7 วิธีในการป้องกันและรักษา “อาการกรดไหลย้อน” เริ่มต้นได้ด้วยตัวเอง ก่อนไปพึ่งหมอ!!

กรดไหลย้อน เกิดจากภาวะที่น้ำย่อยจากกระเพาะอาหาร ไหลย้อนขึ้นไปในหลอดอาหารทำให้เกิดอาการแสบร้อนบริเวณหน้าอก เนื่องจากกรดไปทำให้หลอดอาหารอักเสบ ให้ความรู้สึกคล้ายมีก้อนจุกอยู่ในคอ

และนี่คือวิธีป้องกันและรักษาสำหรับกรดไหลย้อน ที่คุณสามารถทำได้ด้วยตัวเอง ไม่ยากอย่างที่คิด…

 

 1. เลือกท่านอนที่ดีที่สุด

ท่านอนถือเป็นเรื่องที่สำหรับของคนที่มีอาการกรดไหลย้อน สิ่งที่คุณควรทำคือ การนอนตตะแคงด้านซ้าย หรือนอนบนหมอนให้สูงประมาณ 6 นิ้ว เพราะร่างกายส่วนบนจะช่วยป้องกันกรดในกระเพาะอาหารไหลผ่านหลอดอาหารของคุณ

 

2. ใส่ใจเรื่องอาหารที่คุณต้องกิน

อาหารที่คุณควรหลีกเลี่ยงได้แก่ ผลไม้ กาแฟ และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน (โซดาเช่นกัน) สะระแหน่ มะเขือเทศแอลกอฮอล์ (โดยเฉพาะไวน์แดง) ช็อกโกแลต กระเทียม หัวหอม อาหารรสเผ็ด รวมถึงอาหารฟาสต์ฟู้ดด้วย

 

3. ใส่ใจในวิธีการกิน

คนที่มีอาการกรดไหลย้อน ควรกินช้าๆ เคี้ยวให้ละเอียด และแบ่งอาหารออกเป็นมื้อเล็กๆ แทนการรับประทานอาหารมื้อใหญ่ระหว่างวัน และอย่ากินอาหารที่ร้อนจัดหรือเย็นเกินไป

สิ่งที่สำคัญคือ เมื่อคุณกินเสร็จแล้วไม่ควรนอนทันที รอให้อาหารย่อยก่อนอย่างน้อย 2 ชั่วโมง

 

4. ดูแลร่างกายของตัวคุณเอง

ร่างกายที่แข็งแรงมีส่วนช่วยในการรักษาเสถียรภาพของกระบวนการทางเดินอาหาร ไขมันส่วนเกินจะเพิ่มความกดดันให้กับกระเพาะอาหารซึ่งทำให้มีการของเหลวกลับขึ้นไป

 

5. อาหารที่ควรกิน

นอกจากคุณควรรู้ว่าอาหารนิดไหนที่ควรหลีกเลี่ยงแล้ว คุณต้องรู้อาหารที่ควรกินด้วย ได่แก่ ผักและผลไม้ที่ไม่มีรสเปรี้ยว ขิง ข้าวโอ๊ต เนื้อไม่ติดมัน และไข่ขาว อาหารเหล่านี้ไม่ก่อให้เกิดกรดไหลย้อน อีกทั้งยังช่วยให้ระบบย่อยอาหารของคุณทำงานได้ดีขึ้น

 

6. อย่าสวมใส่เสื้อผ้าที่คับเกินไป

เสื้อผ้าที่รัดรูปจะทำให้มีแรงกดบนท้องมากขึ้น และทำให้ปริมาณของเหลวในกระเพาะอาหารของคุณเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นคุณควรหันมาสวมใส่เสื้อผ้าที่ทำให้รู้สึกสบายตัวแทน

 

7. ลดระดับความเครียดลง

ความเครียดทำให้เรารู้สึกถึงความรู้สึกไม่สบายทางกายภาพต่างๆรวมถึงกรดในหลอดอาหาร ดังนั้นคุณควรหากิจกรรมเพื่อลดความเครียดของตัวเอง เช่น เล่นโยคะ เป็นต้น

 

วิธีข้างต้นเป็นส่วนหนึ่งในการป้องกันและรักษาอาการของกรดไหลย้อนด้วยตัวเอง แต่ถ้าหากคุณมีอาการที่รุนแรงขึ้นและไม่มีท่าทีว่าจะหาย การพบแพทย์อาจเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับคุณ

 

ที่มา: brightside.me

ร่วมแสดงความคิดเห็นกันจ้า...

SHARE

ทุนการศึกษาอื่นๆที่น่าสนใจ