10 เรื่องที่อยู่ในใจของเหล่าคุณครู อยากบอกให้ผู้ปกครองได้รับรู้ แต่พูดออกไปไม่ได้

หลายครั้งในระบบการเรียนการสอน เรามักเห็นความคิดเห็นที่ไม่ตรงกันระหว่างคุณครู และผู้ปกครองที่บางครั้ง การก้าวล้ำเส้นระหว่างทั้งสองฝ่าย อาจนำมาซึ่งความขัดแย้ง และนั่นไม่ส่งผลต่อตัวเด็กเลย

 

มีคำพูดอยู่ภายในใจคุณครูเป็นหมื่นล้านคำ แต่บอกให้ผู้ปกครองฟังไม่ได้สักคำ หลังจากผ่านปีการศึกษาที่ยาวนานและมันกำลังจะจบลง คุณครูคนหนึ่งจึงเลือกที่จะแบ่งปันข้อคิดเห็นที่ไม่เคยได้บอกออกไปนี้ให้คนอื่นๆ ได้รับรู้

 

1. ลูกคือลูก ลูกไม่ใช่เพื่อน

หลายครั้งที่ครูส่วนใหญ่มักได้ยินพ่อแม่กล่าวว่า “ลูกๆ คือเพื่อนที่ดีที่สุดของพวกเขา” ทั้งที่ความจริงแล้ว ด้วยบทบาทของพ่อแม่ คุณควรให้คำแนะนำ และสอนขอบเขตเด็กๆ ไม่ใช่บอกเรื่องราวความขัดแย้งอื่นๆ ในบ้าน หรือนำปัญหามาปรึกษาลูกๆ ทั้งที่พวกเขายังไม่สามารถเข้าใจเรื่องราวเหล่านั้นได้

 

2. ลำดับคะแนนไม่ใช่ทุกสิ่งทุกอย่าง

หากลูกหลานของคุณสอบได้ลำดับสุดท้ายในวิชาคณิตศาสตร์ ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาไม่ฉลาด พ่อแม่ควรให้คำแนะนำและเลือกสนับสนุนในสิ่งที่เด็กถนัดมากกว่าความต้องการของตัวเอง

 

3. ค่อยๆ ปล่อยให้พวกเขาเรียนรู้ไปทีละนิด

แน่นอน เราย่อมอยากให้เด็กๆ เติบโตมาเป็นทั้งคนดีและฉลาด แต่บางครั้งการคาดหวังเพื่อให้เด็กเหล่านั้นเรียนรู้โดยปราศจากอิสระอาจทำให้ได้ผลตรงข้าม ทางที่ดีที่สุดคือ ลองปล่อยให้พวกเขาได้เรียนรู้ไปทีละนิดทีละหน่อย ให้ลองแก้ปัญหาง่ายๆ ด้วยตัวเองบ้าง แล้วคุณจะทึ่งกับสิ่งที่เกิดขึ้น

 

4. วิดีโอเกมอาจทำให้พวกเขาปักใจเชื่อในเรื่องที่ผิดๆ ได้

แม้ว่าวิดีโอเกมจะเป็นเครื่องเล่นบันเทิงที่ดี และช่วยให้ลูกๆ ของคุณผ่อนคลายได้ที่บ้าน แต่อย่าลืมว่าเด็กหลายคนไม่สามารถแยกความจริงกับภาพในเกมได้ คุณควรต้องให้คำแนะนำ และอยู่กับพวกเขาเพื่ออธิบายเวลาที่ปล่อยให้เด็กเล่นเกม

 

5. John Terry ไม่ใช่แบบอย่างที่เด็กๆ ควรติดตาม

แม้ว่าคนอื่นๆ จะยกย่องเขาเป็นฮีโร่ในสนาม แต่การที่คุณปล่อยให้เด็กๆ ได้เห็นภาพวีรกรรมทั้งการเตะสกัดขา หรือภาพลักษณ์อื่นๆ แล้วนำมาเลียนแบบ เป็นสิ่งที่คุณครูทั้งหลายไม่สามารถทำใจยอมรับได้

 

