10 เทศกาลอาหารระดับโลก ที่ควรค่าแก่การตีตั๋วไปเที่ยว ไปชิมสักครั้ง!!

เหล่านักชิมอาหารต่างก็รู้ดีว่า หนึ่งในเรื่องที่พลาดไม่ได้เวลาไปเที่ยวตามสถานที่ใหม่ๆ รอบโลก นั้นก็คือการแวะชิมอาหารท้องถิ่นอันเป็นเอกลักษณ์

ซึ่งการได้ลิ้มลองเรียนรู้รสชาติอาหารจากคนท้องถิ่น หรือการได้เข้าร่วมเทศกาลอาหารต่างๆ นั้นจะยิ่งทำให้เราได้เข้าถึงสถานที่นั้นๆ มากขึ้น 

และนี่คือ 10 เทศกาลอา่หารจากทั่วโลก ที่ควรค่าแก่การลิ้มลองมากที่สุดเลยล่ะ…

 

1. Cayman Cookout, Cayman Islands

ทุกเดือนมกราคม พ่อครัวที่โด่งดังที่สุดของโลกได้แห่กันไปที่เกาะเคย์แมนเพื่อทำเค้กเคย์แมน ซึ่งเจ้าภาพคือเชฟชื่อดัง Eric Ripert เจ้าของร้านอาหารในนิวยอร์ก  Le Bernardin ซึ่งได้รับรางวัลมิชลิน 3 ดาว

ผู้จัดงานเทศกาลปีนี้ได้วางแผนจัดงานเลี้ยงอาหารกลางวัน มื้อเย็นการท่องเที่ยวดำน้ำชิมและการสาธิตโดยเชฟเช่น Anthony Bourdain, Emeril Lagasse และคนอื่น ๆ อีกมากมาย

2. Tokyo Ramen Show, Tokyo, Japan

นี่คือ “ราเม็ง” อาหารที่เป็นที่นิยมมากที่สุดในประเทศญี่ปุ่น โดยงานนี้มีการจัดขึ้นที่ Komazawa Olympic Park เป็นเวลา 11 วันทุกฤดูใบไม้ร่วง และในปีนี้การแข่งขันจะจัดขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคมถึงต้นเดือนพฤศจิกายน

ตัวอย่างซุปที่เป็นสัญลักษณ์จาก 18 ร้านค้าที่แตกต่างกัน โดยมีรสาติและรูปแบบที่แตกต่างกันจากทั่วประเทศ สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับงานนี้คือการเข้าฟรีและราเม็งมีราคาไม่แพง

 

3. Food and Wine Classic, Aspen, Colorado

Aspen’s Food and Wine Classic เป็นงานที่จัดขึ้นบริเวณภูเขาในรัฐโคโลราโดทุกเดือนมิถุนายน หนึ่งในสามวันของเทศกาลจะมีการเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้ชิมไวน์และอาหารหลากหลายชนิดจากแบรนดฺ์และร้านอาหารที่มีชื่อเสียงระดับโลกผ่านเต๊นท์ขนาดใหญ่ 

 

4. Salon du Chocolat, Paris, France

Salon du Chocolate เป็น “งานใหญ่ที่สุดในโลกที่อุทิศให้กับช็อกโกแลต” จัดขึ้นที่กรุงปารีสในช่วงฤดูใบไม้ร่วง เทศกาลมีผู้เข้าร่วม 500 คนจาก 60 ประเทศ โดยมีพ่อครัวคอยรังสรรค์เมนูกว่า 200 คน

โปรแกรมของปีที่แล้ว มีการเลือกประติมากรรมขนมอบและช็อกโกแลต การประชุมเชิงปฏิบัติการ และการแสดงแฟชั่นที่นางแบบถูกสวมใส่ในชุดช็อคโกแลต

 

5. Melbourne Food & Wine Festival, Melbourne, Australia

ทุกๆเดือนมีนาคม งานนี้ได้ดึงดูดผู้คนกว่า 250,000 คน เทศกาลอาหารและไวน์เมลเบิร์นเป็นงานเทศกาลอาหารและไวน์ชั้นนำของประเทศ ผู้เข้าร่วมงานสามารถเดินผ่านคูหาและเช็คเอาท์บาร์และร้านอาหารบนชั้นดาดฟ้าเพื่อลิ้มลองไวน์ชั้นนำที่หลากหลาย

