4 เรื่องน่ารู้ในร้านอาหาร ความต่างของวัฒนธรรมภาษาอังกฤษระหว่าง US vs. UK

การออกไปทานข้าวนอกบ้านในต่างประเทศก็เป็นอีกวิธีหนึ่งที่สามารถเรียนรู้ภาษา ประเพณี และวัฒนธรรมของประเทศนั้นๆ ได้ แต่เชื่อว่าหลายๆ คนก็อาจพบเจอกับประสบการณ์ที่ไม่สบายใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาษาอังกฤษที่มีความแตกต่างกันระหว่างแบบ UK และ US

เพราะภาษาอังกฤษทั้งแบบ US และ UK มีการใช้ภาษาบนโต๊ะอาหารที่แตกต่างกัน เพื่อป้องกันการประหม่า และเสริมสร้างความมั่นใจบนโต๊ะอาหาร วันนี้เราจึงจะแนะนำให้รู้จักกับความแตกต่างทั้ง 4 ประการที่ควรรู้ระหว่างภาษาอังกฤษทั้งสองสไตล์ ดังนี้

 

 

#1 การจ่ายเงิน

UK – ในสหราชอาณาจักรจะเรียกว่า ‘Bill’

US – ในสหรัฐอเมริกาจะเรียกว่า ‘Check’

แต่หากรวมเข้าด้วยกันเป็น ‘Check Bill’ ก็ยังสามารถเข้าใจได้ แต่มันก็ไม่ใช่วิธีการพูดที่ถูกต้องทั้งในภาษาอังกฤษแบบ UK และ US

 

 

#2 การให้ทิป

การให้ทิปคือการให้เงินนอกเหนือจากการเรียกเก็บเงินที่ต้องจ่าย ซึ่งธรรมเนียมในการให้ทิปในแต่ละประเทศก็ไม่แน่นอน ทั้งนี้การให้ทิปมีความสำคัญใน US มากกว่าใน UK

UK – โดยทั่วไปในสหราชอาณาจักร การให้ทิป 10% ของค่าบริการถือว่าเป็นจำนวนที่เหมาะสมสำหรับการบริการที่ดีและน่าประทับใจ ทั้งนี้หากไม่พอใจก็สามารถไม่ให้ทิปได้เช่นกัน

US – การให้ทิปในสหรัฐอเมริกาถือเป็นสิ่งจำเป็น เนื่องจากพนักงานเสิร์ฟมักจะได้รับค่าจ้างต่ำมาก ส่วนจำนวนในการให้ทิปนั้นเริ่มต้นตั้งแต่ 15 – 25% ของค่าบริการ

 

 

#3 ชื่อเรียกอาหารที่แตกต่างกัน (You say potato, I say potato)

อย่างที่ภาษาไทยมีสำนวนที่ว่า “เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม” ซึ่งสามารถนำมาปรับใช้ได้กับภาษาอังกฤษเช่นกัน เพราะทั้ง UK และ US ต่างก็มีอาหารบางอย่างที่มีคำศัพท์เรียกที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เช่น

– Courgettes (UK) & Zucchinis (US)

– Aubergines (UK) & Eggplant (US)

– Coriander (UK) & Cilantro (US)

 

 

นอกจากนี้บางคำอาจมีชื่อเรียกเหมือนกัน แต่อาหารที่ได้จะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เช่น

– Chips (UK) – มันฝรั่งทอดชิ้นหนาหั่นบางๆ เสิร์ฟคู่กับปลาทอด

– Fries (UK) – มันฝรั่งแท่งผอมๆ และมักจะสั่งได้แค่ที่ร้านอาหารเบอร์เกอร์

– Chips (US) – ขนมมันฝรั่งในถุงขนมที่ปิดสนิท

– Crisps (UK) – ขนมมันฝรั่งในถุงขนมที่ปิดสนิท

 

 

 

#4 ขนาดของอาหาร

ขนาดถือเป็นอีกหนึ่งความแตกต่างที่สามารถสังเกตได้อย่างชัดเจนเมื่อต้องรับประทานอาหารนอกบ้านทั้งใน US และ UK ดังนี้

US – ขนาดของทั้งอาหารและเครื่องดื่มมีขนาดใหญ่กว่าและเยอะกว่า ส่วนใหญ่เมื่อจ่ายค่าน้ำอัดลมหรือกาแฟแล้วก็สามารถเติมได้ไม่จำกัด รวมถึงน้ำเปล่าก็ฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย

UK – แต่ในสหราชอาณาจักร เมื่อต้องการน้ำเปล่าที่ไม่เสียตังค์​ จำเป็นต้องระบุว่าขอ tap water (น้ำประปา) ไม่เช่นนั้นจะถูกเรียกคิดเงินสำหรับน้ำแร่หนึ่งขวด เป็นต้น

 

 

ถือเป็นดีเทลรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ระหว่างวัฒนธรรมบนโต๊ะอาหารของฝั่งสหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักร

หากใครเคยมีประสบการณ์ที่น่าจดจำของความแตกต่างของภาษาอังกฤษทั้งสองรูปแบบนี้ก็สามารถคอมเมนต์ร่วมแชร์ประสบการณ์กันได้นะ :)

 

ที่มา: grammarly

ร่วมแสดงความคิดเห็นกันจ้า...

ทุนการศึกษาอื่นๆที่น่าสนใจ