6. เรื่องแฟนเป็นอะไรที่รอได้ อย่ายุเด็ก

หลายครั้งที่เรามักเห็นพ่อแม่ผู้ปกครองล้อเลียนลูกๆ ว่าเป็นแฟนคนนั้นคนนี้ นั่นทำให้ธรรมชาติของเด็กที่มักจะมองเพื่อเป็นเพื่อน เปลี่ยนเป็นการสนใจในรูปแบบของแฟนแทน ความจริงแล้วนี่ไม่ใช่สิ่งที่ต้องรีบมีตั้งแต่ 8 ขวบหรอกนะ

 

7. ใช่ บางครั้งครูก็ต้องการความช่วยเหลือในห้องเรียน แต่ไม่ใช่จากพ่อแม่หรอกนะ

หลายครั้งที่ครูหลายคนมีวิธีการสอนที่แตกต่างกันไป ซึ่งบางคนอาจไม่พอใจกับวิธีการสอนเหล่านี้ คุณอาจใช้วิธีชี้แจงไปยังอาจารย์ใหญ่ได้ แต่ครูส่วนใหญ่ก็อยากจะขอร้องไม่ให้ผู้กครองเข้ามาแทรกแซงการเรียนการสอนเพื่อให้เด็กๆ เรียนรู้ที่จะช่วยเหลือตัวเอง

 

8. ขอโทษด้วยที่ต้องบอกว่าลูกของคุณเป็นเด็กขี้เกียจ

หลายครั้งที่พ่อแม่มักโทษว่าครูไม่เก่งพอที่จะสอนให้เด็กก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว และหลายครั้งที่พวกเขาโทษว่างานที่ให้เด็กทำมีมากเกินไปจนเด็กเหน็ดเหนื่อย ทั้งที่จริงแล้วอาจเกิดจากแค่เด็กๆ ขี้เกียจ และมีคนคอยตามใจจนถึงทำการบ้านให้ ซึ่งนั่นไม่ดีเลยจริงๆ

 

9. อย่าทำการบ้านให้ลูก

อย่างที่บอกไปในข้างต้น ปัญหาเรื่องการบ้านระหว่างครูและผู้ปกครองเป็นอะไรที่แก้ไขได้ยาก

มีผู้ปกครองจำนวนมากมักบ่นว่าลูกๆ มีการบ้านที่เยอะหรือน้อยเกินไป บ้างก็ว่ายากหรือง่ายเกินไป ซ้ำร้ายบางบ้านแทนที่จะสอนเด็ก กลับกลายเป็นทำการบ้านให้เด็กแทน ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะไม่ช่วยให้เด็กเรียนรู้การพยายามได้เลย

 

10. วิชาพละเป็นหนึ่งในวิชาบังคับนะ

ผู้ปกครองหลายคนมองว่าวิชาคณิตศาสตร์สำคัญกว่าวิชาพละศึกษา และมักไม่พอใจเมื่อลูกๆ ของเขาถูกทำโทษเพราะโดดเรียนว่ชาพละ ทั้งที่ความจริงแล้วมันเป็นหนึ่งในวิชาสำคัญที่เด็กๆ ควรเรียนรู้

เด็กๆ จะมีร่างกายที่แข็งแรง ได้ออกไปขยับกลางแจ้งหลังจากที่ต้องนั่งเรียนหลังแข็งมาทั้งวัน และทำให้พวกเขามีโอกาสได้ทำกิจกรรมร่วมกับเพื่อนๆ ด้วย

 

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงตัวอย่างของสิ่งที่คุณครูอยากบอกกับผู้ปกครองให้รับรู้ ไว้คราวหน้าเราจะพาคุณไปดูสิ่งที่อยู่ในใจฝ่ายผู้ปกครองกันบ้าง สำหรับเรื่องนี้ ใครมีความคิดเห็นอย่างไร ไหนลองเล่าสู่กันฟังหน่อยซิ :)

 

ที่มา:  theguardian

ร่วมแสดงความคิดเห็นกันจ้า...

SHARE

ทุนการศึกษาอื่นๆที่น่าสนใจ