ทำความรู้จัก Finite และ Non-Finite Verbs ที่จะช่วยให้เราอ่านบทความภาษาอังกฤษได้รู้เรื่องขึ้นเยอะ !!

Finite และ Non-Finite Verbs หรือ กริยาแท้ และกริยาไม่แท้ นั่นเองครับ เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆในส่วนของการทำ reading และ error มากๆแบบที่เราไม่เคยนึกมาก่อนเลยล่ะ มารีบทำความเข้าใจไปพร้อมๆกันเลยดีกว่าครับ

 

eng-0257-Copy

 

Finite and Non-finite verb

คำกริยาในภาษาอังกฤษถ้าแบ่งตามหน้าที่จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ

1. Finite verb (กริยาแท้)
2. Non-finite verb (กริยาไม่แท้)

 

 

1. Finite verb (กริยาแท้)คือ กริยาที่ทำหน้าที่แสดงอาการหรือการกระทำของประธานในประโยค ลองนึกภาพดูว่าในประโยคใดประโยคหนึ่งอาจจะมีคำที่มีรูปร่างหน้าตาเป็นคำกริยาปรากฎอยู่มากกว่า 1 คำ แต่จะมีกริยาเพียงตัวเดียวที่เป็นกริยาแท้ในประโยค เป็นกริยาของประธานในประโยค   กริยาที่เป็น finite verb จะสามารถผันรูปได้ตาม subject, Tense, mood และ voice เช่น

 

ผันตาม Tense

I am not playing game, but I am doing homework.
(ผันเป็น verb ที่เติม ing ตาม present continuous tense)

They have just finished their work.
(ผันเป็น verb ช่อง 3ตาม present perfect tense)

 

ผันตาม subject

She goes to work by car every day. (ประธานเอกพจน์)

Many people like going abroad.   (ประธานพหูพจน์)

 

ผันตาม voice

Sarah told me her secret.   (active voice)

I was told about this matter many times. (passive voice)

 

ผันตาม mood

I recommended that he see a doctor. (subjunctive mood)    **ไม่ใช่ he sees

 

 

daysinenglish-opt

 

 

2. Non-finite verb (กริยาไม่แท้) คือ กริยาที่จะไม่ผันตาม tense, subject, mood หรือ voice และจะทำหน้าที่อย่างอื่นในประโยค จะไม่ทำหน้าที่เป็นกริยา   กริยาไม่แท้ในภาษาอังกฤษจะมี 3 ประเภท คือ

 

2.1 gerund คือ กริยาที่เติม ing (Ving) ทำหน้าที่เป็นคำนามในประโยค  เช่น

Smoking isn’t allowed here.

I try to avoid meeting him.

 

2.2  to infinitive คือ กริยารูปธรรมดาที่ตามหลัง to ทำหน้าที่เป็นคำนามในประโยค เช่น

The best way to live happily in the society is to be open-minded.

To love is to risk.

 

2.3 participle คือกริยาที่เติม –ed หรือเป็นกริยาช่อง 3   ทำหน้าที่เป็นเหมือนคำคุณศัพท์คือขยายประธานในประโยค เช่น

Let a sleeping dog lie.
อย่าแกว่งเท้าหาเสี้ยน
(เป็นสำนวนสุภาษิต หมายถึง อย่าหาเรื่องใส่ตัว )

He’s driving a rented car.
เขากำลังขับรถคันที่เช่ามา

 

** ในประโยคหนึ่งอาจจะมีกริยาหลายตัว เราจะต้องแยกให้ได้ว่า กริยาใดเป็นกริยาแท้ในประโยคและกริยาใดเป็นกริยาไม่แท้ เพื่อที่เวลาแปลความหมายจะได้ไม่สับสน

She wants to know you.
ในประโยคนี้ กริยาแท้คือ คำว่า wants ซึ่งมีการผันตามประธานที่เป็นเอกพจน์ ส่วน to know เป็นกริยาไม่แท้ ที่เป็น to infinitive

 

online-english-sentence-correction

 

source: pasaangkit

ร่วมแสดงความคิดเห็นกันจ้า...

ทุนการศึกษาอื่นๆที่น่าสนใจ