15 กิจวัตรประจำวันทำร้ายผิว ที่บางคนยังทำอยู่เป็นประจำ โดยที่ไม่รู้ตัว!!

ผิวหนังของคนเราหากได้รับการดูแลที่ไม่ดีพอ ผิวอาจแห้ง ขาดความชุ่มชื้น และหยาบกร้าน แต่ต่อจากนี้สาวๆ จะไม่ต้องกังวลอีกต่อไป เพราะเรามีวิธีหลีกเลี่ยงผิวเสีย โดยการงดทำสิ่งต่อไปนี้…

ลองสังเกตตัวเองว่าเราเคยทำกิจวัตรเหล่านี้หรือไม่ และอย่าลืมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมใหม่เพื่อผิวพรรณที่สดใสเปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวลอีกครั้งหนึ่ง

 

1. ใช้ฟองน้ำขัดตัว

การใช้ฟองน้ำขัดตัวสามารถช่วยขจัดสิ่งสกปรกได้ แต่ก็สามารถชะล้างแบคทีเรียที่ดีต่อผิวหนังออกไปด้วยเช่นกัน ดังนั้นเราจึงควรหลีกเลี่ยงการใช้ฟองน้ำขัดตัวเป็นประจำทุกวัน

 

2. อาบน้ำอุ่น

การอาบน้ำอุ่นจะทำให้ผิวหนังแห้ง และอาจจะเกิดผื่นขึ้น เพราะน้ำอุ่นทำให้ผิวต้องขับไขมันออกมาเพิ่มมากขึ้นนั่นเอง

 

3. ลืมล้างหน้า

ผู้เชี่ยวชาญจาก American Academy of Dermatology แนะนำว่าควรล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง แต่หากมีการออกกำลังกายระหว่างวันก็ต้องล้างหน้าด้วยเช่นกัน เพื่อขจัดสิ่งสกปรกบนใบหน้าให้สะอาดหมดจด

 

4. ดื่มนมขาดมันเนย

นมขาดมันเนยช่วยในการลดน้ำหนักแต่ในทางกลับกันก็เป็นผลเสียต่อผิว ด้วยกระบวนการผลิตนั้นจะต้องเพิ่มนม และเคซีน เพื่อลดปริมาณไขมันในนม ซึ่งจากการศึกษาวิจัยของมหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนียสเตตการดื่มนมขาดมันเนย จะทำให้เป็นสิวมากขึ้น

 

5. ดื่มไดเอ็ทโซดาเป็นประจำ

ในไดเอ็ทโซดาจะมีสารให้ความหวาน หรือน้ำตาลเทียมผสมอยู่ ซึ่งหากดื่มไอเดทโซดามากๆ ก็สามารถทำให้ร่างกายเกิดสิว เป็นโรคอ้วน และโรคโรซาเชียได้

 

6. กินอาหารแปรรูปบ่อยๆ

อาหารแปรรูปนอกจากจะทำให้อ้วนขึ้นได้แล้ว ยังส่งผลเสียต่อผิวหนังได้เช่นกัน ด้วยแป้ง และน้ำตาลในอาหารจำพวกนี้เป็นต้นเหตุของสิว และริ้วรอยก่อนวัยอันควร

 

7. กินยาปฏิชีวนะ

จากงานวิจัยโดย U.S. Centers for Disease Control & Prevention พบว่าหากใช้ยาปฏิชีวนะมากเกินไปจะทำให้ร่างกายผลิตสารที่เป็นเชื้อดื้อยา และเป็นการฆ่าแบคทีเรียที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และผลก็คือส่งผลเสียต่อผิวหนังของผู้ใช้นั่นเอง

 

8. ไม่ทาครีมกันแดด

ครีมกันแดดเป็นตัวช่วยที่ดีในการป้องกันผิวหนังไม่ให้เผชิญกับแสง UV โดยตรง จึงสามารถช่วยลดปัญหาโรคผิวหนัง รวมทั้งมะเร็งผิวหนังได้ จึงควรทาครีมกันแดดทุกครั้งก่อนออกไปนอกบ้าน

 

9. ไม่สวมแว่นกันแดด

แว่นกันแดดเป็นตัวช่วยปกป้องดวงตา และผิวหนังบริเวณรอบดวงตา หากไม่สวมแว่นกันแดด แสง UV อาจจะทำอันตรายต่อดวงตา และผิวหนังรอบๆ ได้

 

10. ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

การดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำจะทำให้ผิวขาดน้ำ ผิวจึงแห้งกร้าน ไม่ชุ่มชื้น เนื่องจากแอลกอฮอล์ทำหน้าที่เป็นยาขับปัสสาวะ รวมทั้งส่งผลกระทบต่อการผลิตฮอร์โมนวาโซเพรสซิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่จัดการให้มีระดับของน้ำอยู่ในช่องว่างระหว่างเซลล์ภายในร่างกายในระดับที่เหมาะสม

 

11. ไม่กินผัก ผลไม้

ผัก ผลไม้เป็นแหล่งวิตามินช่วยบำรุงผิวพรรณ หากคุณไม่กินผัก หรือผลไม้เลย ผิวหนังก็จะขาดความชุ่มชื้น เปล่งปลั่ง และอาจเกิดโรคผิวหนัง สิว กลาก สะเก็ดเงินได้

 

12. สูบบุหรี่

สารเคมีในบุหรี่จะทำลาย คอลลาเจน และอีลาสตินซึ่งเป็นเส้นใยที่ทำให้ผิวคงความแข็งแรง และยืดหยุ่น เมื่อคอลลาเจนและอีลาสตินอ่อนแอลง ผิวหนังก็จะเริ่มหย่อนคล้อย และเกิดรอยเหี่ยวย่น ทำให้ผิวของคุณแก่ก่อนวัยอันควร

 

13. นอนไม่เพียงพอ

ร่างกายจะผลัดเซลล์ผิวใหม่ระหว่างนอน ดังนั้นหากนอนหลับไม่เพียงพอการผลัดเซลล์ผิวจะหยุดชะงัก ทำให้ผิวหน้าหมองคล้ำ ผิวแห้งกร้าน และไวต่อการระคายเคือง

 

14. เลิกดื่มกาแฟ

จริงๆ แล้วเราควรดื่มกาแฟวันละ 1 แก้วในปริมาณที่พอเหมาะ เพราะกาแฟมีประโยชน์ต่อผิวหนังคือ ช่วยชะลอการเสื่อมโทรมของเซลล์ผิวไม่ให้แก่ก่อนวัย ช่วยลดอาการบวมอักเสบของผิวหนัง ช่วยฟื้นฟูผิวจากการถูกแสงแดดทำลาย และกระชับรูขุมขน ฯลฯ

 

15. เป็นสิว

การเป็นสิวมากๆ เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผิวหนังอักเสบ และเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดจุดด่างดำ และรอยแผลเป็นที่เกิดจากสิวได้

 

ที่มา:  www.rd.com

ร่วมแสดงความคิดเห็นกันจ้า...

ทุนการศึกษาอื่นๆที่น่าสนใจ