เปิดคลังความรู้ กับ 16 เรื่อง “ดาราศาสตร์” ในแบบที่ห้องเรียนไม่เคยสอน

ตั้งแต่ผืนดินไปจนถึงท้องฟ้า ผ่านออกไปถึงพระจันทร์และจักรวาล ทุกครั้งที่มีการสำรวจ เรามักค้นพบความประหลาดใจได้ไม่รู้จบ

เมื่อเทียบกับบทเรียนในหนังสือ มีความลับและเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยมากมายให้ผู้ที่สนใจได้ตามไปอ่าน ตัวอย่างเช่นเรื่องน่ารู้ที่วันนี้เราได้คัดสรรมาเพื่อคุณ

 

พระอาทิตย์ดวงใหญ่กว่าที่เราคิด

เราอาจรู้มาตลอดว่าพระอาทิตย์ซึ่งเป็นศูนย์กลางของระบบสุริยะนั้นมีขนาดใหญ่กว่าโลก แต่รู้หรือไม่ว่ามันใหญ่ขนาดไหน?

ตามข้อมูล แหล่งพลังงานของเรานี้มีขนาดใหญ่ชนิดที่ว่าสามารถบรรจุโลกลงไปถึงหนึ่งล้านดวงแบบสบายๆ แถม NASA ยังเผยด้วยว่าแกนกลางของดวงอาทิตย์สามารถปลดปล่อยพลังงานที่เทียบเท่ากับระเบิดนิวเคลียร์ 100 พันล้านลูกเลยทีเดียว

 

มีดาวน้ำแข็งร้อนที่กำลังลอยตัวอยู่ในอวกาศ

ห่างออกไปราวๆ 33 ปีแสง มีดาวเคราะห์นอกระบบที่มีชื่อว่า Gliese 436 b ได้สร้างความฉงนให้กับนักวิทยาศาสตร์มาแล้วเนื่องจากมันมีองค์ประกอบโดยรวมในรูปแบบของน้ำแข็งที่กำลังลุกไม้เนื่องจากความร้อนที่พื้นผิวซึ่งสูงถึง 300 ° C

หากคิดภาพไม่ออกว่าเป็นยังไง ให้ลองนึกถึงการใส่น้ำแข็งลงในแก้วเครื่องดื่มร้อนๆ สิ นั่นแหละสภาพของดาวดวงนี้เลย

 

บนอวกาศอาจมีบาร์ที่เป็นสวรรค์ของเหล่านักดื่ม

อาจฟังดูเพ้อเจ้อ แต่เหนือชั้นบรรยากาศของเราขึ้นไป มีกลุ่มเมฆก๊าซที่มีองค์ประกอบเป็นแอลกอฮอล์ประมาณ 1,000 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลางของระบบสุริยะทั้งหมด ซึ่งเพียงพอต่อการทำเบียร์ได้มากถึง 400 ล้านล้านไพน์ (นั่นคือ 400 ตามด้วยศูนย์ 24!)

หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ทุกคนบนโลกจะมีเบียร์ให้ดื่มได้ฟรีๆ ไปอีกพันล้านปีเลยเชียวล่ะ

 

มีขยะมากมายในอวกาศ

ในขณะที่โลกของเรากำลังเผชิญกับปัญหาขยะล้นโลก บนอวกาศเองก็มีขยะมากมายลอยเคว้งคว้างอยู่เช่นกัน และแม้บางชิ้นจะเล็กเท่ากับคลิปหนีบกระดาษ ทว่ามันสามารถสร้างผลกระทบอย่างการทำลายดาวเทียมของเราได้เลยทีเดียว

ปัจจุบันยังไม่มีวิธีไหนที่จะช่วยบิ๊กคลีนนิ่งอวกาศได้ ทว่าเหล่านักวิทยาศาสตร์กำลังเร่งหาทางแก้ไขอยู่

 

