5 ความแตกต่างในการสมัครเข้าเรียนสหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกา

การเรียนต่อต่างประเทศเป็นความฝันของใครหลายๆ คนโดยเฉพาะในประเทศสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร วันนี้เราจึงมีข้อแตกต่าในวิธีสมัครเรียนของสองประเทศนี้มาฝาก มาดูกันเลย

 

 

การยื่นสมัคร:

ในบางสถาบันทั้งสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร มีการเปิดโอกาสให้นักศึกษายื่นใบสมัครผ่านเว็บไซต์เดียวสำหรับหลายมหาวิทยาลัยพร้อมยื่นเอกสารต่างๆ เช่น จดหมายแนะนำ คะแนนสอบ หลักฐานการศึกษา ฯลฯ จากนั้นสถาบันจะเข้าไปพิจารณาสำหรับการตอบรับ

 

ข้อจำกัดการรับสมัครและเลือกสถาบัน:

ในสหราชอาณาจักร นักศึกษาสามารถสมัครได้สูงสุด 5 สถาบันเท่านั้น โดยมีข้อกำหนดเช่น คุณไม่สามารถสมัครได้ทั้งกับ Oxford และ Cambridge ยกเว้นโปรแกรมการแพทย์

ในขณะที่สหรัฐอเมริกาจะสมัครกี่สถาบันที่สนใจก็ได้ โดยจะมีค่าธรรมเนียมในการสมัครตามเงื่อนไขของสถาบัน

 

เกณฑ์การพิจารณา:

ในสหรัฐอเมริกาสิ่งสำคัญคือการสมัครเรียนคือคะแนนที่ดีและคะแนนการทดสอบระดับสูงรวมถึงกิจกรรมนอกหลักสูตรที่คุณเข้าร่วม แต่สำหรับการสมัครเข้าเรียนในสหราชอาณาจักรจะยึดผลการเรียนเป็นเกณฑ์หลักของมาตรฐาน

 

คะแนนที่ใช้ยื่นสอบ:

สหรัฐอเมริกาจะยึดคะแนน SAT หรือ ACT ซึ่ง SAT คือมาตรวัดการเขียนการอ่านและทักษะคณิตศาสตร์ ในขณะที่ ACT เป็นส่วนของวิทยาศาสตร์

ส่วนในสหราชอาณาจักรมีการสอบมากมายที่ใช้ในการสมัครเรียนเช่น Scottish Highers ซึ่งจำเป็นสำหรับการเข้าสู่สถาบันการศึกษาระดับสูงในสกอตแลนด์ไปจนถึง Cambridge Pre-Us

 

การเลือกหลักสูตร:

ในสหราชอาณาจักรนักเรียนเลือกหลักสูตรการเรียนก่อนที่จะสมัครเข้ามหาวิทยาลัย แต่ในสหรัฐอเมริกาคุณสามารถเลือกวิชาเอกของคุณได้เมื่อคุณไปถึงมหาวิทยาลัย

 

แม้จะมีภาษาที่เหมือนกัน แต่ก็มีความแตกต่างทางวัฒนธรรมมากมายระหว่างสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักร ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยที่การรับสมัครเรียนจะแตกต่างกัน

ใครสนใจสามารถศึกษาข้อมูลไว้เพื่อพิจารณาการเรียนต่อในอนาคตได้นะ :)

 

ที่มา: insider

ร่วมแสดงความคิดเห็นกันจ้า...

ทุนการศึกษาอื่นๆที่น่าสนใจ