15 เมืองเล็กๆ อันน่าไปเที่ยวในญี่ปุ่น สำหรับคนเบื่อเมืองใหญ่ อยากไปหาธรรมชาติบ้าง!!

หากใครกำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยวอันเต็มไปด้วยความสงบเงียบของธรรมชาติ วิถีชีวิตอันความละมุนละหม่อมพร้อมด้วยประวัติความเป็นมาอันน่าสนใจ เชื่อว่า “ญี่ปุ่น” คงเป็นหนึ่งในตัวเลือกอันดับต้นๆ ของใครหลายคน

ซึ่งในบทความนี้เราจะพาไปชมหมู่บ้านสวยๆ ในดินแดนอาทิตย์อุทัย ซึ่งแต่ละที่ต่างก็มีเสน่ห์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของประวัติศาสตร์ หรือความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติ

 

1. Biei-cho จังหวัดฮอกไกโด

หมู่บ้าน Biei ในฮอกไกโด ขึ้นชื่อในเรื่องความสวยงามของธรรมชาติ ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ที่นี่จึงเรียกว่า “เมืองแห่งขุนเขา” ซึ่งผู้คนจะประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นส่วนใหญ่

.

 

2. Tsurui จังหวัดฮอกไกโด

ตัวอักษรคันจิของ Tsurui (鶴居村) หมายถึง “มีนกกระเรียน” นั่นคือการบ่งบอกเป็นนัยๆ ว่าที่หมู่บ้านแห่งนี้เต็มไปด้วยนกกระเรียนป่าจำนวนมาก และเป็นที่ที่มีนกกระเรียนมงกุฏแดงอาศัยอยู่มากมายเช่นกัน

.

.

 

3. Higashi-Naruse จังหวัดอะกิตะ

หมู่บ้าน Higashi-Naruse เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องท้องฟ้ายามราตรีที่สวยที่สุดในประเทศ แถมอากาศก็บริสุทธิ์แจ่มใส นอกจากนี้ยังมีน้ำตกเขียวชอุ่มและน้ำใต้ดินซึ่งเป็นส่วนช่วยให้ทุกอย่างที่นี่เติบโตได้เป็นอย่างดี

.

 

4. Kitashiobara จังหวัดฟุกุชิมะ

หมู่บ้าน Kitashiobara ประกอบด้วยป่าเขาถึง 80% นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้ที่นี่เต็มไปด้วยความสงบเงียบของธรรมชาติ และทัศนียภาพที่สวยงามมากมายหลายมุม

.

 

5. Kiso-cho จังหวัดนะงะโนะ

หมู่บ้าน Kiso ไม่เพียงแต่โดดเด่นในเรื่องของประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่ยังเต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ และแหล่งท่องเที่ยวหลักของที่นี่ก็คือถนนโบราณที่เรียกว่า Nakasendo

 

6. Nagiso-cho จังหวัดนะงะโนะ

Nagiso อยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้าน Kiso มากนัก หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า Tsumago-juku ที่นี่เต็มไปด้วยอาคารบ้านช่องที่สร้างในยุคเอโดะซึ่งยังคงหลงเหลือมาจนถึงปัจจุบัน

.

 

7. Nakanojo-cho Kuni จังหวัดกุมมะ

กว่า 90% ของหมู่บ้านนี้ประกอบด้วยป่าภูเขาและพื้นที่รกร้างว่างเปล่า คนที่ชอบอ่านวรรณกรรมหรือบทกวีจะประทับใจหมู่บ้านนี้้เป็นพิเศษเพราะความเงียบสงบจากภูมิทัศน์นั่นเอง

.

 

8. Hayakawa-cho จังหวัดยะมะนะชิ

Hayakawa-cho ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของยะมะนะชิ ล้อมรอบไปด้วยเทือกเขาแอลป์ทางตอนใต้ซึ่งมีพื้นที่กว้างใหญ่ หรือรู้จักกันในนามหมู่บ้านอันเต็มไปด้วยน้ำพุร้อนกระจายอยู่ทั่วเมืองหลายแห่ง รวมถึง Nishiyama Onsen ด้วย

.

 

9. Totsukawa จังหวัดนะระ

Totsukawa เมื่อเทียบในแง่ของขนาดที่นี่จึงเป็นหมู่บ้านที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น ประกอบไปด้วยป่าภูเขากว่า 96% จึงเป็นอีกหนึ่งหมู่บ้านที่ผู้คนและธรรมชาติอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข

.

 

10. Yoshino-cho จังหวัดนะระ

หมู่บ้าน Yoshino โด่งดังในเรื่องของต้นซากุระ ซึ่งเติบโตอยู่บนภูเขา Yoshino และมีมากถึง 30,000 ต้นเลยทีเดียว แต่โอกาสที่จะได้เห็นดอกซากุระบานเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ ในเดือนเมษายนเท่านั้น

.

 

11. Ine-cho  จังหวัดเคียวโตะ

ครั้งหนึ่งในอดีตที่นี่เคยเป็นหมู่บ้านชาวประมง และยังเต็มไปด้วยแหล่งข้อมูลมากมาย เช่น ศิลปะการแสดงพื้นบ้าน มรดกทางวัฒนธรรม รวมถึงอาหาร เสื้อผ้า และที่อยู่อาศัย

.

 

12. Kamikatsu-cho จังหวัดโทะกุชิมะ

ส่วนใหญ่เป็นเขตภูเขา เมืองนี้เต็มไปด้วยความสวยงามของทุ่งแบบขั้นบันได มีการตั้งถิ่นฐานในขนาดที่ต่างกันออกไปประมาณ 55 หลัง และอยู่ที่ความสูง 100-700 เมตร

.

.

 

13. Minamioguni-cho จังหวัดคุมะโมะโตะ

Minamioguni เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ที่เชิงเขา Mt.Aso นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งที่มาของแม่น้ำที่ยาวที่สุดในคิวชู ได้แก่ แม่น้ำ Chikugo ด้วยความที่ถูกล้อมรอบด้วยภูเขา เมืองนี้จึงไม่เพียงแต่มีทัศนียภาพที่สวยงามของธรรมชาติแต่ยังมีน้ำพุร้อนอีกหลายแห่งให้ได้ชม

.

 

14. Takaharu-cho จังหวัดมิยะซะกิ

Takaharu เป็นหมู่บ้านที่เต็มไปด้วยเรื่องราวประวัติศาสตร์เพราะเป็นที่ตั้งของจักรพรรดิ์องค์แรกนามว่า
จักรพรรดิ์ Jimmu อีกทั้งยังมีอุทยานแห่งชาติแห่งแรกของญี่ปุ่นชื่อว่า ‘อุทยานแห่งชาติ Kirishima’ ซึ่ง ณ ปัจจุบันก็ยังคงเปิดให้เข้าชม

.

 

15.  Aya-cho จังหวัดมิยะซะกิ

หมู่บ้าน Aya ไม่เพียงแต่โด่งดังในเรื่องความเขียวชอุ่มของป่าเขาลำเนาไพร แต่ยังเป็นที่นิยมสำหรับผู้คนที่แสวงหาการใช้ชีวิตแบบ Slow life ในบริเวณนี้ล้อมรอบไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ของสะพานแขวน Teruha ซึ่งมีชื่อเสียงระดับโลก และที่นี่คุณได้จะสัมผัสถึงความมีชีวิตชีวาของธรรมชาติได้อย่างลึกซึ้ง

 

 

 

ที่มา tsunagujapan.com

ร่วมแสดงความคิดเห็นกันจ้า...

SHARE

ทุนการศึกษาอื่นๆที่น่าสนใจ