แท้จริงแล้วการดูดาว (คล้าย) กับการย้อนอดีต

แสงของดาวที่เราเห็นในปัจจุบัน อาจกลายเป็นอดีตเมื่อนานมาแล้ว เนื่องจากระยะห่างของดาวแต่ละดวงซึ่งอยู่ไกลมาก ดังนั้นกว่าที่แสงของพวกมันจะส่งมาถึงโลกจึงอาจใช้เวลานานจนดาวหลายดวงดับสูญไปแล้วนั่นเอง

 

คุณสามารถลดน้ำหนักได้ง่ายๆ เพียงแค่ข้ามไปอยู่บนดาวดวงอื่น

บนโลกนี้คุณอาจรู้สึกไม่พอใจกับน้ำหนักของตัวเอง แต่เมื่อคุณกระโดดข้ามไปใช้ชีวิตอยู่บนดาวเคราะห์ดวงอื่น คุณอาจรู้สึกมีความสุข เพราะยิ่งบนดาวดวงนั้นมีแรงโน้มถ่วงน้อยเท่าไหร่ น้ำหนักของคุณก็จะน้อยลงเท่านั้น

ดังนั้นแล้วคุณอาจอยากย้ายไปอยู่ดาวพุธที่มีแรงโน้มถ่วงน้อยกว่าโลก มากกว่าดาวพฤหัสบดีที่จะทำให้น้ำหนักของคุณเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่า!!

 

ของฝากจากอวกาศ

มีการค้นพบแร่ธาตุบางอย่างในพื้นที่ของทะเลทรายซาฮาราและแอนตาร์กติกา สิ่งเหล่านี้คือหินบางส่วนจากดาวอังคารที่คาดกันว่าอาจตกลงมาบนโลกเมื่อนานมาแล้ว

 

การโคจรที่ใช้เวลามาอย่างยาวนาน

รู้หรือไม่ว่าระบบสุริยะของเรากำลังเคลื่อนตัวอย่างช้าๆ ไปรอบทางช้างเผือก จากการคำนวนของนักวิทยาศาสตร์ พวกเขาคาดคะเนว่าต้องใช้เวลาราวๆ 230 ปีในการเดินทางหนึ่งรอบ…นั่นเรียกได้ว่าเป็นการเดินทางที่ใช้เวลาค่อนข้างนานเลยทีเดียวล่ะ

 

โลกของเรากำลังหมุนช้าลง

ในยุคไดโนเสาร์มีการคำนวนและค้นพบว่าในหนึ่งวันมีเพียง 23 ชั่วโมง ซึ่งต่างจากในปัจจุบันที่เราเรียนรู้ว่าโลกหมุนรอบตัวเองใช้เวลา 24 ชั่วโมง

เหตุผลก็เพราะ ในแต่ละศตวรรษโลกของเราจะหมุนช้าลงประมาณ 2 มิลลิวินาที นับตั้งแต่ปี 1820 เป็นต้นมาที่โลกหมุนรอบตัวเองโดยใช้เวลา 24 ชั่วโมง ทว่าในปัจจุบัน NASA อธิบายว่าโลกของเรากำลังหมุนช้าลงอีกราว 2.5 มิลลิวินาที นั่นทำให้ในอนาคตเราอาจมีเวลาเพิ่มขึ้นก็ได้นะ

 

ภาพลวงตาของพระอาทิตย์และพระจันทร์

เมื่อมองจากโลก พระอาทิตย์และพระจันทร์อาจดูมีขนาดใกล้เคียงกัน ซึ่งความจริงแล้วไม่ใช่เลยสักนิด เพราะไม่เพียงแต่ดวงอาทิตย์จะมีขนาดใหญ่กว่าดวงจันทร์ 400 เท่า มันยังอยู่ไกลจากโลกมากกว่าดวงจันทร์ 400 ด้วยเช่นกัน

 

