11 เรื่องลับๆ ของอาชีพ “บอดี้การ์ด” เบื้องหลังที่ใครก็อยากรู้ แต่ไม่ค่อยมีโอกาสได้สัมผัส

บอดี้การ์ดเป็นอาชีพที่ไม่ได้พบเจอแบบตัวเป็นๆ ได้บ่อยครั้ง หากว่าคุณไม่ได้ทำงานคลุกคลีใกล้ชิดกับคนดัง CEO หรือมหาเศรษฐีที่ต้องการการคุ้มกันเป็นพิเศษ

ซึ่งบอดี้การ์ดไม่ใช่อาชีพที่ใครๆ ก็เป็นได้ แต่จะต้องมีทักษะเฉพาะทาง มีความว่องไวของร่างกาย และใช้ตัวเองเป็นเกราะกำบังหากมีเหตุร้ายเกิดขึ้น มาดูความลับ 11 ข้อของบอดี้การ์ดกันเลย

 

 

1. ตัวโตก็ไม่ได้ดีเสมอไป

Anton Kalaydjian ผู้ก่อตั้ง Guardian Professional Security ในฟลอริด้า เผยว่า ขนาดของร่างกายขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้า

สำหรับผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันแบบใกล้ชิดต้องมีขนาดของนักมวยปล้ำมืออาชีพ ซึ่งบางคนก็ต้องการบอดี้การ์ดที่ดูเหมือนคนปกติในชุดที่ไร้หูฟัง

 

2. ปืนและกำปั้นไม่ค่อยได้ใช้เท่าไหร่

ซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์นั้นๆ การคุ้มกันนักดนตรีในคอนเสิร์ตย่อมแตกต่างจากการคุ้มกันซีอีโอที่มีความผิด บอดี้การ์ดอาจพกหรือไม่พกอาวุธก็ได้

Kent Moyer ประธานและซีอีโอของ World Protection Group เผยว่า

การใช้วิธียิงปืนหมายความว่าการคุ้มกันล้มเหลวแล้ว ซึ่งบอดี้การ์ดถูกฝึกมาเพื่อคุ้มกันและทำการอพยพพาออกจากแหล่งอันตราย เป้าหมายคือการไม่ใช้กำลัง

 

3. ในบางครั้งถูกว่าจ้างให้คุ้มกันนายจ้างจากพนักงาน

ความรุนแรงที่อาจเกิดขึ้นในสถานที่ทำงานอย่างเช่น กลัวผลจากการปลดพนักงานออก Alan Schissel อดีตนายตำรวจนิวยอร์กซิตีและผู้ก่อตั้ง Integrated Security กล่าวว่า

“เราได้รับการว่าจ้างหลายครั้งเพื่อรักษาความปลอดภัยในขณะที่พนักงานบางคนกำลังจะถูกปลด นายจ้างต้องการแน่ใจว่าบุคคลเหล่านั้นจะไม่กลับมาทำอะไรพวกเขาอีก”

 

4. บางคนชอบอ่านเว็บไซต์ซุบซิบนินทาดารา

สำหรับบอดี้การ์ดที่ทำการคุ้มกันลูกค้าที่เป็นดารา ข่าวซุบซิบนินทาและเว็บไซต์ TMZ.com ถือเป็นแหล่งข้อมูลชั้นดี Moyer กล่าวว่า “มันเป็นแหล่งขุมทรัพย์สำหรับผมที่จะรู้ว่าใครมีปัญหากับบอดี้การ์ดและใครที่ถูกจับกุม”

 

5. พวกเขาไมได้ใช้ชีวิตอย่างที่คุณคิด

Kalaydjian กล่าวว่า “มีความเข้าใจผิดอย่างมากว่าเรามีชีวิตที่เหมือนกันกับคนดัง บางครั้งเราอยู่บนเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว

แต่เราไม่ได้เพลิดเพลินกับสิ่งอำนวยความสะดวก เราอาจจะอาศัยอยู่ในบ้านของพวกเขา แต่เราไม่ได้เพลิดเพลินกับสระน้ำของพวกเขาเลย”

 

6. แต่บางครั้งก็ทำเพื่อการแสดง

บางครั้งบริษัทจะได้รับโทรศัพท์จากผู้ที่กำลังมองหาวิธีดีจะถูกสังเกต ถูกจับตามอง จึงว่าจ้างผู้คุ้มกันเมื่อไม่มีภัยคุกคามใดๆ “มันเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกที่หรูหรา” Schissel กล่าว

 

7. สามารถทำเรื่องของลูกค้าให้ง่ายขึ้น

เนื่องจากบอดี้การ์ดจะทำการกำหนดจุดหมายไว้ล่วงหน้า พวกเขารู้ได้อย่างถูกต้องว่าทางเข้าทางออกเป็นอย่างไรโดยไม่มัวเงอะงะเพื่อหาเส้นทาง

Moyer เผยว่า “ถ้าผมพาคุณไปที่ Warner Bros. ผมรู้ว่าประตูใดที่จะเข้าไป ผมเตรียมข้อมูลไว้และรู้ว่าห้องน้ำอยู่ตรงไหน”

 

8. บอดี้การ์ดก็เป็นปัญหา

Kalaydjian จะถอนคนที่ต้องการมีส่วนร่วมในชื่อเสียงของลูกค้าออก เพราะบางคนทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ บอดี้การ์ดที่โพสต์ภาพของตัวเองกับลูกค้าในสื่อสังคมออนไลน์เป็นการทำลายอาชีพตัวเองชัดๆ การยิ้มแย้มก็ไม่ใช่สิ่งที่เหมาะกับบอดี้การ์ด

 

9. โซเชียลมีเดียทำงานยากขึ้น

การโพสต์เกี่ยวกับแผนการเดินทางและกิจกรรมของพวกเขา ให้แฟนๆ ทราบ ซึ่งมันก็เป็นมุมมองที่น่าสนใจสำหรับงานประจำวันของพวกบอดี้การ์ด แต่หากบางคนที่ประสงค์ทำร้ายดาราสิ่งนี้ถือเป็นแผนที่ชี้นำชั้นดีเลย

 

10. ไม่ใช่คนดังทุกคนที่จ่ายเงินเพื่อการคุ้มกันตัวเอง

หากเห็นนักแสดงที่รายล้อมไปด้วยเจ้าหน้าที่บอดี้การ์ดส่วนตัว ที่ไม่ปรากฏตัวแค่แวบๆ ซึ่ง Moyer กล่าวว่า “คนดังหลายคนไม่สามารถได้รับความคุ้มครองแบบเต็มเวลา” หมายถึงการกำกับดูแลตลอด 24 ชั่วโมงของหน่วยงาน

 

11. พวกเขาไม่ชอบให้เรียกว่า “บอดี้การ์ด”

Moyer ให้ความเห็นว่าคำว่าบอดี้การ์ดมีความเอนเอียงที่จะแฝงความหมายในแง่ลบของว่าเป็นชายร่างใหญ่แต่ไร้ฝีมือ ซึ่งก็มีกลุ่มคนที่ผิดแผกไป คือไม่ได้รับการฝึกอบรมอย่างเป็นทางการและไม่ควรอยู่ในอุตสาหกรรมนี้ แต่หากมืออาชีพจริงๆ แล้ว พวกเขาจะถูกฝึกหนักมากเลยทีเดียว

 

ที่มา mentalfloss.com

ร่วมแสดงความคิดเห็นกันจ้า...

SHARE

ทุนการศึกษาอื่นๆที่น่าสนใจ