นอกจากนี้ผู้เข้าร่วมงานมีโอกาสได้พบกับกิจกรรมมากกว่า 200 กิจกรรม โดยปีนี้เทศกาลนี้ยังมุ่งเน้นที่อาหารที่ีมีผลต่อการใช้ชีวิตของชุมชนในปัจจุบันและในอนาคต ถือเป็นงานอีกแห่งหนึ่งที่ไม่ควรพลาด

 

 

6. Barbados Food & Rum, Barbados

Barbados ที่รู้จักกันในชื่อเมืองหลวงของการทำอาหารแห่งทะเลแคริบเบียน และแหล่งกำเนิดของเหล้ารัม เกาะแห่งนี้จะจัดงานเทศกาลอาหารและเทศกาลประจำปีทุกเดือนพฤศจิกายน

งานนี้จะมีการจิบยาอายุวัฒนะในท้องถิ่น มีตัวอย่างอาหารทะเลสดให้ชิม และงานทำอาหารริมหาดทรายกับเชฟ  Jean-Georges และ Michael Hinds 

 

7. World Gourmet Summit, Singapore

หากคุณมีรสนิยมหรูหรา  World Gourmet Summit ควรอยู่ในรายการอาหารของคุณ งานนี้เกิดขึ้นมานานกว่าทศวรรษ โดยในปีนี้จะจัดขึ้นในเดือนเมษายน

ผู้เข้าร่วมงานจะได้มีโอกาสลิ้มลองตัวอย่างอาหารเลิศรสที่ปรุงโดยเชฟมิชลินจากทั่วโลก มากไปกว่านั้นจะมีการมอบประสบการณ์การเล่นกอล์ฟที่น่ารื่นรมย์รวมทั้งอาหารเย็นที่มีให้เลือกมากมายอีกด้วย

 

8. Disney California Adventure Food & Wine Festival, Anaheim, California

นี่คือสถานที่ที่มีความสุขที่สุดในโลกอีกแห่งหนึ่ง โดยตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคมถึงวันที่ 12 เมษายน ที่ดิสนีย์แลนด์จะมีตู้โหลที่ให้บริการอาหารและเครื่องดื่ม อาหารเหล่านี้ได้รับแรงบันดาลใจจากที่สวนสาธารณะในแคลิฟอร์เนีย

สามารถซื้อตั๋วเพื่อดูเชฟที่มีชื่อเสียงที่ให้การสาธิตการและผู้เข้าชมสามารถมีส่วนร่วมในไวน์ เบียร์ และจองโต๊ะสำหรับอาหารเย็นรสเลิศคู่คู่กับการดื่มไวน์

 

9. La Mercè Festival, Barcelona, Spain

ในสเปน อาหาร วัฒนธรรม และดนตรีมีความหมายเหมือนกัน ทุกๆเดือนกันยายน เทศกาลที่ใหญ่ที่สุดในเมือง La Mercèจัดขึ้นเป็นเวลา 4 วัน หากย้อนกลับไปที่ปี 1871 วันนี้ถูกถือว่าเป็นวันหยุดราชการอย่างเป็นทางการ เนื่องจากเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระแม่มารีย์

สามารถจองตั๋วและรับประทานอาหาร Paella, Tapas นอกจากนี้ยังมีความหลากหลายของ Sangria Homemade ขณะที่คุณเต้นและรับประทานอาหารในช่วงดึก

 

10. Daegu Chicken and Beer (Chimac) Festival, Seoul, South Korea

หากคุณต้องพยายามหาคู่ที่ดีกว่าไก่ทอดและเบียร์ท้องถิ่นแล้วล่ะก็ เทศกาลอาหารเกาหลีถือเป็นตัวเลือกหนึ่งที่ควรค่าแก่การไปลิ้มลอง เนื่องจากงานจะมีการจัดขึ้นเป็นเวลา 5 วัน ในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม โดยงานนี้มีผู้เข้าชมมากกว่าล้านคนให้ความสนใจที่จะเดินทางมาร่วมงาน

 

ที่มา: thisisinsider

ร่วมแสดงความคิดเห็นกันจ้า...

ทุนการศึกษาอื่นๆที่น่าสนใจ