Real Prisonbreak!! เรื่องจริง ของ “การแหกคุกระดับตำนาน” ที่ถูกสร้างเป็นภาพยนตร์

เพื่อนๆ หลายๆ คนคงเคยได้ยินเรื่องราว หรือเคยได้ดูภาพยนตร์เรื่อง Prison Break กันใช่มั้ยล่ะครับ ไม่ว่าจะเป็นความสนุก ความน่าสนใจของเนื้อหา หรือเข้าไปดูเพราะพระเอกหล่อก็ตาม ><

 

แต่เบื้องหลังการแหกคุกที่วางแผนมาอย่างดีนั้น มันมีอยู่จริงๆ ครับผม การแหกคุกครั้งประวัติศาสตร์ครั้งหนึ่งซึ่งเป็นเรื่องจริง จนนำมาสร้างเป็นเรื่องราวจากภาพยนต์ที่ชื่อว่า “The Rock” เรื่องนี้ได้ เกิดขึ้นที่เกาะแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ห่างจาก “ซานฟรานซิสโก” ประมาณ 2 กม. เท่านั้นล่ะ โดยเกาะนี้มีชื่อว่า “อัลคาทราช (Alcatraz)” ซึ่งเป็นสถานที่คุมนักโทษที่มีโทษร้ายแรงครับผม

 

แต่เมื่อปีค.ศ. 1962 นักโทษเด็ดขาดจำนวน 3 คนได้วางแผนแหกคุก ซึ่งมีมาตรการรักษาความปลอดภัยสูงสุดแห่งนี้ และที่ผ่านมาไม่เคยมีนักโทษรายใดสามารถแหกคุกได้สำเร็จเลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่ครั้งนี้นักโทษ 3 คนทำได้สำเร็จอย่างน่าอัศจรรย์เลยล่ะ!!

 

1

 

เริ่มจากพวกเขามองเห็นว่า ฝาครอบช่องระบายอากาศบนหลังคาคุกมีจุดอ่อน คือไม่ได้โบกคอนกรีตยึดไว้อย่างแข็งแรงมากนัก ดังนั้นถ้าหาวิธีออกจากห้องขังได้ แล้วปีนขึ้นไปตามช่องระบายอากาศก็จะสามารถกะเทาะฝาครอบออกและหลบหนีทางหลังคาคุกได้

 

นั่นคือจะต้องหาวิธีขุดผนังคุก เพื่อคลานออกไปและปีนขึ้นไปตามท่อระบายอากาศ แต่ปัญหาก็คือ จะทำได้อย่างไร ในเมื่อผู้คุมออกเดินตรวจห้องขังตลอดเวลา นอกจากนั้นในห้องขังก็ไม่มีอุปกรณ์ใดๆ ที่จะใช้ในการขุดได้เลย

 

นักโทษทั้งสามเริ่มสะสมอุปกรณ์เท่าที่พอจะหาได้ เช่นเมื่อได้รับคำสั่งให้ไปทำงานที่ห้องเครื่องก็แอบนำช้อนโลหะจากโรงอาหารไปกลึงให้แหลมคม จากนั้นทุกคืนก็แอบขุดฝาผนังด้านในห้องขังด้วยช้อนและเหรียญ รวมทั้งอุปกรณ์โลหะขนาดเล็กอื่นๆ เท่าที่พอจะหาได้

 

2

.

3

 

ขุดอย่างไรจึงจะรอดพ้นจากสายตาของผู้คุม จะเก็บเสียงขุดอย่างไรไม่ให้ผู้คุมได้ยิน และจะต้องใช้เวลากี่เดือนจึงจะได้ช่องที่มีขนาดกว้างพอที่จะลอดออกไปได้ ฯลฯ นี่คือความท้าทายอย่างยิ่ง แต่นักโทษทั้ง 3 คนก็มุ่งมั่นที่จะทำให้สำเร็จ

 

ด้วยแผนการอันแยบยลพวกเขาสร้างฉากกั้นฝาผนัง ด้านในของห้องขังเพื่อหลอกผู้คุมให้เห็นเสมือนเป็นฝาผนังจริงแล้วก็แอบขุดอยู่ด้านหลังฝาลวงตานั้น โดยขุดในเวลาใกล้ค่ำระหว่างชั่วโมงที่นักโทษได้รับอนุญาตให้เล่นดนตรีในห้องขัง เพื่อให้เสียงดนตรีกลบเสียงขุดฝาผนัง และขุดไปจนถึงสามทุ่มซึ่งเป็นเวลาดับไฟเข้านอน

 

เรื่องเหลือเชื่อต่อมาก็คือ พวกเขาได้ลักลอบนำสบู่และกระดาษชำระมาปั้นเป็นศีรษะและใบหน้าของตนเอง ขนาดเท่าจริงพร้อมทั้งทาสีเสมือนจริง และแอบเก็บเศษผมจากร้านตัดผมนักโทษ มาติดบนศีรษะหุ่นปั้น ให้เห็นทรงผมคล้ายจริงเพื่อใช้ในยามค่ำคืน ด้วยการนำผ้าห่มมาห่มจากส่วนคอลงไป หลอกตาผู้คุม ที่ออกตรวจภายใต้แสงสลัวว่านักโทษกำลังนอนหลับอยู่บนเตียง!! โห โคตรลงทุนอ่ะ -*-

 

4

.

5

 

ในที่สุด 8 เดือนผ่านไป นักโทษทั้ง 3 คนก็ขุดได้สำเร็จ คืนวันที่ 11 มิถุนายน 1962 พวกเขาได้นำศีรษะปลอมวางไว้บนเตียงนอนห่มผ้าหลอกไว้ จากนั้นนักโทษทั้ง 3 คน ก็ก้าวออกไปยืนบนหลังคาคุกได้สมประสงค์

 

พวกเขาหลบหนีออกจากเกาะเพื่อข้ามไป ซานฟรานซิสโก ด้วยการเตรียมเสื้อกันฝนกว่า 50 ตัว ที่ขอมาจากเพื่อนนักโทษ และนำมาต่อเป็นแพโดยใช้วิธีเป่าลมด้วยหีบเพลงอันเล็กๆ ที่ดึงปุ่มเสียงทิ้งไป แล้วก็หลบหนีทางทะเลเพื่อไปสู่อิสรภาพเบื้องหน้า ซึ่งอยู่ห่างไปเพียง 2 กิโลเมตร เท่านั้น!!

 

6

 

โดยเรือนจำแห่งนี้ในปัจจุบันก็กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวไปแล้วล่ะครับ ใครผ่านไปแถบนั้นก็ลองไปดูกันนะครับ น่าสนใจเลยทีเดียวล่ะ แล้วไว้เรามาชมสาระดีๆ และเรื่องที่น่าสนใจกับ ScholarShip.in.th ได้ทุกๆ วันเลยนะครับ

ที่มา: Postjung

ร่วมแสดงความคิดเห็นกันจ้า...

SHARE

ทุนการศึกษาอื่นๆที่น่าสนใจ