่ขีด (-) กับคำว่า re-cover ซึ่งแปลว่า ‘ครอบคลุมอีกครั้ง’ เพื่อหลีกเลี่ยงความสับสนกับคำว่า recover ซึ่งแปลว่า ‘กู้คืน,​ ซ่อมแซม’ เป็นต้น

 

 

Suffixes ทั่วไปที่ถูกใช้บ่อย

Suffixes ทั่วไปที่ถูกใช้บ่อยๆ ในภาษาอังกฤษคือ -ed, -ing, -ly, -s และ -es รายละเอียดดังนี้

คำต่อท้ายอย่าง -ed มักจะเปลี่ยนคำกริยาให้เป็นรูปอดีต ดังเช่นในประโยค “Sandy shoveled the snow,” ที่ซึ่งคำต่อท้าย -ed สร้างรูปอดีตให้กับคำกริยาอย่าง shovel

ส่วน -ing นั้นแสดงให้เห็นว่าคำกริยาเกิดขึ้นในปัจจุบัน ดังเช่นในประโยค “Sandy is shoveling the snow.” ที่เติม -ing ข้างหลังคำกริยาอย่าง shovel

คำต่อท้าย -ly มักถูกเพิ่มลงในคำคุณศัพท์ (adjectives) เพื่อสร้างคำวิเศษณ์ (adverbs) ตัวอย่างคำวิเศษณ์ที่มีคำ prefixes ต่อท้ายเช่น joyfully, quickly, และ loudly

สุดท้ายคือคำต่อท้ายอย่าง -s หรือ -es ที่มักจะเปลี่ยนคำนามจากเอกพจน์ (singular) เป็นพหูพจน์ (plural) เช่น fox > foxes, lamp > lamps หรือ chair > chairs เป็นต้น

 

 

กฎการใช้ Suffixes

1. ไม่ว่าจะเป็น Prefixes หรือ Suffixes จำไว้ว่าคำศัพท์ที่ถูกใช้ด้วยนั้นมักจะสะกดไว้อย่างเดิมเสมอ แต่ทั้งนี้มีกฎบางประการสำหรับ Suffixes ที่ต้องจำไว้ให้ดี!

2. เมื่อต้องเติม Suffixes หากคำเดิมเป็นเพียงพยางค์เดียวและลงท้ายด้วยพยัญชนะตัวเดียว ให้เพิ่มตัวอักษรสุดท้ายเป็นสองเท่า เช่น tip เมื่อเติมคำลงท้ายจะกลายเป็น ‘tipping’ หรือ ‘tipped’ ส่วน run จะกลายเป็น ‘running’

3. ทั้งนี้ หากคำเดิมมีพยัญชนะสุดท้ายหลายตัว ก็ไม่จำเป็นต้องเพิ่มตัวอักษรสุดท้ายเป็นสองเท่า

 

 

แค่เพียงอ่านอย่างเดียวอาจไม่พัฒนาทักษะภาษาอังกฤษในเรื่อง Prefixes และ Suffixes ได้อย่างมีประสิทธิภาพ!! เราจึงมีแบบทดสอบมาให้ทบทวนความรู้ด้วย :D ฝึกทำข้อสอบท้ายบทเรียนเพื่อทำความเข้าใจในหัวข้ท้ายบทเรียนได้ ที่นี่ เลย ^^

 

ที่มา: dictionary & eltbase

ร่วมแสดงความคิดเห็นกันจ้า...

ทุนการศึกษาอื่นๆที่น่าสนใจ