การจากไปของดาวเหนือ

แม้ว่า Polaris หรือดาวเหนือไม่ได้กำลังจะสูญสลายไปในเร็วๆ นี้ แต่ในเวลาราวๆ 12,000 ปี ดาวเวก้าจะเข้ามาประจำในตำแหน่งนี้แทน

เพราะอะไร? สาเหตุสืบเนื่องมาจากการหมุนของโลกที่ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนไปตามแกนทีละเล็กละน้อย เมื่อหลายพันปีก่อน ดาวเหนือในเวลานั้นก็คือดาวเวก้านั่นเอง แต่เมื่อแกนโลกเปลี่ยน การหมุนเปลี่ยน ทำให้ในปัจจุบัน Polaris ได้มาอยู่ในตำแหน่งแทน

 

การ “เรอ” ของหลุมดำ

จริงๆ แล้วหลุมดำสามารถดูดดาวฤกษ์เข้าไปและ “เรอ” ออกมาได้ในรูปแบบของการปล่อยพลาสมาขนาดใหญ่ที่สามารถขยายได้หลายร้อยปีแสง ชิ้นส่วนของดาวเหล่านั้นบางส่วนจะถูกดูดเข้าไปใน ขณะที่ส่วนอื่นๆ จะถูกขับออกมาด้วยความเร็วสูง

 

สีแดงบนดาวอังคารเกิดจากสนิม

หลักการเกิดสนิมที่เราเรียนรู้กันมาคือเมื่อน้ำได้สัมผัสกับเหล็ก แม้ว่าในปัจจุบันจะไม่มีการค้นพบว่าบนดาวอังคารนั้นมีแหล่งน้ำ แต่มีการสันนิษฐานว่าในอดีตบนดาวเคราะห์สีแดงดวงนี้เคยมีแหล่งน้ำขนาดใหญ่ เมื่อมันรวมตัวกับธาตุเหล็กที่ลอยอยู่ทั่วจึงทำให้เกิดสีแดงของสนิมนั่นเอง

 

ถุงเท้าเป็นสิ่งจำเป็นในอวกาศ

เนื่องจากสภาวะไร้น้ำหนักทำให้เท้าของนักบินอวกาศแทบไม่ได้สัมผัสพื้น พวกเขาจึงต้องสวมถุงเท้าเพื่อป้องกันผิวหนังที่จะหลุดลอกออกมา

 

แหล่งน้ำบนดวงจันทร์

จากการศึกษาพบว่าวันหนึ่งข้างหน้าดวงจันทร์อาจเป็นแหล่งน้ำใหม่บนอวกาศ เนื่องจากมีส่วนประกอบของ H2O มากกว่าที่นักวิทยาศาสตร์เคยคาดการณ์ไว้

 

ดาวศุกร์เคลื่อนที่ด้วยความร้อนและความเย็นควบคู่กันไป

แม้ว่าดาวศุกร์จะถูกจดจำในฐานะดาวที่มีชั้นบรรยากาศที่ร้อนกว่าน้ำเดือนจัดถึง 5 เท่า แต่ในอีกด้านหนึ่งของดาวดวงนี้ก็มีความเย็นซ่อนอยู่ถึง -175°C ซึ่งมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนให้ดาวศุกร์ยังคงสภาพปกติไว้ได้

 

แม้ว่าเกร็ดความรู้เหล่านี้อาจจะไม่ใช่เรื่องใหม่ ทว่ามันมีความน่าสนใจมากทีเดียว เพราะเรื่องเล็กๆ นี้ต้องใช้เวลาและองค์ความรู้อย่างมากมายในการไขปริศนา

ไม่แน่ว่าในอนาคตมันอาจเป็นพื้นฐานที่นำเราไปสู่ความลับที่ยิ่งใหญ่กว่าในจักรวาล :)

 

ที่มา: rd.com

ร่วมแสดงความคิดเห็นกันจ้า...

ทุนการศึกษาอื่นๆที่น่าสนใจ